TiTLE ::: MH SH and KH
Chapter ::: Intro
Characters ::: อยู่ที่ TITLE ...
Note ::: มันคือ Intro เลยสั้น แถมยัง....แต่งตามใจตัวเอง ถ้าไม่ถูกใจใครก็ไม่ต้องอ่านนะจ๊ะ เดี๋ยวจะเสียสุขภาพจิต เพราะฟิกเรื่องนี้ใช้ภาษา ห่าน มาก
อากาศร้อน
ขนาดอยู่ในที่โล่ง ลมพัดอยู่ตลอดเวลายังทำให้เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมไปทั่วทั้งใบหน้าและเนื้อตัวได้ ขนาดคนที่เคยชินกับอากาศแถบนี้ยังต้องพึ่งสตาฟคอยพัดวีให้ไม่ขาด แล้วคนที่เติบโตในประเทศแถบเมืองหนาวอย่างหลิวเซียนหัวหรือจะทนได้ เฮนรี่จัดการถอดเสื้อชั้นนอกออกเหลือเพียงเสื้อแขนกุดสีขาวเนื้อบางไว้คอยปกป้องผิวจากไอแดดเพียงตัวเดียว ร่างขาวจัดเดินไปหยิบขวดน้ำดื่มประจำตัวแต่เพราะมือมันไม่มีแรงหรือชวดมันหนักเกินไปก็ไม่รู้ เจ้าขวดพลาสติกเนื้อหนาถึงได้หลุดจากมือเล็กหล่นตุ่บลงไปบนพื้นหญ้า เฮนรี่ตั้งท่าจะเก็บแต่มีมือใครอีกคนซึ่งขาวไม่แพ้กันหยิบและยื่นส่งมาให้ เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองเห็นใบหน้าเรียวยาวของพี่ชายร่วมวงแล้วก็ยิ้มตาหยีแทนคำขอบใจ
เฮนรี่กรอกน้ำลงคอแล้วก็ยื่นให้คนตัวสูงอย่างมีน้ำใจ หากอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าปฏิเสธ รอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากสีเลือดคงความอ่อนโยนและเป็นมิตรคุ้นตา ไม่ทันได้พูดอะไรกันสักคำเรียวอุคก็วิ่งเร็วๆ มาจากทางหนึ่ง ดึงแขนน้องชายคนน่ารักที่เริ่มสนิทสนมกันให้ตามไปดูภาพหน้าจอมอนิเตอร์ แล้วก็หัวเราะชอบใจกันสองคน ทิ้งให้ใครคนหนึ่งมองตามตาปรอย
ตุ่บ ตุ่บ ตุ่บ
ปัง!
เสียงย่ำเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาในห้องพักสี่เหลี่ยมขนาดสี่ตารางวา ตามด้วยเสียงทิ้งตัวลงนอนของมนุษย์เพศชายผู้หนึ่งเรียกความสนใจไปจากสองร่างที่ยึดครองพื้นที่ไว้ก่อนหน้านั้นได้เกินร้อย ซีวอนจ่อบุหรี่ค้างไว้คาปาก หรี่ตามองร่างยาวที่นอนแบ่บอยู่ในโซฟาพร้อมรอยยิ้มเข้าใจ พร้อมกับคยูฮยอนที่ลากขาเข้าไปสะกิดซากนั้นด้วยปลายเท้าประหนึ่งอีกฝ่ายไม่ได้เกิดก่อนตนถึงสองปีกระนั้น
“เป็นอะไรวะ เจอแอนตี้แฟนดักกลางทางหรือไง”
“เหี้ย เจอแบบนั้นยังดีกว่า มากสุดก็เจ็บแค่กายไม่ใช่โดนเล่นงานไปทั้งใจแบบนี้” เสียงงึมงำดังมาจากคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ ช่วงขายาวพาดเลยออกมาจากเบาะยาวแกว่งขึ้นมาลงดูน่ารักน่าชัง....ถ้าคนทำมันไม่ได้ตัวโตเป็นตึก หน้าไม่ละม้ายคล้ายคลึงเชวซีวอนผสมคังทา และมันไม่ได้เพิ่งเอ่ยประโยคสุดเสี่ยวออกมา โจคยูฮยอนแสยะยิ้มพยักเพยิดกับซีวอนเป็นทำนองรู้กันว่า เรื่องเดิม
“คราวนี้น้องเค้าทำอะไรมึงอีกล่ะ....”
