You-Are-Mine

You Are Mine 01

posted on 20 Jul 2007 23:03 by kiraz  in You-Are-Mine

กลับมาแล้วครับ

เสียงคุ้นหูที่ดังมาจากประตูบ้าน ทำให้มือขาวจัดที่กำลังง่วนอยู่การจัดผักชะงักไปทันที ร่างเล็กวางมือจากมื้อเย็นรีบวิ่งออกมาหาคนตัวสูงที่กำลังถอดรองเท้าอยู่หน้าบ้านพร้อมรอยยิ้มหวานจับใจ กลับมาแล้วหรือ หิวไหม

คำถามเดิมเหมือนทุกวันแต่ก็ไม่เบื่อที่จะตอบ ใบหน้าคมเข้มที่เงยมองคนทักเจือรอยยิ้มอ่อนบางอันเป็นลักษณะประจำตัว หิวครับ พี่กลับมานานหรือยัง

สักพักแล้วล่ะ คิบอมไปอาบน้ำก่อนนะแล้วค่อยมาทานข้าว วันนี้มีสลัดกุ้งของชอบคิบอมด้วยนะ

คิบอมยิ้มรับเงียบๆ เดินเข้าห้องของตัวเองไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทงเฮเองก็รีบกลับเข้าครัวไปทำมื้อเย็นต่อ ร่างเล็กหยิบจับส่วนผสมอย่างคล่องแคล่วเพราะคุ้นเคยกับงานเหล่านี้มาหลายปี คุณพ่อคุณแม่ของพวกเขาทำงานอยู่ต่างประเทศ ห้องชุดหรือคอนโดนี้จึงมีแค่ทงเฮและน้องชายคือคิบอมอยู่ด้วยกันแค่สองคน ในฐานะที่แก่กว่าหนึ่งปีทงเฮจึงต้องดูแลน้องชายคนเดียวทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องกิน เรื่องอยู่ เรื่องเรียน ชีวิตประจำวันทุกก้าวของคิบอมทงเฮจะต้องมีส่วนร่วมเหมือนที่อีกฝ่ายก็จะรับรู้เรื่องของทงเฮเช่นกัน

ทงเฮชอบทำอาหาร ขณะที่คิบอมไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ เลยอาสารับผิดชอบเรื่องทำความสะอาดบ้านแทน...แต่ถึงอย่างนั้นพอเห็นน้องชายที่กำลังเรียนมอปลายปีสุดท้ายต้องมาเสียเวลาจัดการเรื่องหยุมหยิม ทงเฮก็ต้องเสนอตัวเข้าช่วยทุกครั้ง

ทงเฮเคยผ่านตรงนั้นมาก่อนและเข้าใจด้วยว่าเด็กปากหนักที่เก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยมีเพื่อนฝูง แถมยังมีผลการเรียนปานกลางแบบคิบอมจะต้องลำบากกับช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากแค่ไหน ขนาดทงเฮที่มีนิสัยเริงร่ายังเคยแอบเครียดอยู่เป็นพักใหญ่ เขาไม่อยากให้น้องชายต้องลำบากกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ แม้คิบอมจะบอกว่าเต็มใจทำก็เถอะ

ให้ผมช่วยทำไหม

เสียงทุ้มดังอยู่ข้างแก้ม ทงเฮหัวเราะคิก ช่วยทำพัง หรือ ช่วยทำลายล่ะพ่อตัวดี รู้อยู่ว่าคิบอมกับการทำอาหารเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็ก ขืนให้ทำถ้าไม่เททิ้งทั้งหม้อก็คงต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกันไม่ทัน

อาบน้ำเสร็จแล้วก็ตัวหอมเลยนะ

ไม่เหมือนบางคน ไม่ได้อาบตัวก็ยังหอม ทงเฮเลิกคิ้วมองคนพูดเหมือนไม่เข้าใจ เห็นน้องชายยังทำหน้านิ่ง แอบหยิบผักในชามแก้วเข้าปากเคี้ยวก็ถามว่า ช่วงนี้เป็นอะไรหรือเปล่า ดูคารมคมคายจะแปลกหูไปเยอะนะ คิดจะฝึกไปจีบสาวที่ไหนหรือเปล่า

เปล่า

นั่นสิเนาะ อย่างน้องพี่เนี่ยจะต้องมีแต่สาวๆ เข้ามาหาอยู่แล้ว นายออกจะน่ารักขนาดนี้

