Short-Fiction

[SF] Please,forgive me.

posted on 04 Feb 2008 11:19 by kiraz  in Short-Fiction

 

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

สิบโมงครึ่ง


สายได้ที่สำหรับนักศึกษาที่มีเรียนเก้าโมงตรงอย่างเขา เจ้าของร่างสูงพลิกตัวนอนหงาย เพดานห้องก็ยังเป็นสีครีมคุ้นตา ตื่นมากี่ทีๆ ก็ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนไป ไม่รู้สึกแปลกตาอย่างที่นึกหวัง ไอ้ที่ขอพระเจ้าไว้ว่าอยากความจำเสื่อมนั้น ทำไมมันไม่สัมฤทธิ์ผลสักที ตื่นมาทุกเช้าถึงต้องมาเจอกับความรู้สึกเหี้ยๆ ก่อนอย่างอื่น สงสัยพระเจ้าท่านคงงานยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจแค่คนอกหักคนหนึ่ง หรือจะคิดอีกทีสงสัยช่วงเวลาที่ผ่านมาโจวคยูฮยอนคงทำความดีไม่มากพอ เบื้องบนถึงได้เมินเฉยต่อคำขอของเขาจนน่าหงุดหงิดแบบนี้

ร่างสูงปัดผ้าห่มออกจากตัว ย่ำไม่กี่ก้าวก็พาตัวเองมาอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ.....โทรมสัดๆ.....เขาคิดในใจ ตาโรย เหนือริมฝีปากและคางเขียวครึ้มด้วยไรหนวดสากและแข็ง แต่ช่างแม่ง วันนี้ขี้เกียจโกน ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ คนที่กล้าทิ้งโจวคยูฮยอนไปจะได้เห็นเต็มตาว่าทำอะไรกับผู้ชายที่หล่อที่สุดในปฐพีไว้บ้าง


เนื้อตัวยังมีแต่กลิ่นแอลกอฮอลล์เพราะเมื่อวานจำได้ว่าดื่มกันไปเยอะพอควร ชายหนุ่มเปลื้องผ้าทิ้งตรงนั้น เดินโทงๆ ไปยืนใต้ฝักบัว แชมพูขวดใหญ่ส่งเสียงฟืดๆ เมื่อเขากดหัวปั๊ม คยูฮยอนมองมันผ่านสายน้ำอย่างประหลาดใจ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาเคยชินกับความพรักพร้อมของทุกอย่างรอบตัว แชมพู ครีมนวดผม ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน ไม่เคยประท้วงว่ามันใกล้จะหมดมานาน....ตั้งแต่......... - - -



คยูฮยอนสะลัดหัวแรงๆ

ช่างแม่ง หมดก็ซื้อใหม่ จะซื้อเองด้วย




ปล่อยให้สายน้ำดึงพลังชีวิตกลับมาสักพักแล้ว ก็เดินออกมาจากโซนเปียก มือแกร่งเอื้อมไปยังราวแขวนทางขวามือ ผ้าขนหนูผืนนุ่ม หอมกรุ่นมันจะต้องแขวนรอให้เขาใช้อยู่ตรงนั้น แต่วันนี้....ไม่มี.....ตาคมย้ายตำแหน่งไปยังตะกร้าผ้าใช้แล้วมุมหนึ่ง นั่นไง กองกันอยู่นั่น ให้มันได้อย่างนี้สิ วันนี้คงไม่ต้องไปเรียนมันแล้ว อยู่ทำความสะอาดบ้านนี่แหละไอ้คยู


เสื้อยืดตัวโตถูกนำมาซับหยดน้ำจากเส้นผม โชคดีที่มีเสื้อคลุมตัวหนึ่งเหลืออยู่ คยูฮยอนอาศัยมันห่อหุ้มเรือนร่างสูงโปร่งแล้วเดินไปในห้องครัว ห้องชุดที่เคยคิดว่าเพอร์เฟคทำไมวันนี้มันถึงได้กว้างจนน่าหงุดหงิดก็ไม่รู้ ตู้เย็นว่างเปล่าพอกับกระเพาะอาหารของเขา นอกจากนมหมดอายุแล้วก็น้ำผลไม้กล่องใหญ่ ไข่ อ้อ โชคดีที่ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่สองสามห่อ


ชายหนุ่มต้มน้ำทิ้งไว้แล้วกลับมายังห้องนอน โทรศัพท์นอนนิ่งไร้ชีวิตและสัญญาณอยู่ข้างเตียง เขาปิดมันเองแหละ ไม่อยากได้ยินเสียงรบกวนกลางดึก ขี้เกียจตื่นมาด่าไอ้พวกบ้าที่จะโทรมาตอนเวลาล่วงเข้าวันใหม่ กว่าจะข่มตาให้หลับได้ต้องพึ่งเหล้าไปเยอะ ไม่อยากให้มันเสียเปล่า แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลายข้อความเสียงถูกฝากไว้ และอีกหลายข้อความอักษร รูปภาพส่งมาติดๆ กันเมื่อเขาเปิดเครื่อง ชายหนุ่มกดฟังจนมาถึงข้อความสุดท้าย




( สุขสันต์วันเกิดนะ ขอให้มีความสุข แล้วก็ดูแล...... )




ตุ่บ!