“ยิ้มให้กู”
“เว้ย ทุกทีเค้าไม่เคยยิ้มให้มึงหรือไงครับคุณโจวหมี่ อยู่กินกันมาจะครึ่งปีอยู่แล้ว มึงยังไม่ชินอีกหรือกระบือ” หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมโจคยูฮยอนที่เกิดปี 1988 ถึงได้พูดกับพี่โจวหมี่ที่เกิดปี 1986 ได้อ่อนหวาน ไพเราะถึงเพียงนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่าคยูฮยอนใช้ภาษาระดับนี้กับซีวอนมาก่อนแล้ว เมื่อโจวหมี่โผล่เข้ามาร่วมวงทั้งสองหนุ่มเลยเหมารวมกันเอาว่าช่องว่างที่ห่างกันสองปีนั้นมันไม่มีความหมายหากอยากเป็นเพื่อนซี้กัน จากฉันนายในระยะเลยกลายเป็นกูมึงอย่างรวดเร็ว
“มึงอย่าไปด่ามันคยูฮยอน อากาศร้อน ควายมันเป็นบ้าได้ง่าย”
“มึงไม่รู้อะไรสรือหยวน คุ่ยเสี่ยน วันนี้น้องแก้มแดง ปากแดง แถมยังใส่แค่เสื้อแขนกุดสีขาวตัวเดียวกับกางเกงวอร์ม น่ารักหาใดเหมือนเลยมึง” คุ่ยเสี่ยนหรือคยูฮยอนหัวเราะเหอะ บุหรี่สายนอกยังคาบไว้คาปากเมื่อสะกิดไหล่กว้างๆ ของโจวหมี่ให้หันมามอง “เบิ่งตาดู กูก็ใส่เสื้อกล้ามสีขาวแถมยังกางเกงวอร์มแบบเดียวกัน มึงจะตื่นเต้นทำเหี้ยอะไร”
“ฮ่วย คนมีเมียแล้วอย่างมึงจะมาเข้าใจอะไรกับความรู้สึกของการแอบรักแอบหวัง ใช่ไหมสรือหยวน” เชวซีวอนเลิกคิ้วสูง ชี้นิ้วใส่ตัวเองก่อนจะส่ายหน้าอย่างไว้ท่า
“เสียใจ กูไม่ได้เป็นแอบเหมือนมึง ความรักของกูฟ้าดินรับรู้เว้ย”
“อืม คนเดียวที่ไม่รับรู้คือพี่ฮัน”
“พูดดีนะเนี่ย อยากกินเกือกกูเป็นรางวัลก็บอก”
“ห่า! สกปรก”
เด็กหนุ่มสายเลือดจีนแท้สบถดุเดือด รองเท้าผ้าใบสีขาวเปื้อนรอยฝุ่นปลิวมาหล่นโบ๊ะลงบนแผ่นหลังเขาเต็มรัก ทิ้งยี่ห้อดังไว้บนเสื้อสีเทาแขนยาวอีกต่างหาก โจวหมี่ปารองเท้าเจ้ากรรมคืนเจ้าของโดยมีคยูฮยอนถอยไปยืนดูสงครามย่อมๆ นั้นห่างออกไป ทั้งสองหนุ่มหล่อเปลี่ยนกันปาเปลี่ยนกับหลบได้เดี๋ยวเดียวเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ประตูเปิดออกมาเป็นหัวหน้าวง ฮันคยองหรือหานเกิง เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นที่มองทีไรก็ละลายหัวใจคุณชายรูปหล่อพ่อรวยโคตรได้ทุกครั้งไป
“เล่นอะไรกันอยู่”
