Sweet revenge 01
posted on 16 Jan 2007 13:10 by kiraz in Sweet-RevengeTitle ::: Sweet Revenge
Chapter ::: 01
Character ::: KyuMin x BomDong
เสียงดังกระหึ่มของเพลงที่เปิดในระดับเกือบสูงสุดทำเอาคนที่เพิ่งเดินออกมาจากผับแห่งนั้นต้องหูอื้อกันไปเป็นแถว เด็กหนุ่มตัวเล็กใช้ฝ่ามือตบหูตัวเองไปสองสามครั้ง เอียงหัวไปมา ก่อนจะหยิบเจ้าโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมารับสาย
ครับ ซองมินครับพี่
ซองมิน อยู่ที่ไหนเนี่ย ทำไมเสียงดังแบบนี้
ซองมินทำหน้าแหย เสียงพี่ใหญ่ของวงทำเอาเด็กหนุ่มเหมือนเป็นใบ้ขึ้นมากะทันหัน
......อยู่....อยู่ข้างนอกครับพี่
หนีเที่ยวกันอีกแล้วใช่ไหม พี่โทรไปหาทั้งคังอิน อึนฮยอก ดงแฮเจ้าพวกนั้นก็ปิดเครื่อง
เอ่อ คือว่า........
ไม่ต้องแก้ตัว ถ้าอยู่ด้วยกันก็รีบกลับคอนโดด่วนนะ พรุ่งนี้เรามีประชุมเช้า พวกนายลืมแล้วหรือไง
ครับ งั้น...เดี๋ยวผมจะเข้าไปตามนะครับ
อย่าช้านะซองมิน ไม่อย่างนั้นคงรู้นะว่าจะได้รับบทลงโทษยังไงบ้าง
พี่ลีทึก อย่าบอกผู้จัดการนะครับ เพราะผมอยากมาเลยชวนคนอื่นๆมาด้วย พวกนั้นไม่ผิดนะครับ
พี่จะฟังต่อเมื่อนายกลับมาถึงบ้าน แค่นี้นะ กลับบ้านดีๆล่ะ
ครับ
รับคำเสียงอ่อยแล้วก็เดินลากขากลับเข้าไปข้างในต่อ ซองมินขยับหมวกไหมพรมให้หรุบต่ำมากขึ้น ไม่ได้หรอกขืนมีใครเห็นว่าพวกเขาแอบหนีมาเที่ยวกลางคืนในสถานที่แบบนี้มีหวังได้ดังทั่วเมืองในเช้าวันรุ่งขึ้นแน่
คนตัวเล็กนิ่วหน้าเมื่อเข้ามาข้างในแล้วเสียงยิ่งดังกว่าตอนอยู่ข้างนอก ดวงตาคู่เล็กมองหาเพื่อนที่มาด้วยแล้วก็พบว่าทั้งสามชีวิตกำลังวาดลวดลายในมุมหนึ่งของร้านแบบไม่กลัวเป็นข่าวสักนิด
ซองมินจำได้ว่าตอนแรกที่พากันมาเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยเที่ยวผับแบบนี้มาก่อน พวกนั้นเลยอาสาพามาเปิดหูเปิดตา แล้วดูสิ....เขาน่ะอยากจะกลับบ้านตั้งแต่สิบนาทีแรกแล้ว แต่พี่คังอินกับอึนฮยอกแล้วก็ดงแฮดันไม่ยอมกลับ จนล่วงเข้าห้าทุ่มมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีใครยอมกลับบ้านสักคน
งานนี้คงต้องเอาประกาศิตพี่ลีทึกมาอ้างอย่างเดียว
ซองมินสาวเท้าเบียดผู้คนเข้าไปหากลุ่มในสุด แต่ผู้คนที่เบียดกันจนน่าอึดอัดทำให้ไม่สามารถผ่านไปได้ง่ายอย่างที่ใจต้องการ คนตัวเล็กจิ๊ปากกับตัวเองเมื่อถูกดันมาติดผนังร้าน พอขยับจะไปต่อก็เป็นอันต้องชะงักกึก ทางผ่านของเขาถูกขวางด้วยร่างสูงเพรียวของใครบางคนที่กำลังยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
ความรู้สึกอันตรายแล่นปลาดขึ้นมารวดเร็วจนซองมินต้องผงะออก
หือ กระต่ายที่ไหนหลงมาแถวนี้เนี่ย