มีพี่คนเดียวนั่นแหละที่บอกว่าผมน่ารัก คนอื่นๆเขาไม่คิดแบบนั้นกับไอ้แว่นหนาหลังห้องที่เอาแต่เรียนไปวันๆหรอก ทงเฮหดหู่ใจไม่น้อยกับความจริงที่คิบอมเป็น น้องชายของเขาเป็นเด็กผู้ชายตัวโตถึงคิบอมจะรูปร่างดีแต่มันก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อเจ้าตัวมักจะเดินห่อตัวไหล่ตกและก้มหน้ามองดินอยู่เสมอ ใบหน้าคมคายถูกบดบังด้วยแว่นตากรอบหนาอันเก่า ทงเฮเคยเป็นตัวแทนพ่อกับแม่ไปในวันประชุมผู้ปกครอง น้องชายของเขานั่งอยู่แถวหลังสุด มุมในสุดของห้อง ข้างกันนั้นเป็น โจคยูฮยอน เพื่อนสนิทที่เป็นหนุ่มแว่นเหมือนกัน

ทงเฮมองเห็นกำแพงบางๆที่กั้นระหว่างเด็กผู้ชายสองคนกับเด็กคนอื่นในห้องเรียน กำแพงที่ไม่มีใครอยากข้ามไปหาและเจ้าตัวก็ไม่อยากจะข้ามมันออกมาเช่นกัน เพราะไม่ว่าทงเฮจะพยายามแนะนำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าไหร่ คิบอมก็เพียงแค่ยิ้มตอบ บอกว่าไม่เป็นไรจนเขาอ่อนใจ เอาเถอะ อย่างน้อยน้องชายเขาก็มีเพื่อนสนิทตั้งหนึ่งคน

ยกเว้นจะเป็นพวกชอบของแปลก 

แม้จะรู้ว่าความเป็นจริงมันคือแบบนั้น แต่ทงเฮก็ทำเสียงไม่เห็นด้วยเต็มที่

อย่าพูดแบบนั้นสิ มันจะต้องมีสักคนที่เกิดมาเพื่อเรา เดี๋ยวคิบอมก็จะได้เจอเค้าเอง

แล้วพี่เจอแล้วเหรอคนๆนั้น คำตอบของพี่ชายตัวเล็กมีเพียงอาการบู้ปากน้อยๆแล้วก็ผิวแก้มที่ซับสีเรื่อขึ้นมาทันที ทงเฮเสถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง ทานข้าวได้แล้ว จะได้รีบไปทำการบ้านกัน วันนี้พี่มีงานต้องทำต่อด้วยนะ อาจจะช่วยคิบอมทำการบ้านได้ไม่นาน

ผมทำเองได้

ไม่ได้หรอก พี่สัญญาแล้วไงว่าจะช่วยสอนการบ้านคิบอมทุกวัน แล้วเราก็ทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว วันไหนไม่ได้ทำแบบนั้นพี่นอนไม่หลับกันพอดี 

เมื่อพี่ชายหน้าสวยยืนยันแบบนั้น คิบอมก็ไม่เถียง ทงเฮรู้ดีว่าให้ยังไงเขาก็ต้องชนะเพราะคิบอมน่ะไม่ค่อยจะขัดใจคนรอบข้างเท่าไหร่หรอก ติดจะยอมได้ก็ยอมมากกว่า ทงเฮไม่เข้าใจเหมือนกันว่าปกติแล้ว เด็กวัยนี้มันก็ต้องมีช่วงที่ต่อต้านคนรอบข้างหรือความรู้สึกอยากจะเอาชนะอีกฝ่ายแบบผู้ชายบ้างไม่ใช่หรือ ทำไมเขาหานิสัยแบบนั้นจากน้องชายคนนี้ไม่เจอเลยนะ

ทงเฮได้แต่มองน้องชายที่กำลังเคี้ยวอาหารช้าๆอย่างอ่อนใจ

คิบอม แล้วกันเด็กคนนี้ มาหลับตรงนี้ไม่ได้นะ

ทงเฮบ่นออกมาเบาๆ เมื่อเปิดประตูห้องนอนของน้องชายเข้ามาแล้วเห็นว่าเจ้าของห้องกำลังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือตรงปลายเตียง หลังจากทบทวนบทเรียนของวันนี้เรียบร้อยแล้ว ทงเฮก็แยกไปทำงานของตัวเองจนเสร็จ ตั้งใจจะเข้านอนแล้วก็เลยแวะเข้ามาดูน้องชายเสียหน่อยไม่คิดว่าเจ้าเด็กแว่นของเขาจะขยันจนหลับคาหนังสือไปแบบนี้

คิบอม ลุกไปนอนที่เตียงสิ นอนตรงนี้จะเป็นหวัดนะ

อืม......พี่ทงเฮ.....เช้าแล้วหรือครับ...