แน่นอนว่าเขาไม่รอฟังจนจบ ถ้าพื้นผิวที่มันตกลงไปกระทบไม่ใช่ฟูกหน้านุ่ม โทรศัพท์ราคาแพงลิบลิ่วคงกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดวงตาคมวาววับ มีความสุขอย่างนั้นหรือ กล้าดียังไงมาอวยพรเขาอย่างนั้น กล้าบอกให้เขามีความสุขทั้งที่ทิ้งกันไปอย่างเลือดเย็นอย่างนั้นหรือ ริมฝีปากสีแดงเลือดเม้มจนเป็นเส้นขาว คยูฮยอนปาเสื้อผืดตัวนุ่มใส่ตะกร้า เดินไปปิดแก๊ส ก่อนจะกลับมาแต่งตัวลวกๆ



อยากให้มีความสุขก็จะมีให้ เขาจะมีความสุขให้ยิ่งกว่าตอนที่คนๆ นั้นอยู่ที่นี่ มีความสุขเหมือนสิบกว่าปีที่ผ่านมา
คยูฮยอนจะลืม ลืมว่าเคยมีช่วงเวลาเกือบปีที่เสียเวลาหยุดอยู่แค่คนๆ เดียว !





ร่างสูงหยิบแค่โทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วย เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าหนังกลับสีน้ำตาลไม่ได้ทำให้ความดูดีของโจวคยูฮยอนลดน้อยลงแม้สักนิด ใบหน้าหล่อร้ายยิ่งทวีความคมเข้มเมื่อวันนี้มันมีไรหนวดจางๆ เหนือริมฝีปากและคางได้รูปเพิ่มขึ้นมาด้วย ชายหนุ่มแวะบอกให้แม่บ้านขึ้นไปทำความสะอาดแล้วก็ไม่ลืมแจกยิ้มมุมปากเป็นการกำชับคำสั่งที่ได้ผลเกินร้อยจากนั้นก็ตรงลิ่วไปยังมินิคูปเปอร์คู่กาย


โทรศัพท์ส่งเสียงทักทายเมื่อขณะที่เขากำลังเลี้ยวรถออกสู่ถนนสายหลักหน้าคอนโด

ว่าไง

( มึงจะเข้าเรียนตอนบ่ายหรือเปล่า?) ถามสมกับเป็นเพื่อนรัก หากมาสายแสดงว่าคาบนั้นทั้งคาบคยูฮยอนจะไม่เข้าเรียนเลย เพราะฉะนั้นเลทไปเป็นชั่วโมงของคาบเช้าแบบนี้ อย่าคิดเลยว่าคนอย่างเขาจะเหยียบเข้าไปในห้องเลคเชอร์อีก คนถามมันเลยโยนไปช่วงบ่ายอย่างรู้ใจ

ไม่ กูมีธุระ

( ธุระอะไรของมึง )

หาเหล้าแดก สนใจไหมล่ะ

( ขอกูเรียนให้คุ้มค่ากับค่าเทอมป๋ากับแม่ก่อน แล้วค่อยเจอกัน ร้านเดิมหรือยังไง ) ตอบตกลงไปแล้วก็เก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่เดิม มีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด เขาจะไปซื้อของเข้าบ้าน



การซื้อของ...คนเดียว....มันยากกว่าที่เขาคิด แค่เดินเข้าไปอยู่ท่ามกลางชั้นวางของที่เรียงเป็นแถวคยูฮยอนก็ต้องถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า ของเยอะ คนเยอะ เด็กก็แม่งร้องโยเยกวนประสาท บรรยากาศรอบตัวอึกทึกครึกโครม เสียงดังจนน่ารำคาญ ร่างสูงคว้าเอารถเข็นมาครองไว้หนึ่งคัน ดันให้ผ่านไปตามสินค้านานาชนิดอย่างเหนื่อยหน่าย ทำไมทุกครั้งที่มาเขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลยนะ


อดทนหยิบฉวยเอาของใช้ที่จำเป็นเพียงไม่กี่อย่าง เลือกเอายี่ห้อที่เคยใช้เพราะไม่สนใจอยากดูรายละเอียดมากไปกว่านั้น กินแล้วไม่ตาย ใช้แล้วผืนไม่ขึ้นเป็นพอ มือเรียวขาวจับของชั้นแล้วชิ้นเล่าโยนใส่รถเข็นหากพอจะเข็นไปชำระเงินก็นิ่วหน้าขึ้นมาเฉยๆ ห่ะ ใช้แต่ของเดิมๆ แบบนี้เมื่อไหร่มึงจะลืมได้คยู อยากให้ภาพเก่าๆ มันคอยตามหลอกหลอนไม่สิ้นสุดหรือไง เร็วเท่าความคิดคนตัวสูงเข็นรถกลับไปทางเดิมตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะเปลี่ยนของทุกอย่างในรถเข็นให้เป็นยี่ห้อใหม่ทุกชิ้น!