เสียงทุ้มพร่าเอ่ยออกมาเมื่อเจ้าของร่างหันมาเห็นซองมินยืนอยู่ข้างหลัง เด็กหนุ่มไม่ตอบคำนั้นก้มหน้าให้อีกฝ่ายเห็นหน้าน้อยที่สุด ใช้ความเงียบเป็นเกราะป้องกันตัวแล้วสั่งให้ตัวเองออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด แต่จะหันไปทางไหนก็มีแต่คน คน และคนเบียดกันเต็มไปหมด
ขอโทษ ผมจะไปหาเพื่อนทางโน้น ช่วยหลีกทางให้หน่อยได้ไหม
สุดท้ายก็ต้องเอ่ยปากกับคนที่กำลังพิงผนังติดกับตัวเอง ซองมินเห็นอีกฝ่ายยิ้มน้อยๆ แต่เชื่อเถอะ ขนาดข้างในนี้มันมีแสงไม่พอเขายังรู้ว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มที่น่ามองเลยสักนิด ใบหน้าที่เบือนมามองเขาถูกบดบังด้วยหมวกไหมพรมคล้ายซองมิน แต่หมอนี่หนักกว่าที่ดึงฮูทสีเข้มจากเสื้อคลุมทับหมวกไปด้วย เพราะอย่างนี้ถึงจะพยายามมองให้เห็นหน้ายังไงมันก็ไม่ได้ดั่งใจสักที
ความรู้สึกอันตรายในวูบแรกนั้นคงจะมาจากความลึกลับที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงนี่เอง
คนที่ขวางทางซองมินไม่ทำอะไรนอกจากยิ้ม คนตัวเล็กเลยตัดสินใจที่จะเดินแทรกไปเอง มันคงจะอึดอัดเพราะสถานที่มันแคบและคนมันเยอะ แต่ก็ยังดีกว่ามายืนให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มายืนยิ้มแล้วมองหน้าเขาเงียบๆแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แล้วกัน
ซองมินเดินเบียดเข้าไปแล้วก็สะดุ้งเฮือก
นี่ ทำอะไรน่ะ
เสียงเล็กร้องออกไปอย่างตกใจ ระบบป้องกันตัวสั่งให้เด็กชายผลักร่างสูงที่เบียดร่างเขาไว้กับกำแพงออกไปสุดแรง แต่นอกจากไม่ยอมถอยแล้วอีกฝ่ายยังยิ้มมุมปากให้ซองมินใจหายเล่นเสียอย่างนั้น ซองมินก็พอรู้ว่าการมาเที่ยวเล่นในสถานที่แบบนี้มันก็ต้องเจอคนนิสัยแย่ๆแบบไอ้หมอนี่เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่คิดว่าเขาจะซวยเจอตั้งแต่ครั้งแรกแบบนี้
ถอยไป เพื่อนฉันกำลังมาทางนี้
แล้วยังไง มืดออกขนาดนี้คิดว่าเพื่อนนายจะมองเห็นเราอย่างนั้นเหรอกระต่ายน้อย
นี่ ฉันบอกให้ถอยไป ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือนนะ
น่ากลัวจัง แต่....ฉันไม่อยากถอย
ซฮงมินกัดปากจนเจ็บ ท่องในใจว่าอย่าทำอะไร อย่าตอบโต้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนตัวเล็กภาวนาให้เพื่อนคนใดคนหนึ่งหันมาเห็นเขาแต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก อย่างที่ไอ้คนไร้มารยาทนี่มันพูด มืดขนาดนี้แค่แยกผู้ชายผู้หญิงยังทำได้ยากแล้วไม่ต้องนึกถึงจำหน้ากันได้หรอก
ซองมินไม่อยากทำเลย....จริงๆนะ แต่วิชาป้องกันตัวมันก็ต้องใช้ในเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรือ แล้วไอ้คนตรงหน้ามันกำลังก้มหน้าลงมาเรื่อยๆ แถมยังทำท่าจะรั้งเอาหมวกใบโปรดของซองมินออก เด็กหนุ่มไม่อยากเสี่ยงให้ใครจำหน้าได้เลยกระแทกสันมือไปที่ซอกคอเจ้านั่นด้วยแรงไม่ใช่น้อย
ปึ่ก!