เช้าอะไรกันล่ะ เพิ่งจะเที่ยงคืน ถ้าง่วงก็เก็บหนังสือแล้วก็ไปนอนที่เตียง พี่จะปิดไฟให้ ทงเฮจับแว่นของคนที่กำลังงัวเงียถอดออก ลากแขนน้องชายตัวโตตรงไปที่เตียงแล้วก็ต้องร้องอย่างตกใจ

คิบอม นายเล่นอะไรเนี่ย! ร่างนุ่มนิ่มดิ้นขลุกขลักอยู่กับเบาะนุ่มเพราะถูกทับด้วยร่างหนาอีกที เมื่อคิบอมหัวเราะแผ่วๆในคอพร้อมกับพลิกตัวรั้งร่างเขาเข้าไปกอดจมอก ทงเฮก็เผลอหัวเราะออกมาบ้าง อยากให้นอนด้วยก็บอกกันดีๆ ทำแบบนี้เหมือนตอนเป็นเด็กไม่ผิดเลยนะเรา

เอาคืนที่ปล่อยให้ผมรอจนหลับ

ขอโทษ ก็บอกแล้วไงว่าช่วงนี้พี่งานเยอะ คราวหลังนายไม่ต้องรอนะ เดี๋ยวจะอดนอนไปง่วงที่โรงเรียน เรียนหนังสือไม่รู้เรื่องกันพอดี คิบอมครางรับเบาๆแล้วก็หลับไปตามประสาเด็กกินง่าย นอนง่าย(และพูดง่าย) ทงเฮมองรูปหน้าคมเข้มที่อยู่ใกล้ตาแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดู เรียนมอปลายแต่ยังติดพี่ไม่เปลี่ยน นอนคนเดียวทีไรเป็นต้องงอแง แล้วตอนนั้นจะเรียกร้องเอาห้องส่วนตัวไปทำไมกันหาคิมคิบอม

ฝันดีนะ คิบอม

ทงเฮวางสายจากน้องชายด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาเพิ่งโทรไปบอกคิบอมว่าวันนี้อาจจะกลับดึกเพราะรายงานกลุ่มที่ทำมีปัญหา กว่าจะแก้ไขเสร็จไม่แน่ใจว่าจะเรียบร้อยกี่โมง คิบอมก็เพียงแต่รับคำนิ่งๆ แล้วก็วางสายไป มันไม่น่าจะมีปัญหาถ้าทงเฮไม่ต้องมานั่งห่วงเองว่าน้องชายคนเดียวจะทานข้าวเย็นยังไงคนเดียว คิบอมไม่เคยจัดการเรื่องพวกนี้ ถึงจะรู้ว่าอาหารสำเร็จรูปมันมีขายโดยทั่วไปแต่ทงเฮก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดี นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไม่ได้ทานข้าวเย็นพร้อมน้องชาย คนตัวเล็กเคาะโต๊ะอย่างหนักใจ ต้องรีบทำงานให้เสร็จเพราะไม่อย่างนั้นเขาก็จะกลับไปสอนการบ้านน้องไม่ทันอีกรายการ

ทงเฮ ช่วยดูตรงนี้ให้หน่อยได้ไหม 

เสียงทุ้มเรียกความสนใจของทงเฮกลับมาหาคนรอบข้าง ร่างสูงทรุดลงนั่งติดกันยื่นกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งมาให้ คนตัวเล็กรับมาอ่านอย่างละเอียดก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ โอเคเลยซีวอน ในความคิดเรา เราว่าใช้ได้นะ นายลองให้ฮันคยองกับเรียวอุคดูด้วยนะ ถ้าอีกสองคนโอเคก็พิมพ์ตามนี้เลยแล้วกัน 

ได้ ว่าแต่ทงเฮเป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูลนๆยังไงชอบกลนะ

ไม่ได้เป็นอะไร เรา.....เป็นห่วงน้องชายน่ะ ทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ซีวอนหัวเราะ

ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าน้องชายทงเฮเรียนมอปลายแล้วล่ะก็ ฉันต้องคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กอนุบาลแน่ๆ นายเล่นห่วงกันทุกฝีก้าวแบบนี้ ชักอิจฉาเด็กคนนั้นแล้วสิ

ไม่ต้องมาแซว รีบทำงานเถอะ ฉันอยากกลับบ้านแล้วล่ะ

........ทงเฮอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้านจริงๆ.......