“เปล่าครับ ปรึกษากันนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร มีอะไรให้พี่ช่วยไหม ท่าทางเครียดนะ โจวหมี่ ซีวอน ... หือม์ ... นี่ พวกนายสูบบุหรี่อยู่ใช่ไหม”
นอกจากสายตาไว ความรู้สึกไวแล้วยังจมูกไวอีกด้วย ซีวอนรีบบดก้นบุหรี่กับถาดแก้วใบเล็ก ยิ้มเรี่ยราดรับสายตาดุๆ ที่ส่งมาพร้อมร่างโปร่งที่ก้าวยาวๆ เข้ามาหยุดตรงกลางห้อง ฮันคยองถอนใจอย่างระอา บอกก็แล้ว ย้ำก็แล้วว่าแฟนคลับที่นี่หูตาเป็นสับปะรดแถมยังตามติดทุกฝีก้าว ขืนมีภาพศิลปินขวัญใจวัยรุ่นกำลังพ่นควันโขมงหลุดออกไปมีหวังโดนสังคมประณามไม่ได้ผุดได้เกิด โทษฐานทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน
“พวกเราก็เลยหลบมาสูบในห้องไงครับพี่ ไม่มีใครเห็นหรอก”
“อย่าประมาท หน้าตามีหู ประตูมีช่อง ไม่เคยได้ยินหรือไง”
“สุภาษิตสมระดับอายุจริงๆ พี่กู อุ๊ก!! เหี้ย กูเจ็บนะ...”
คนที่ทำให้เจ็บไม่ใช่ใครแต่เป็นเจ้าของรอยยิ้มหวานเจี๊ยบที่ตอนนี้ตรงแน่วเข้าไปหาหัวหน้าวง มันทำเสียงหงุงหงิงๆ ให้ฮันคยองคลายรอยขมวดระหว่างคิ้วลงแล้วก็เนียนโอบพี่ชายตัวขาวออกไปจากห้อง คยูฮยอนลูบอกตัวเองสาปส่งไอ้เพื่อนชั่วจนพอใจแล้วก็หันมาเขี่ยซากที่นอนอยู่ที่เดิม
“ฟื้นหรือยัง นอนเน่าอยู่แบบนี้ ไม่ได้ทำให้เฮนรี่รักมึงขึ้นมาหรอกนะโจวหมี่ ลุกได้แล้ว กูจะออกไปหาหวานใจกู ไม่มีเวลานั่งฟังมึงคร่ำครวญนะเว้ย”
“กูไม่เข้าใจเลยว่าดงไห่มาหลงกลมึงได้ยังไง ไอ้คนสองหน้า”
“ปากหมา เดี๋ยวกูยุน้องมึงจีบเรียวอุคเลยหนิ อยากลองไหมล่ะ”
โจวหมี่ชักสีหน้า วาดขาผ่านอากาศพรึ่บ แล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ร่างสูงเดินเคียงกันออกไปถึงกองถ่ายกลางแจ้ง ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ เพียงแค่ระยะห่างสามเมตรโจวหมี่ก็แทบอยากจะกลับหลังหัน ไม่ชินสักทีจะกี่เดือนกี่วัน เขาก็ยังไม่ชินกับริมฝีปากอิ่มแดงที่มาคู่กับดวงตายิบหยีคู่นั้นเสียที!
“หายไปไหนมาครับ?”
เสียงอ่อนๆ พยายามถามช้าๆ ชัดๆ ยิ่งให้ลักษณะเหมือนเด็กน้อยเริ่มหัดพูด จนคนมองครางฮื่อในอก รีบกระชากคอคยูฮยอนเข้ามาล็อคไว้มั่น จ้าวคุ่ยเสี่ยน ช่วยกูด้วย น้องจะฆ่ากู!