......โอ๊ะ.....นาย.......
ฉันเตือนนายแล้ว!
แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทรุดลงไปอย่างที่หวังแต่ก็ทำให้ซองมินหลุดออกมาจากการโอบล้อมที่แสนจะอันตรายได้ คนตัวเล็กผละออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่เร็วไปจนกว่าจะได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเบียดสวนกลับไปยังตำแหน่งเดิมของเขา
คยูกี้ มาหลบอยู่ตรงนี้เอง หาซะทั่วร้านเลย
.................................
คนคู่นั้นจะตอบกันอย่างไรซองมินไม่คิดจะอยู่ฟังต่อ เร่งเบียดผู้คนจนมาถึงจุดที่ทงแฮกำลังเต้นอยู่กับอึนฮยอกอย่างเมามัน ไปถึงก็ต้องใช้เสียงในระดับตะโกนเรียกเจ้าสองคนนั่นถึงยอมกันมาสนใจเขา
มีอะไรซองมิน กำลังสนุกเลย
กลับบ้านได้แล้ว พี่อีทึกโทรมาตาม
หา อะไรนะ อึนฮยอกร้องถามกลับ ซองมินเลยเหนี่ยวคออีกฝ่ายลงมาแล้วก็ตะเบ็งเสียงใส่เสียเต็มหู คราวนี้จะไม่ได้ยินก็ให้มันรู้ไป
พี่อีทึกโทรมา บอกให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้
ฉิบหายแล้ว พี่อีทึกรู้ได้ยังไงวะทงแฮ
จะไปรู้เหรอ พี่คังอินก็ไม่อยู่ตรงนี้ด้วยสิ
พี่คังอินอยู่ไหน คนตัวเล็กถามเมื่อไม่เห็นเงาของพี่หมีใหญ่อยู่ตรงนั้น
อยู่ห้องน้ำมั้ง......เพิ่งหายไปเมื่อกี้เอง
งั้นฉันไปตามเอง นายสองคนออกไปรอหน้าร้านเลย ร่างเล็กแหวกทงแฮและอึนฮยอกออก ทำท่าจะเดินไปทางหลังร้าน ทำเอาเพื่อนอีกสองคนร้องเสียงหลง คว้าแขนซองมินเอาไว้แทบไม่ทัน
เฮ้ยยยยย ไม่ด๊ายยยย ซองมินนั่นแหละไปรอหน้าร้าน พวกเราจะไปตามเอง รับรองไม่เกินสิบนาที
อะไรน่ะ ทำไมฉันจะไปตามไม่ได้ พวกนายมีความลับอะไรกันหรือเปล่า
อึนฮยอกส่ายหน้าจนคอแทบหลุดแบบนี้ มันน่าเชื่อมั้ยเนี่ย
ไม่มี แต่ไม่อยากให้นายเบียดคนไปมา ไปรอหน้าร้านนะ เดี๋ยวพวกฉันตามไป
ก็ได้ อย่าช้านะ
แม้จะไม่ค่อยเชื่อเหตุผลของอึนฮยอกสักเท่าไหร่แต่ก็จำใจต้องเดินต้อยๆออกมารอหน้าผับ ซองมินกำลังจะโทรไปบอกอีทึกว่ากำลังจะกลับ แต่ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นเสียก่อน เสียงเหมือนคนกำลังมีเรื่องกันประมาณนั้น เด็กหนุ่มค่อยเดินเลียบไปทางด้านข้าง ยื่นหน้าออกไปดูอย่างระแวดระวัง
ไม่ได้หรอก พี่ๆเคยสอนไว้ว่า
เวลาเจอเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจต้องคอยระวังตัวเองให้ดี อย่าได้เผลอตกกระไดพลอยโจนไปมีส่วนร่วมด้วยเป็นอันขาด ยิ่งถ้าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องดีแล้วล่ะก็ ห่างได้ก็ให้ห่างไว้ จำไว้นะซองมิน
ตอนนั้นเขาก็พยักหนารับหงึกๆ แต่ตอนนี้ความอยากรู้มันมีมากกว่าซองมินเลยกล้าที่จะขยับเข้าไปแอบมองคนกลุ่มนั้นใกล้มากขึ้น ด้านข้างของร้านมุมที่ค่อนข้างอับแสงเหมาะสำหรับการมีเรื่องกันจนน่าโมโห ผู้ชายร่างยอมเกร็งที่เหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มกำลังจับคอเสื้อฝ่ายตรงข้ามกระแทกกับกำแพงของร้านดังปั่ก ซองมินทำหน้าแหย ได้ยินเสียงแหบห้าวขู่เจ้าคนโชคร้ายนั้นแว่วๆ ประมาณความได้ว่าคงเป็นเรื่องผู้หญิง
คนตัวเล็กพยายามชะเง้อมองเมื่อเห็นพรรคพวกอีกสองคนที่เหลือของเจ้าอันธพาลตัวใหญ่นั่นก้าวเข้าไปล็อคแขนล็อคขาฝ่ายตรงข้ามไว้
แบบนี้มันรุมกันชัดๆ ไม่ยุติธรรมนี่หว่า
คนตัวเล็กร้องกับตัวเอง วินาทีนั้นลีซองมินลืมสิ้นทั้งคำสอน คำเตือน และคำขู่ของเหล่าพี่ๆทั้งหลาย เด็กหนุ่มก้าวออกจากตรงที่หลบอยู่ มุ่งเข้าหาคนกลุ่มนั้นอย่างไม่ลังเล แต่ทันใดนั้น
เฮ่ยย....อ่อก..........
ตุ่บ!
ฝ่ายที่ได้เปรียบเมื่อครู่นี้ ล้มลงไปกองกับพื้นทีละคนๆ ในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีด้วยซ้ำ ซองมินก้าวขาค้าง กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับเจ้าคนที่ตั้งใจจะออกมาช่วยในตอนแรก และตอนนี้ก็...กำลังยืนใช้หลังมือปาดเลือดออกจากใบหน้าอย่างสงบ เอ่อ.....คงไม่จำเป็นต้องช่วยแล้วมั้ง
คนตัวเล็กสั่งตัวเองให้ถอยออกมาแต่ดวงตาคมที่ตวัดมากลับตรึงเขาไว้กับที่
ริมฝีปากได้รูปเหยียดเป็นรอยยิ้มที่คุ้นตานัก
หลงทางอีกแล้วเหรอ กระต่ายน้อย
โอย ไม่นะ
คนที่เค้าคิดจะเข้ามาช่วย คือ คนที่ซองมินเพิ่งฟันต้นคอมันไปเมื่อกี้เองเหรอเนี่ยยย
เห็นแอบมองอยู่นาน สนุกไหมล่ะ
เสียงนั้นยังคงดังมาจากคนๆเดิม แต่ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆเพราะร่างสูงกำลังเหยียบผ่านร่างไร้สติของเจ้าอันธพาลกลุ่มเมื่อกี้เข้ามาหาซองมิน เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก หันมองซ้ายขวาหาทางหนีทีไล่ แล้วก็ต้องร้องออกมาเต็มเสียง
ระวัง!!