แม้จะเป็นฝ่ายกดตัดสายไปแต่คิบอมก็ยังนั่งนิ่งมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น มองเหมือนจะให้มันทะลุไปถึงเจ้าของใบหน้าหวานใสที่เพิ่งส่งเสียงมาตามสาย มองอยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมขยับเขยื้อน อาการผิดปกตินั้นทำให้คนที่เพิ่งเดินมาถึง ต้องทักอย่างแปลกใจ

มีอะไร

เปล่า ตอบพลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ใบหน้าคมเข้มเงยรับลมที่พัดผ่าน ดาดฟ้าของตึกเรียน อาณาจักรอันสงบสุขของเขาและคยูฮยอน พื้นที่หวงห้ามที่ไม่มีใครกล้าล่วงล้ำเข้ามา เวลาตอนนี้คือสามโมงตรง เวลาที่นักเรียนส่วนใหญ่กำลังคร่ำเคร่งกับการเล่าเรียน ยกเว้นเด็กหนุ่มสองคน คิบอมกับคยูฮยอน

พี่ทงเฮ ความเงียบ หมายถึงคำตอบว่าใช่ คยูฮยอนโยนซองบุหรี่ไปบนอกกว้างของคนที่นอนหลับตาอยู่บนพื้น ไม่นานร่างสูงก็อัดควันเข้าจนเต็มปอดก่อนจะพ่นขึ้นไปเป็นทางยาว คยูฮยอนคาบบุหรี่ก็ยังไม่ได้จุดไว้มุมปาก หรี่ตามองสีหน้าของเพื่อนสนิทผ่านม่านสีขาวขุ่นอย่างสงสัย

เป็นเหี้ยอะไรของมันอีก

อัดบุหรี่อย่างเดียวมันไม่หายนะเว้ย ของแบบนี้มันต้องพูด

กูไม่มีอะไรจะพูด คยูฮยอนยักไหล่ ใช้มือป้องลมพลางจุดไฟจ่อบุหรี่อย่างชำนาญ เด็กหนุ่มที่ตอนนี้ไม่มีแว่นตาปิดบังหน่วยตาคมดุอัดควันเข้าปอดจนสุด ก่อนจะค่อยระบายมันออกมาช้าๆ

ตามใจ ถ้าจะมาพูดทีหลังกูบอกไว้เลยนะว่าไม่ฟัง

สัด ทงเฮเพิ่งโทรมาบอกกูว่าเขาติดงาน อาจจะไม่กลับมากินข้าวเย็นกับกู พอใจมึงหรือยัง ถ้าเพิ่งรู้จักกันวันสองวันคยูฮยอนคงสำลักควันกับเหตุผลที่คิบอมเฉลยออกมา แต่นี่เพราะรู้ไส้เห็นพุงกันมาเกือบหกปี แค่มองตาแวบเดียวก็รู้ความคิดในใจได้หมด เพราะฉะนั้นคยูฮยอนจึงรู้ดีว่าสำหรับคิมคิบอมแล้วไม่มีเรื่องใดที่สำคัญไปกว่าเรื่องของพี่ชายหน้าตาน่ารักที่ชื่อทงเฮ ต่อให้เป็นเรื่องที่ฟังแล้วเล็กน้อยแค่ไหนถ้ามีชื่อพี่ทงเฮเข้ามาเอี่ยวด้วยละก็ มันก็กลายเป็นเรื่องช้างได้ในทันที

ก็พี่เขาต้องทำงาน มึงจะหงุดหงิดไปทำไม

กูไม่ชอบ ปกติให้งานเยอะแค่ไหนทงเฮไม่เคยทิ้งกูให้กินข้าวคนเดียว เขาต้อง............

เดี๋ยวนะไอ้แก้ม ที่มึงมานั่งทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออกให้กูเป็นห่วงอยู่นี่ เป็นเพราะมึงกลัวจะกินข้าวคนเดียวหรอกเหรอ เฮ้ย มึงปัญญาอ่อนว่ะคิบอม ถ้าไม่ชอบกินข้าวคนเดียวขนาดนั้นก็บอกสิ กูจะได้เจียดเวลาจากสาวๆไปนั่งเป็นเพื่อนให้สักมื้อ คิบอมตอบรับความปรารถนาดีนั้นด้วยการเขวี้ยงกระป๋องเบียร์ที่จิบยังไม่หมดใส่เพื่อนรักอย่างไม่เสียดาย

มึงไปทำบุญให้เยอะๆแล้วเกิดใหม่ให้ได้อย่างพี่กูก่อนแล้วค่อยมาพูดกันอีกที

เออ ตกลงวันนี้มึงจะกินข้าวคนเดียว

กินกับมึง

คยูฮยอนทำเสียงหึในคอ ไอ้เด็กติดพี่เอ้ย เสียดายสมองระดับอัจฉริยะที่ต้องถูกละเลยไม่เอามาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่เพราะเจ้าตัวมันไม่สนใจเกรดอันสูงส่งมากไปกว่าการดูแลเอาใจใส่ของพี่ชายคนเดียว เหมือนที่ไม่สนใจสายตาลุ่มหลงของสาวๆหนุ่มๆรอบตัวมากไปกว่าต้นไม้และใบหญ้านั่นแหละ

.