“เป็นเหี้ยอะไรเนี่ย” เพื่อนรักสบถพอให้ได้ยินกันสองคน ร่างสูงกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ใบหน้าที่คยูฮยอนเห็นเจือด้วยยอยยิ้มสดใสอันเป็นโลโก้ประจำตัวมีแต่ดวงตาเท่านั้นที่ไหวระริก
“กูใจสั่น มึงช่วยคุยกับน้องหน่อย กูดึงประเด็นสนทนาไม่ถูกแล้ว”
“ห่า เสียชื่อเอ็มซีดาวรุ่งหมด .... เฮนรี่ ร้อนมากไหม”
“ครับ ร้อนมากเลย”
“แก้มแดงหมดแล้วนาย.....” ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ บนแก้มกลม แล้วทันใดนั้นคยูฮยอนก็สะดุ้งโหยงเหมือนเจ้าของแก้มกลมๆ ที่ผงะถอยไปพร้อมดวงตาที่เบิกกว้างขึ้น หลังมือจ้าวคุ่ยเสียนปรากฏรอยแดงยกตัวขึ้นเป็นปื้นใหญ่ คยูฮยอนคำรามดุดเดือดในใจ ไอ้เหี้ย หวงไม่ลืมหูลืมตา
“ขะ...ขอโทษครับ” กลายเป็นน้องเล็กที่ตะกุกตะกักเอ่ยคำขอโทษออกมา โจวหมี่แทบล้มไปนอนกลิ้งให้สาสมกับความโง่ของตัวเอง เฮนรี่บอกแล้วก็หันหลังเดินลิ่วๆ ตรงไปหาเรียวอุคแล้วก็ไม่ยอมมองมาทางเขาอีกเลย
“เพราะมึง! เพราะมึงคนเดียวเลย!”
“อย่ามาโทษกู มึงนั่นแหละทำน้องตกใจ”
“ใครใช้ให้มึงแต๊ะอั๋งว่าที่หวานใจกูล่ะ กูจะฟ้องดงไห่”
“ไอ้สันดาน ถ้าพี่ทงเฮเข้าใจกูผิด มึงก็อย่าหวังว่าจะสมหวังในรักเลยชาตินี้” คยูฮยอนประกาศเสียงเรียบ เดินผละออกมาตั้งใจว่าจะไปหาความชื่นใจจากลูกปลาการ์ตูนของเขา แต่มันติดที่ว่าหลังเขามีสัมภเวสีก้านยาวเกาะพ่วงมาด้วยนี่สิ
“มึงจะไปไหนอ่ะ ช่วยกูคิดก่อนดิ คุ่ยเสี่ยน”
“ไม่เกี่ยว เรื่องของมึง ชีวิตมึง จัดการเอง”
“น่า เดี๋ยวกูพาไปเลี้ยงเนื้อย่างที่อร่อยที่สุดในแผ่นดินใหญ่เลยนะ นะ นะ”
“ไม่กินเว้ย!”
“คุ่ยเสี่ยนอ่า.....”
“พี่สองคนนั้น สนิทกันดีนะครับ”
เรียวอุควางขวดน้ำลงที่เดิม หันไปมองคนพูดก่อนจะมองไกลไปตามสายตาน้องเล็ก อ้อ ทูโจว คู่รักอุปทานคู่ใหม่ที่กำลังก่อตัวเป็นคลื่นใต้น้ำเงียบๆ รอวันก่อแรงสะเทือนให้ผืนน้ำและแผ่นดินของเหล่าเอลฟ์ คนตัวเล็กหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาพัด เอ่ยเสียงใส
“ลัทธิใหม่ ไม่รู้ใครจะรุก ใครจะรับ”
“อะไรนะครับ”
“ไม่มีอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงสนใจสองคนนั่นขึ้นมาล่ะ”
“.....ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ....แต่ดูเหมือนว่าเมื่อกี้ผมจะทำให้พี่โจวหมี่ไม่พอใจเข้าให้แล้ว.....แย่จังเลย.......” ปากอิ่มแดงพ้อออกมาหงอยๆ ยิ่งเห็นพี่ชายตัวสูงหันมาสบตาแล้วก็เบือนหน้าไปอย่างรวดเร็วแล้ว เฮนรี่ก็ยิ่งใจเสีย
พี่โจวหมี่คงหวงพี่คุ่ยเสี่ยนมาก
ไม่น่าเลยเฮนรี่ ไม่น่าเข้าไปขัดพวกเค้าเลย
Fanismz :::: รักน้องรี่สุดจิต ครึๆๆ