เสียงร้องของซองมินเตือนให้คนตัวสูงหันกลับไปมองด้านหลัง เจ้าตัวหัวหน้ามันโผเข้ามาหาคู่แค้นเก่าพร้อมมีดเงาวับในมือ เข้ามาถึงเงื้ออาวุธในมือเข้าใส่ร่างสูง ซองมินเห็นผู้ชายคนนั้นเอียงหลบไปด้านข้างก่อนจะกระชากข้อมือผอมแห้งเข้าหาตัวแล้วก็สวนกำปั้นกระแทกเข้าใส่เบ้าตาอีกฝ่ายดังปึ่ก
อ๊าก!!
เล่นของมีคม ระวังจะได้แผลนะ
เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ซองมินยกมือปิดปากเมื่อเจ้าของเสียงกดข้อมือเจ้าอันธพาลนั่นเข้าหาท้องอีกฝ่ายเต็มแรง เกิดเสียงดังสวบตามด้วยเสียงร้องลั่นอย่างเจ็บปวด แล้วร่างผอมแห้งก็ทรุดลงไปกองกับพื้น ซองมินอ้าปากค้าง กลิ่นคาวเหม็นคลุ้งทั่วบริเวณนั้น เลือดสีสดไหลเปื้อนเสื้อผ้าของเจ้าคนเคราะห์ร้ายของจริงที่กำลังร้องครางอยู่กับพื้น ทุกภาพ ทุกเสียงชวนให้น่าตกใจมากกว่าพอใจ
แต่ผู้ชายคนนั้นกลับยิ้ม
ยิ้มอย่างสาแก่ใจเสียด้วยซ้ำ
อย่างนี้นี่เองความรู้สึกอันตรายที่ซองมินสัมผัสได้ในตอนแรกนั่นน่ะ ไม่ใช่แค่ความลึกลับที่แผ่ออกมาเงียบๆจากผู้ชายคนนี้ แต่มันรวมถึงความเลือดเย็นจากรอยยิ้มนั่นต่างหากล่ะ
ยิ้มที่หยุดเพียงแต่ริมฝีปาก
รอยยิ้มที่ไม่ได้เผื่อแผ่ไปถึงดวงตา
น่ากลัว ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน
ฟักทองน้อย กลับบ้านได้แล้ว
ทงแฮ ฉัน....ฉัน......
มาทางนี้
ทงแฮไม่หยุดฟัง มาถึงก็ลากเพื่อนรักออกมาจากที่เกิดเหตุอย่างรู้งาน พอก้าวแรกมันขยับได้ก้าวต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก ซองมินวิ่งตาทงแฮจนมาถึงจุดที่คังอินและอึนฮยอกรออยู่ ทั้งสี่คนพร้อมใจกันโดดขึ้นรถแท๊กซี่ที่คังอินเรียกรอไว้โดยไม่ต้องให้ใครบอก บอกจุดหมายปลายทางเรียบร้อยก็พากันเงียบจนถึงที่หมาย
ก่อนจะเข้าไปในคอนโด คังอินเรียกทุกคนให้หยุดแล้วกำชับเสียงหนัก
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าบอกใครเป็นอันขาด เข้าใจไหม
ทุกเรื่องเหรอครับพี่
ซองมินถามเสียงแผ่ว คังอินพยักหน้ารับ
ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่นายไปเห็นเรื่องชกต่อยเมื่อกี้ ห้ามเด็ดขาด
แต่......นั่นมันคดีทำร้ายร่างกายเลยนะครับ เราควรแจ้งตำรวจด้วยซ้ำ
ไม่ได้ ลืมมันซะซองมิน ตรงนั้นมันมืดเจ้าพวกนั้นมันคงจำหน้านายไม่ได้หรอก เพราะเท่าที่ดูเมื่อกี้มีแค่ไอ้คนตัวสูงนั่นที่หันมาทางเรา ในเมื่อเราไม่เห็นหน้ามัน มันก็น่าจะไม่เห็นเราเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เก็บเรื่องคืนนี้ลงหม้อฝังดินไปได้เลย พวกเราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นข่าวได้โดยไม่มีเรื่องเสียหายนะ
อย่างนั้นเหรอ
ใช่ เฮ่ยยยยย.................