.

.

เพราะทั้งสองหนุ่มอยู่ในชุดนักเรียนมอปลายจึงไม่สะดวกที่จะแวะผับหรือบาร์อย่างที่คยูฮยอนแอบหวังไว้ คิบอมเลือกร้านอาหารขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างทางกลับบ้านเป็นสถานที่ฝากท้องของเขาทั้งสอง อาหารที่สั่งไปก็ไม่ได้ถูกปากมากมายเหมือนฝีมือของทงเฮ แต่ในเมื่อมันเลือกไม่ได้ก็จำต้องตักเข้าปากประทังชีวิตไปมื้อหนึ่ง กำลังคิดหาเรื่องทำฆ่าเวลาระหว่างที่รอทงเฮกลับบ้านก็เป็นอันต้องรีบวางตะเกียบ คว้าแว่นคู่ใจขึ้นมาสวมแทบไม่ทัน คยูฮยอนเองก็รู้ใจพอเห็นเพื่อนทำแบบนั้นก็รีบยีหัวตัวเองให้ยุ่ง(กว่าเดิม) แทบจะทันทีที่คิบอมจับตะเกียบอีกครั้งประตูร้านก็เปิดออกพร้อมเสียงเฮฮาของคนกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในนั้นมีคนที่คิบอมรู้จักดี

คิบอม คยูฮยอน มาทานร้านนี้เหมือนกันหรือ

เจ้าของเสียงใสทักอย่างแปลกใจ คยูฮยอนยิ้มบาง ทักตอบอย่างคุ้นเคย

สวัสดีครับพี่ทงเฮ บังเอิญจังเลยนะครับ ทงเฮยิ้ม บอกให้เพื่อนๆไปเลือกโต๊ะนั่งส่วนตัวเองก็เลือกนั่งลงข้างน้องชาย อร่อยไหม

ครับ แต่ทงเฮทำอร่อยกว่า เด็กหนุ่มบอกจริงจัง เล่นเอาคนที่นั่งตรงข้ามเกือบอ๊อกออกมาทั้งกระเพาะ รีบคว้าแก้วชาขึ้นจิบดับความเลี่ยนแทบไม่ทัน คิบอมข่มใจทำเมินไม่เห็นท่าทางล้อเลียนของเพื่อนสนิท สนใจแต่คนที่นั่งเบียดข้างๆอย่างเดียว

ทำงานเสร็จแล้วหรือครับ

ยังหรอก แต่ทุกคนหิวเลยมาหามื้อเย็นทานกันก่อน เดี๋ยวต้องไปทำต่อที่บ้านของซีวอน 

คนไหนคือซีวอน นิ้วเล็กชี้ไปทางชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเลือกรายการอาหารอยู่อีกโต๊ะ ฝ่ายนั้นก็เหมือนรู้ หันมาเปิดยิ้มกว้างให้พวกเขาเสียเต็มแก้ม คิบอมสบตากับคยูฮยอน รู้กันโดยไม่ต้องบอกเป็นคำพูด ช่วยกูจำหน้ามันหน่อย เกิดอะไรขึ้นจะได้จัดการไม่ผิดตัว

จำเป็นต้องไปด้วยหรือ ทำไมไม่ทำที่คณะล่ะ

จำเป็น ที่คณะปิดตึกเร็ว สองทุ่มยามก็มาไล่ให้กลับบ้านแล้ว ถ้าไปบ้านซีวอนก็ทำงานได้โดยไม่ต้องห่วงเวลา พี่อยากทำงานนี้ให้เสร็จวันนี้เลยน่ะ จะได้ไม่ต้องกลับบ้านผิดเวลาอีก คิบอมไม่อยากให้ไปหรือ

ไม่อยากให้ไป

ไม่เอาน่าคิบอม นายก็เข้าใจพี่ทงเฮหน่อยสิ งานก็คืองานนะเพื่อน เอาอย่างนี้ถ้านายเหงาเดี๋ยวเราอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าพี่ทงเฮจะกลับเลยดีไหม เราว่าง จะได้ช่วยกันทำการบ้านด้วยไง ขณะที่ทงเฮซาบซึ้งกับความเอื้อเฟื้อของเด็กแว่นเบอร์สอง แว่นเบอร์หนึ่งก็ได้แต่คำรามในใจ

