Sweet Revenge 22
posted on 07 May 2008 10:22 by kiraz in Sweet-Revenge|
เพียงห้าวันถัดจากนั้น |
| ทุกอย่างรอบตัวตกอยู่ในความวุ่นวาย ตั้งแต่ลืมตาตื่นก็ได้ยินเสียงผู้จัดการไล่ปลุกไปตามแต่ละห้อง เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวาย เสียงทะเลาะทุ่มเถียงกันแย่งห้องน้ำ เสียงพูด คุย เสียงฝีเท้า มีความเคลื่อนไหวทุกทิศรอบตัว แต่ทำไม...คยูฮยอนถึงรู้สึกว่าเขากำลังยืนอยู่เพียงลำพัง ขณะที่คนอื่นๆ เต็มไปด้วยสีสันของความมีชีวิตชีวา สดใส มีพลัง ทำไมถึงมีแต่เขาที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนพื้นที่สีเทาอันหมองหม่นเพียงคนเดียว ทั้งที่วันนี้จะเป็นวันที่พวกเขาได้แสดงพลังตอบโต้อำนาจมืดของผู้ชายคนนั้น คยูฮยอนมองเห็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่รออยู่ท่ามกลางพลังคลื่นสีฟ้าของแซฟไฟร์บลู สิ่งที่จะยืนยันให้โลกได้เห็นว่าไม่ว่าเมื่อใดก็ตามซุปเอร์จูเนียร์จะมีความรักของคนกลุ่มนั้นโอบอุ้มอยู่เสมอ ฝ่ายตรงข้ามจะต้องกระอักเมื่อเห็นการตอบโต้ที่จะพลิกให้เอสเจโดดขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการเพลงด้วยปรากฏการณ์การจัดคอนเสิร์ตที่ไม่เหมือนใคร ผลที่คาดหวังไว้ล้วนแต่เป็นไปในทางที่ดี แต่ทำไมคยูฮยอนถึงไม่นึกตื่นเต้นยินดีเลย ความรู้สึกกระหายใจชัยชนะมันไปซุกหัวอยู่ทางไหนหมด ชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่าระหว่างที่ทุกคนวุ่นวายกับการเตรียมความพร้อมของการโชว์ ตัวเองนั้นได้เดินลงจากรถตู้แล้วหายไปจากหลังเวทีใหญ่อย่างไร้ร่องรอย ลมหายใจของเขาแผ่วหวิว อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ หัวใจเต้นอย่างอ่อนล้าจนชายหนุ่มไม่กล้าที่จะใช้มันอย่างสิ้นเปลืองดังทุกที ขายาวพาตัวเองผ่านสวนกว้างอย่างไร้จุดหมาย รอบตัวเขาเต็มไปด้วยกิ่งก้านของไม้ยืนต้นที่ปลิดใบจนหมดสิ้น โครงไม้สีดำตระหง่านท้าลมพายุในฤดูหนาวอย่างโดดเดี่ยวหากกลับมั่นคงจนคยูฮยอนนึกอิจฉา เขาเคยเป็นแบบนั้น เคยเข้มแข็งจนเกือบจะไร้หัวใจ ไม่ว่าความหนาวเหน็บของหิมะฤดูหนาว ความร้อนระอุจากลมฤดูร้อน แม้กระทั่งความเหงาในยามที่ใบไม้เริ่มร่วงจากต้น เวลาที่เมืองทั้งเมืองถูกย้อมให้เป็นสีน้ำตาลอมส้ม ก็ไม่เคยทำให้คนอย่างโจคยูฮยอนสะทกสะท้าน ก่อนที่ผู้หญิงที่เขารักที่สุดจะจากไป คยูฮยอนมีชีวิตเพื่อเธอคนนั้น ผู้หญิงที่ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ไม่เคยทำให้ลูกชายอย่างเขารู้สึกถึงการขาดหาย แม่ที่เข้มแข็งยิ่งกว่าใครในโลก เขาอยู่ที่นั่นวันนั้น วันที่แม่จากไปตลอดกาล แม้แต่ในห้วงสุดท้ายของลมหายใจ แม้จะถูกทิ้งให้ทรมานเพราะความเจ็บป่วยมานานนับปีแต่แม่ก็ไม่เคยเกลียดผู้ชายคนนั้นได้ลง แต่ไม่ใช่กับเขา นับตั้งแต่วันที่ลมหายใจของผู้เป็นแม่หยุดลง คยูฮยอนสาบานไว้แล้วว่าจะต้องทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้รสของการสูญเสียบ้าง ค่าตอบแทนที่พรากแม่มาจากสิ่งที่รัก