คังอินร้องออกมาเต็มเสียง ทั้งสี่คนที่กำลังเกาะกลุ่มคุยกันอยู่หันขวับไปทางต้นเสียงที่กำลังยืนกอดอกพิงประตูอย่างตกใจ ลีดเดอร์ของวงอยู่ในชุดนอนเรียบร้อย ดวงตาเรียวรีที่มองจ้องมาเป็นสัญญาณให้เหล่าผู้กระทำผิดทั้งหลายต้องแตกทัพกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
แค่ก็มีอีกคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
คิดได้อย่างนั้นก็ไม่ควรจะพาน้องออกไปตั้งแต่แรกใช่ไหม คังอิน
ซองมินเฝ้าคิดถึงเรื่องคืนนั้นด้วยความระแวงว่าเจ้าคนโหดร้ายนั่นจะตามมาฆ่าปิดปากเขาอยู่ประมาณอาทิตย์เดียว พอเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหนุ่มก็กลับมาร่าเริง เฮฮากับเพื่อนรักได้ตามปกติ วันนี้ซองมินตื่นเช้าเหมือนทุกคนในบ้าน ทุกคนพากันมารวมตัวที่ห้องซ้อมเต้นตั้งแต่เก้าโมงเช้าเพราะตามกำหนดการณ์ที่ผู้จัดการของพวกเขาแจ้งไว้เมื่อวันก่อน
วันนี้ ซุปเปอร์จูเนียร์จะมีน้องใหม่คนที่สิบสามเข้ามา
ไม่แปลกที่แต่ละคนจะดูกระตือรือร้นจนแทบเก็บไม่อยู่แบบนี้
ขนาดคิมคิบอมที่ขึ้นชื่อว่านิ่งที่สุดในกลุ่มยังทำใจให้สนใจแต่บทละครของตัวเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงพวกไฮเปอร์อย่างพี่ฮีชอลกับทงแฮ.....รั่วยกกำลังสองเลยล่ะงานนี้
มาแล้วๆ
เวลาแห่งการรอคอยของเหล่าเอสเจสิ้นสุดลงเมื่อเสียงรถแวนของผู้จัดการแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน หลายคนถลาไปเกาะกระจกดูแล้วก็วิจารณ์กันต่างๆนานา ขณะที่ซองมินเลือกที่จะนั่งกอดหมอนรออยู่ข้างคิบอม ไม่นานเกินรอ อีทึกก็เดินนำผู้ชายสองคนเข้ามาในห้องนั่งเล่น ซองมินพยายามเอนตัวมองคนที่ตามเข้ามาหลังสุดแต่สมาชิกคนอื่นๆที่อยากเห็นเช่นกันก็บังเป้าหมายเอาไว้เสียหมด
เอาล่ะ ฉันพูดมาเยอะแล้ว แนะนำตัวเองหน่อยดีไหมสมาชิกใหม่
ครับ
เสียงทุ้มที่ขานรับเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง แต่สำหรับซองมินแล้ว เขารู้สึกว่ามัน.....แปลกๆ
ร่างเล็กค่อยวางหมอนลงข้างตัว ลุกเดินไปด้านข้างใกล้กับผู้จัดการมือหนึ่ง ดวงตาคู่สวยมองไล่ตั้งแต่เสื้อยืดสีเข้มที่ถูกคลุมด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีซีด ขึ้นไปถึงปลายคางได้รูป ริมฝีปากสีสดที่เจือด้วยรอยยิ้มบาง จมูกโด่ง และ......ดวงตาคมกริบที่ปลายมาทางเขาราวกับนัด!
สวัสดีครับ โจคยูฮยอน ต่อไปนี้ก็ขอรบกวนด้วยนะครับ
...................
'
TBC ^^