เชี่ยคยู แม่งตอแหลสัดๆ เรื่องเฟคซอฟท์นี่ไม่มีใครเกิน

ขอโทษนะ แต่พี่ก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หลายๆวัน แค่วันนี้วันเดียวก็อยากจะกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้คิบอมอยู่กับคยูฮยอนไปก่อนนะ สัญญาว่าจะรีบกลับ อ้อนกันจนไม่รู้ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องแล้วตอนนี้ คิบอมเองก็ว่าง่าย รับคำดิบดี แต่พอคล้อยหลังพี่ชายร่างเล็กแล้วเท่านั้น สีหน้าเซื่องๆหงอยๆ ของไอ้เด็กเรียนหัวอ่อนก็พลันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาระดับขั้วโลกทันที

คยูฮยอนเริ่มประเด็นได้โดยไม่ต้องมีบทนำ

จะกลับหรือจะตาม

มึงก็รู้อยู่แล้ว เท่านั้นก็เป็นอันรู้กัน คืนนี้เขากับคิบอมคงต้องทำรายการแกะรอยนักศึกษากลุ่มนี้ไปจนถึงที่หมาย บ้านของผู้ชายที่ชื่อซีวอน ผู้ที่บังอาจยื่นมือเข้ามากระตุกต่อมความหวงของคิมคิบอมโดยไม่รู้ตัว

หนึ่งทุ่มสามสิบนาที คือเวลาที่รถคันหรูของคยูฮยอนแล่นเข้ามาจอดเทียบรั้วสูงท่วมหัวของบ้านหลังใหญ่ คิบอมพอรู้ว่าแถวนี้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกิน แสดงว่าตระกูลของผู้ชายที่ชื่อซีวอนก็คงจะร่ำรวยพอตัวไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมาปลูกบ้านในเขตนี้ได้ แต่ถ้าเขาไม่เห็นว่าไอ้หมอนั่นมันพยายามจะเอาใจทงเฮจนออกนอกหน้านอกตา เขาก็คงจะมีใจชื่นชมความงามของบ้านมันเหมือนไอ้คนขับรถกิตติมศักดิ์เหมือนกันล่ะ

นี่มันบ้าน หรือ สวนสาธารณะวะ กว้างชิบ.....

ทำอย่างกับบ้านมึงเล็กนักนี่ แค่สระว่ายน้ำด้านหลังกับไอ้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของมึงก็กินไปเกือบไร่แล้ว กูว่าบ้านไอ้หมอนี่ยังไม่ได้ครึ่งบ้านมึงด้วยซ้ำ คยูฮยอนยักไหล่

ช่วยไม่ได้เว้ย สำหรับกูเกิดมาหน้าตาดีอย่างเดียวมันไม่พอ หล่อแล้วมันก็ต้องรวยด้วย

งั้นก็เหี้ยอีกอย่างสิมึง จะได้ครบสูตร หล่อ รวย เลว คยูฮยอนหัวเราะลั่นรถ ใบหน้าหล่อจัดในยามที่ไม่มีแว่นเด็กเรียนบดบังยิ่งดูดีไม่ผิดจากสรรพคุณที่เจ้าตัวบรรยายแม้แต่น้อย คุณชายโจตบไหล่เพื่อนรักหนักๆ บอกเสียงทุ้ม ตั้งแต่เริ่มคบกับมึง กูก็ซึมซับเอาคำนั้นมาเต็มหัวใจแล้ว

เชี่ยคยู ตกลงมึงจะชวนกูทะเลาะใช่ไหม

น่า แค่พี่ชายคนสวยไม่กลับไปทานข้าวด้วยทำเป็นอีคิวต่ำ ยั่วนิดยั่วหน่อยก็โมโหแบบนี้ เดี๋ยวกูไม่พาเข้าไปในบ้านหลังนั้นนะ คิบอมนิ่วหน้า มองคยูฮยอนนิ่ง ไม่ใช่ไม่เชื่อ ไม่ใช่ไม่วางใจ คิบอมรู้ดีว่าคยูฮยอนเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นถ้าลองได้หลุดออกมาจากปากแสดงว่ามั่นใจที่จะทำให้ได้แน่นอน แต่ชายหนุ่มแค่นึกไม่ออกว่าคยูฮยอนจะมีเหตุผลอะไรที่พาตัวเองและเขาเข้าไปเจ๋อในบ้านหลังนั้นได้

จะเข้าไปได้ยังไง

เดินเข้าไป หรือ ถ้ามึงขี้เกียจเดินก็ขับรถเข้าไปกัน

คยูฮยอน คยูฮยอนยิ้มร้าย ดับบุหรี่ด้วยรองเท้านักเรียนราคาแพงลิ่ว แล้วก็สะบัดนิ้วหัวแม่มือไปด้านหลัง บ้านกูอยู่นี่ เราก็บอกว่ามึงแวะมาเที่ยวบ้านกูแล้วก็เลยรอกลับพร้อมพี่ชาย