กักขังไว้ด้วยคำว่าภรรยาและหน้าที่ ละทิ้งที่จะดูแลเอาใจใส่ คยูฮยอนจะตอบแทนผู้ชายเลือดเย็นคนนั้นด้วยสิ่งที่โจยองฮวา เกลียดที่สุด ดูถูกอย่างที่สุด ไบรอันคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คยูฮยอนไว้ใจ โจมินคยูตอบรับทุกอย่างที่เขาขอ คอยช่วยเหลือในบางเรื่องที่คยูฮยอนไม่สามารถลงมือทำเองได้ เพื่อนรักของเขากว้างขวางในวงการสื่อเหมือนที่คยูฮยอนเองก็คุ้นเคยกับโลกมืดใต้ดินพอประมาณ การเริ่มต้นชีวิตนักร้องของเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว แผนของเขาผิดเพี้ยนไปตั้งแต่เขาถูกจับมารวมกับวงบอยแบนด์ที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลกแทนที่จะได้เดบิ้วด์เป็นศิลปินเดี่ยวดังที่หวัง ขณะที่อยู่บนเวทีเขาต้องถีบตัวเองให้โดดเด่น...มากพอที่จะทำให้ภาพที่ฉายออกไปมันเป็นหนามตำใจใครบางคนได้ และในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ถูกรังควานจากโลกมืด ภาพข่าวฉาวที่ปาปารัซซี่ชอบนักหนาถูกเสนอมาต่อรอง คยูฮยอนทำทุกอย่างเพื่อเก็บทุกจุดอ่อนของตัวเอง โลกมืดสอนเรื่องเลวร้ายให้เขาแต่มันก็สอนให้เขาเอาตัวรอดอย่างเลือดเย็นด้วยเช่นกัน ก่อนจะถึงวันที่ชื่อเสียงของเขาโด่งดัง ไม่ว่าอะไรก็มาหยุดเขาไม่ได้ ความพยายามของคยูฮยอนสัมฤทธิ์ผลเมื่อยูนิตพิเศษของเขาและซองมินโด่งดังไปทั่วทั้งเกาะเกาหลีและเอเชีย คยูฮยอนลำพองใจกับความสามารถของตน มันไม่ใช่โชค ไม่ใช่ความบังเอิญหากมันคือความตั้งใจ การกำจัดรยออุคออกจากยูนิตในเวลาที่กระชั้นชิดทำให้ลำบากที่จะหาคนมาแทน คยูฮยอนจะกำจัดอีกคนไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าไม่มีอีซองมิน แน่นอนว่าเขามีสิทธิ์จะได้เป็นศิลปินเดี่ยวดังที่ตั้งใจ แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ตอนนั้นคยูฮยอนบอกตัวเองว่าอีซองมินอาจจะมีประโยชน์ในวันข้างหน้า ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ทั้งรูปถ่าย ข่าวจริงและข่าวลือ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาจงใจปล่อยออกไปเพื่อท้าทายและทำลายเครดิตของโจยองฮวาทั้งสิ้น จนได้รู้ว่าผู้ชายเลือดเย็นคนนั้นเกือบจะล้มเพราะบรรดาพวกหุ้นส่วนหัวโบราณคร่ำครึในบริษัทแล้วเขายิ่งสะใจ สุดท้ายการตอบโต้ด้วยการวางยาสมาชิกในวงทำให้คยูฮยอนตัดสินใจระเบิดเขื่อน ปล่อยกระแสน้ำเชี่ยวกรากเข้าซัดทำลายโจยองฮวาแบบไม่ต้องคิดซ้ำสอง ข่าวความสัมพันธ์ของเขากับอีซองมิน อีซองมิน คือ ดาบสองคม คยูฮยอนตระหนักดีนับตั้งแต่วันที่เขาเผลอให้ความห่วงใยมันอยู่เหนือหลักการของสมองแล้ว คยูฮยอนรู้ดีว่าหากยังปล่อยให้ใจตัวเองเป็นใหญ่แบบนี้ ดาบคมหนึ่งของซองมินจะบาดเนื้อเขาเข้าสักวัน แต่ชายหนุ่มก็ยังปลอบใจตัวเองว่าเขาอาจจะได้ใช้อีกคมของดาบฟาดฟันศัตรูได้ ทุกอย่างมันเป็นไปดังที่หวังและตั้งใจ เขาชนะ....