คิบอมมองรั้วสีอิฐที่ทอดตัวยาวตลอดถนนสายนั้นแล้วก็พอนึกขึ้นมาได้ลางๆ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของคิบอมอยู่กับทงเฮ เพื่อนฝูงคนเดียวที่เขาเคยไปเที่ยวบ้านคือคยูฮยอน และก็ตรงเข้ามาทางประตูหน้า ใครจะคิดว่าพอมาจากอีกทางมันจะมาโผล่ด้านหลังคฤหาสถ์ของไอ้คุณชายโจมัน

ไปกันหรือยัง ยืนอยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวการ์ดบ้านกูส่องกล้องออกมาเห็น เป็นเรื่องให้แม่กูซักอีกว่ามาถึงบ้านแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน 

เมื่อเป็นแบบนี้ทั้งสองหนุ่มก็ก้าวยาวๆตัดถนนตรงไปยังประตูเหล็กดัดลวดลายอลังการข้างหน้า คยูฮยอนตรงไปทางประตูเล็กทางขวามือ กำลังจะกดปุ่มสีแดงเพื่อให้สัญญาณคนในบ้าน แสงไฟจากรถยนต์ก็สาดเข้ามากระทบร่าง ทั้งสองถอยจนพ้นรัศมีของคันรถรอจนรถคันนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ กระจกตรงคนขับก็เลื่อนลงด้วยระบบไฟฟ้า เสียงแหบทุ้มของคนขับรถสูงวัยถามอย่างรู้งาน

มาหาใครหรือครับคุณ

ผมมาหาพี่ชายน่ะครับ พอดีว่าเขามาทำรายงานกับพี่ซีวอนที่นี่

น้องชายของเพื่อนคุณหนูเล็กขอรับ คยูฮยอนได้ยินชายแก่หันไปรายงานคนที่นั่งในตอนหลัง ชายหนุ่มพยายามเพ่งมองผ่านกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสงจนทึบเข้าไปแต่นอกจากกรอบร่างเล็กที่นั่งตัวตรงอยู่ด้านหลังแล้วก็ไม่เห็นอะไรมากกว่านั้น และก็คงเป็นคนนี้แหละที่ทำให้คนขับรถหันมาบอกเขาสองคนให้รอสักครู่แล้วจะมีคนในบ้านออกมารับ

รอแค่อึดใจเดียวก็มีเด็กสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งมาพาพวกเขาไปยังห้องทำงานของคุณหนูเล็ก ระหว่างทางนั้นใจของคิบอมจดจ่ออยู่แต่คนที่คิดถึง ส่วนคยูฮยอนนั้นถือโอกาสที่ได้เข้ามาในเขตของเพื่อนบ้าน สำรวจการตกแต่งตลอดสองเส้นทางอย่างสนใจ

ก็ใช้ได้ ดูเรียบง่ายแต่แอบหรูหรา

กูชอบเรือนกระจกนั่นว่ะ เก๋ดี ข้างนอกเป็นเหมือนเรือนไม้โปร่งแต่มึงเชื่อเถอะว่าเขาต้องติดตั้งตัวปรับอุณภูมิไว้ ไม่อย่างนั้นกล้วยไม้พวกนั้นทนอากาศบ้านเราไม่ได้แน่

บ้านมึงไม่มีหรือคยู คิบอมลดเสียงถามให้ได้ยินกันสองคน เขาไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดแม่สาวใช้ที่เดินนำข้างหน้าได้ยินระดับภาษาที่พวกเขาใช้กันมันจะทำให้ข่าวนี้รั่วไปถึงหูเจ้านายหล่อนให้เขาซวยด้วยหรือเปล่า คยูฮยอนส่ายหน้า บอกเสียงเบาพอกัน

ไม่มี แต่กูคิดว่ามันกำลังจะมีว่ะ ขอกูแวะเข้าไปดูหน่อยได้ไหม

ไอ้เหี้ย มึงมาส่งกูรับทงเฮกลับบ้านนะ ไม่ได้มาชมกล้วยไม้ 

บางทีคยูฮยอนก็มีรสนิยมในเรื่องที่เพื่อนอย่างเขาคิดไม่ถึง อย่างเช่นเรื่องนี้ คบกันมาหกปีคิบอมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนเขาสนใจเรื่องพันธุ์ไม้ประดับ พอมันคิดจะสนใจขึ้นมาก็จะกลายเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมาได้ทันทีเหมือนกัน ดูอย่างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหลังคฤหาสถ์ร้อยล้านนั่นไงล่ะ มันนั่งดูสารคดีเรื่องนี้กับเขาวันศุกร์ช่วงบ่าย จากนั้นไม่ถึงเจ็ดวันทุกอย่างก็พร้อมเสริ์ฟเรียบร้อย