และก็แพ้อย่างหมดท่าเช่นกัน มันเป็นความผิดพลาดนับตั้งแต่การได้รับเลือกมาอยู่ซุปเปอร์จูเนียร์ ความรักความผูกพันที่ไม่เคยมีผลกับความโกรธแค้นในใจเขา มันเริ่มซึมเข้าไปในความรู้สึกช้าๆ วันละเล็ก วันละน้อย ความใกล้ชิดทำให้คยูฮยอนเผลอรับเอาเรื่องราวมากมายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ ทั้งดีทั้งร้าย นานวันเข้าความผูกพันเหล่านั้นมันยิ่งทำให้ความตั้งใจของเขาสั่นคลอน หากแรงแค้นแต่หนหลังมันยังรุนแรงนัก คยูฮยอนดื้อไม่ฟังเสียงใจส่วนดี เดินหน้าทำทุกอย่างตามความตั้งใจเดิมจนบรรลุผล เขาไม่เสียใจเลยที่ได้เอาคืนคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ ความผูกพันระหว่างคยูฮยอนกับผู้ชายคนนั้นมันเบาบางนัก หากสิ่งที่ทำให้เขาสูดลมหายใจได้ไม่เต็มอกอยู่ตอนนี้ คือ เพื่อนทุกคน เพื่อนที่ถูกเขาหลอกใช้เป็นเครื่องมืออย่างเลือดเย็นที่สุด คนกลุ่มหนึ่งที่บุกรุกมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตเขาโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้รู้ตัว และกว่าจะตระหนักถึงสิ่งสำคัญนั้น เขาก็สูญเสียมันไปแล้ว ทั้งเพื่อน ทั้งคนที่รัก เหลือเพียงแค่เงาในอดีต...เท่านั้น “ โจคยูฮยอน ! “ เหมือนใครบางคนเรียกเขาจากที่ไกลๆ คยูฮยอนใช้สายตาเลื่อนลอยมองไปโดยไม่รู้ทิศ สุดท้ายเขาก็เห็นร่างเล็กของใครบางคนวิ่งเร็วๆ เข้ามาหยุดตรงหน้า หิมะเริ่มโปรยปราย ลมหายใจที่พ่นออกมาจากปากสีแดงสดกลายเป็นควันขาวขุ่น คยูฮยอนยังไม่ทันได้ขยับตัว อีทงเฮก็กระชากคอเสื้อเขาติดมือไปอย่างแรง “ไอ้เด็กโง่! ไอ้....ไอ้คนไร้ความคิด! นายมาทำเหี้ยอะไรตรงนี้วะ” “ทงเฮ” “เออ ก็ฉันน่ะสิ เสียสติไปแล้วหรือไง จำได้หรือเปล่าว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไรที่นี่ มานั่งตากหิมะอยู่ได้ ฉัน...ฉันอยากจะฆ่านายนัก” อีทงเฮที่ไม่ยอมพูดด้วย ไม่ยอมมองหน้าคยูฮยอนมาตลอดสองอาทิตย์กำลังยืนหอบเพราะความเหนื่อย คยูฮยอนนึกสงสัยว่าความเหนื่อยของทงเฮมันมาจากการวิ่งตามหาเขาอย่างนั้นหรือ ทงเฮที่โกรธเขายิ่งกว่าคนอื่นๆ นะหรือ จะทำแบบนั้น “ทงเฮโกรธทำไม” “โกรธทำไม นี่นายกล้าถามฉันแบบนี้เรอะ ไอ้น้องเฮงซวย! ไอ้เด็กเวร!” “ทงเฮ” ดูเหมือนเสียงของทงเฮจะกลายเป็นสัญญาณของคนที่สามที่สี่ให้รู้ตำแหน่งของพวกเขา คยูฮยอนเห็นฮยอกแจกับเยซองวิ่งหน้าเครียดมาแต่ไกล และก่อนที่ทงเฮจะลงมือฆ่าหักคอน้องเล็กจริงๆ ฮยอกแจก็ถลาเข้ามาลากคยูฮยอนให้วิ่งตามไปโดยไม่เสียเวลาหยุดสักวินาที “อีฮยอกแจ ฉันยังสั่งสอนมันไม่จบนะเว้ย” “ไปหลังเวทีก่อน จะไม่ทันแล้ว” “นายก็ไปได้แล้วทงเฮ เดี๋ยวจะเป็นหวัด” คยูฮยอนถูกลากให้กลับเข้ามาในห้องพักชั่วคราวแบบไม่มีโอกาสได้พูดอะไรสักคำ ทันทีที่ฮยอกแจเปิดประตูเข้าไปไออุ่นจากเครื่องทำความร้อนด้านในก็กรูมาโอบล้อมตัวเขา ร่างสูงโปร่งถูกผลักให้เข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วผ้านวมผืนหนาก็วางโปะลงบนไหล่ คยูฮยอนเงยหน้ามองร่างอ้วนกลมของชินดงฮี แล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังสั่นจนต้องกอดตัวเองไว้แน่น “ตามหมอดีไหมครับพี่จองซู” อีทึกเป็นอีกคนที่อยู่ในห้องนั้น หัวหน้าวงลูบหน้าลูบตาน้องเล็กแล้วก็ส่ายหน้า “อย่าเลย เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ นายโอเคไหมคยูฮยอน” “เกิดอะไรขึ้นครับ” “ฉันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ นายก็หายหัวไปไม่บอกไม่กล่าว โทรศัพท์ก็ไม่เอาไปด้วย เดือดร้อนต้องวิ่งออกไปตามหากัน ขอคำตอบที่มันเข้าท่าด้วยนะโจคยูฮยอน ไม่งั้นนายเจ็บตัวแน่” “ไม่เอาน่าทงเฮ ใจเย็นๆ สิ” “ไม่เย็นแล้ว ผมโกรธมัน โกรธ!” ปลาน้อยอาละวาดแผดเสียงเสียเต็มห้องพัก โชคดีที่คิมคิบอมเปิดประตูเข้ามาพอดี ชายหนุ่มจึงจับทงเฮไปสงบสติอารมณ์เสียมุมหนึ่ง ต่อจากคิบอมเป็นคังอินที่หอบแฮ่กไม่ต่างกัน พอเห็นว่าคยูฮยอนนั่งอยู่ในห้อง ชายหนุ่มก็ถอนใจแล้วก็เลี่ยงไปอีกทาง คยูฮยอนรับชาร้อนจากรยออุคมาจิบเงียบๆ ทุกคนในห้องพลอยเงียบไปกับเขาด้วย มีเพียงเสียงฮึดฮัดของอีทงเฮที่คอยขับไล่ความอึดอัดไปจากคนทั้งกลุ่ม “เห็นพวกเราเป็นอะไร คิดจะทำอะไรก็ทำ จะไปไหนก็ไป นึกว่าตัวเองอยู่คนเดียวบนโลกหรือไง” “......................” คยูฮยอนยังคงรักษาความเงียบจนหัวหน้าวงอ่อนใจ กำลังจะไล่ให้คนอื่นๆ ไปเตรียมตัวก่อน ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง อีซองมินอยู่ตรงนั้น ร่างขาวจัดห่อตัวด้วยเสื้อโค้ทตัวยาว เรือนผมสีดำสนิทมีเกร็ดหิมะเกาะไล่ลงมาถึงบนไหล่ทั้งสองข้าง ซองมินเดินเข้ามาในห้อง หยุดอยู่ตรงหน้าคยูฮยอนแล้วก็คุกเข่าลงตรงนั้น คนอ่อนวัยกว่ายังไม่ทันตั้งตัว ร่างขาวกลมก็ทิ้งใบหน้าเข้ามากับอก คยูฮยอนอ้าแขนโอบร่างนั้นไว้โดยต้องต้องให้ใครสั่ง ดวงตาสีจัดมองเห็นแค่เรือนผมนุ่มชื้นที่เกลือกไปมาตรงอกเขา “ซองมิน” “ไม่เอาน่าอ้วน ไอ้น้องเล็กมันไม่เป็นอะไรแล้ว” ฮยอกแจเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ หากซองมินยังไม่ยอมเงยหน้าจากอกคยูฮยอน ชายหนุ่มจึงบอกที่มาของอาการแปลกๆ นั้นแทน “ซองมินกลัวว่านายจะโดนพาตัวไปน่ะ” “ทำไมคิดแบบนั้น” “ไม่รู้ ก็คู่กรณีนายร้ายไม่ใช่เล่นนี่นา พวกเราเองก็กลัวว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เลยช่วยกันออกตามหาอย่างที่เห็นนี่ไงล่ะ ทงเฮน่ะมันเหนื่อยกว่าเพื่อนเพราะวิ่งไปแล้วก็หมายหัวนายไปด้วย แต่ตอนที่เจอนาย ทงเฮก็คงดีใจมากกว่าใครเลยมั้ง ใช่ไหมปลา” “ไม่ใช่เว้ย!” ฮยอกแจหัวเราะจนตาหยี คยูฮยอนรู้สึกว่าร่างเขากำลังสั่น สั่นจนเกินจะควบคุม ใบหน้าและลำคอร้อนผ่าว ริมฝีปากสั่นระริกจนต้องขบมันไว้แน่น และก่อนที่ขอบตามันจะปวดร้าวจนต้องระบายเป็นหยดน้ำตาออกมา อีซองมินก็ยืดตัวขึ้นรั้งศีรษะเขาเข้าไปซบกับไหล่นุ่มอย่างเข้าใจ คยูฮยอนไม่ได้พูดคำว่า ขอโทษ ออกไปด้วยซ้ำ แรงตบหนักๆ ที่ย้ำมาบนหลัง ไหล่ ศีรษะ และแรงกอดรัดที่โถมเข้ามาแทบทุกทิศทาง มันทำให้เขาแทบไม่เหลือลมหายใจไว้เอ่ยคำใดได้อีก To be continue..^^ Fanismz :: ตอนหน้าจบ |