คิบอมเข้าใจดีว่าคยูฮยอนก็คือคยูฮยอน ไอ้คุณชายโจมันโตมาบนกองเงินกองทองแล้วก็การเอาอกเอาใจของคนรอบข้าง นิสัยเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง หากคิดจะเอามันก็จะมีเหตุผลให้มันเอาให้ได้ในตอนนั้น คราวนี้ก็เช่นกัน

เอาน่า ตัวกูมีกลิ่นบุหรี่ติด ขืนเข้าไปกับมึงตอนนี้มีหวังพี่ทงเฮจับได้แน่ เอาแบบนี้นะมึงบอกพวกเค้าว่ากูแวบเข้าห้องน้ำอยู่ เดี๋ยวตามไป นะเพื่อนนะ คิบอมถอนใจเฮือกใหญ่มองไอ้ตัวร้ายที่ตรงเข้าไปถามทางไปห้องน้ำกับคนนำทาง พอเจ้าหล่อนชี้ทางให้ มันก็ยิ้มหวานตอบเขาทำเหมือนตรงไปทางนั้นแต่เขารู้สุดท้ายมันก็แวบกลับไปที่เรือนกล้วยไม้จนได้แหละ

คิบอมได้แต่หวังว่าเพื่อนรักคงไม่เพลินกับเรือนกระจกจนลืมเขาก็แล้วกัน

ร่างสูงโปร่งส่งเสียงขออนุญาตพอเป็นพิธีก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเรือนกระจกเข้าไปภายใน เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ ข้างในนี้อุณหภูมิสูงกว่าข้างนอกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอาจจะเป็นเพราะว่ากล้วยไม้พวกนี้ชอบอากาศเย็นก็เป็นได้ แสงสีอ่อนจากไฟหลอดเล็กทำให้บรรยากาศภายในเรือนกระจกดูชวนฝันพิลึกสำหรับเขา เด็กหนุ่มถอดแว่นมาถือไว้ ผิวปากวิ้วเมื่อเจอดอกไม้ก้านยาวสวยแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และเสียงนั้นเองที่ทำให้ใครบางคนรับรู้การบุกรุกของเขา

ใครน่ะ

เสียงห้าวแบบผู้ชาย แต่กลับกังวานใสจนชายหนุ่มนึกอยากเห็นต้นตอของเสียง ระหว่างเขากับใครคนนั้นมีกระถางกล้วยไม้ขนาดเล็กที่แขวนเรียงไว้เป็นแถวสวยงาม ตามมารยาทเขาควรส่งเสียงและเดินอ้อมไปจนสุดแถวเพื่อที่จะได้แนะนำตัวกับอีกฝ่าย แต่มันไม่ใช่นิสัยของคุณชายโจ ชายหนุ่มแหวกกระถางตรงหน้าออกจากกันด้วยมือเดียว แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้คุณชายผู้เฉยชากับทุกสิ่งแทบลืมหายใจ

ใบหน้าสวย งดงามราวกับวาด

ดวงตาเรียวยาว วาววับด้วยหยดน้ำที่กำลังหยอกล้อแสงสีอ่อนของดวงไฟ

กลีบปากสีสด อิ่มตึง แค่มอง....ก็รู้สึกถึงความหวานที่พลุ่งพล่านไปทั้งอก 

คนตัวสูงละมือจากราวกระถางกล้วยไม้เหมือนโดนของร้อน หันหลังกลับออกมาจากเรือนกระจกนั้นทันที มือหนาสางผมตัวเองแรงๆ เป็นบ้าอะไรคยูฮยอน หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ หรือ....หรือนายจะเมาเกษรดอกไม้วะ !

Fanismz ::: เอิ้กกกกก คยูคนเลว ตอนสิบสองยังไม่ต่อ เดาะเอาเรื่องใหม่มาลง ไม่เป็นไร(?) เพราะอยากจะบอกว่าคนแต่งชอบคาแล็คเตอร์คยูฮยอนเรื่องนี้มากพอๆกับคยูคนเลวเลย ครึๆๆ อยากมี อยากมีแฟนแบบนี้ >////< แฟนบอมหมวยคงถูกใจนะคะ บอกได้เลยว่าเรื่องนี้เด่นพอกันทั้งสองคู่ค่ะ แต่เด่นคนละแบบ คนละแนว

ส่วนคู่รีเควสที่ขอกันไว้ สาวกบอมมิน เตรียมเฮได้เลย กริ้วๆ ^^

ขอบคุณค่า