สุดท้าย แม้จะเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เขาก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการ










คยูฮยอนเดินเดาะกุญแจในมือเข้าคณะมาในตอนเย็นวันเดียวกันนั้น โทรไปหาเชวซึงฮยอนเมื่อครู่นี้ เพื่อนชั่วมันบอกว่ากำลังกินข้าวกันอยู่กับทุกคนในโรงอาหาร หาไม่ยากสำหรับกลุ่มที่อยู่ที่ไหนก็แม่งไม่เคยเงียบให้เกรงใจชาวบ้าน มิคกี้ยูชอนกำลังวาดมือในอากาศประกอบการเล่าเรื่องอย่างเมามัน ถ้าเขาไม่ยื่นมือไปสะกัดไว้ก่อนคงโดนมันฟาดปากเจ่อ


เอรี้ยย หายหัวไปไหนมาครับพี่ วันนี้มีเรียนทั้งเช้าทั้งบ่ายแต่โผล่มาตอนเย็น พ่อคุณ พ่อมหาจำเริญ พ่อแม่จ่ายค่าเทอมมาให้มึงโดดเรียนหรือไงครับ


เออเสียงทุ้มตอบสั้นๆ ใช้เท้าเตะหน้าแข้งให้คนทักขยับเว้นที่นั่งให้ ยูชอนเลื่อนตัวไปนั่งด้านใน ตรงข้ามเป็นซึงฮยอนกับคิบอมที่กำลังจัดการกับข้าวของใครของมัน เมื่อไม่มีใครสนใจจะยื่นมือเข้ามาช่วย พ่อหนุ่มนักเรียนนอกจึงได้แต่บ่นงึมงำ


เช็ดแม่ง ด่าไปตั้งเยอะตอบมาแค่คำเดียว ตั้งแต่อกหักนี่ลิ้นมึงพิการไปเยอะเลยนะไอ้คยู


กูไม่ได้อกหัก!


ไม่ได้อกหักแต่เมาหมาไม่แดกทุกวันตั้งแต่เลิกกัน กูล่ะอยากให้รุ่นพี่มาเห็น เขาคงอนาถใจพิลึกที่เห็นสภาพมึงตอนนี้ หรือจะดีใจก็ไม่รู้ที่สะลัดมึงทิ้งได้ชักพูดมากเกินระยะปลอดภัย คิบอมเลยสะกิดเพื่อนรักด้วยปลายเท้าไปหนึ่งทีแรงๆ มิคกี้สะดุ้งจนหุบปากลงได้ทันก่อนที่จะมีเหตุนองเลือดขึ้นกลางโรงอาหารคณะ


คยูฮยอนอยากสูบบุหรี่สักตัวแต่ห้องอาหารของคณะเขามันเป็นแบบปิดแถมยังติดเครื่องปรับอากาศเมื่อซึงฮยอนเอ่ยขึ้นว่าจะไปหาคนรักที่คณะก่อน ชายหนุ่มจึงตามติดมาด้วย สองหนุ่มทิ้งมิคกี้ยูชอนไว้กับคิมคิบอมแล้วก็เดินไปตามทางเท้าในมหาวิทยาลัย จุดที่ซึงฮยอนนัดแฟนไว้นั้นเป็นลานม้าหินอ่อน ร่างสูงทั้งสองเลือกนั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่ไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เรื่องปกติธรรมดาผู้ชายหน้าตาดีสองคนมาโผล่ในที่ที่ไม่ค่อยจะมามันก็ต้องเรียกปฏิกริยาตื่นตะลึงจากคนรอบข้างได้อยู่แล้ว คยูฮยอนมองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอาจารย์ท่านใดอยู่แถวนั้นจึงจุดบุหรี่สูบราวกับกระหายมาแรมปี


เบาๆ หน่อยไอ้คยู แฟนกูไม่ถูกกับควันบุหรี่


แล้วปกติมึงไม่สูบหรือไง


สูบ แต่ไม่บ่อย ถ้าเขาไม่ชอบกูก็ไม่สูบให้เขาเห็น


ถ้าเห็นแฟนมึงเดินมาค่อยบอกกูก็แล้วกัน ที่ออกมาจากโรงอาหารเนี่ยก็เพราะกูอยากสูบ อยู่แถวนั้นเดี๋ยวไอ้มิคออกมาเจอมันจะหาว่ากูสำออยเพราะเลิกกับพี่มันอีกเชวซึงฮยอนหัวเราะในคอ ตาคมดุมองกวาดไปทั่วลานร่มรื่นนั้น เงียบกันไปไม่นาน มือคร้ามก็เลื่อนมาสะกิดไหล่คยูฮยอนพอรู้สึก


ไอ้คยู


อะไร มาแล้วหรือ


อืม แต่ไม่ใช่แค่แฟนกูนะ......คยูฮยอนชะงักมือที่กำลังดับไฟบุหรี่ ตาคมกริบวาดไปตามทิศที่เพื่อนบอกใบ้ แล้วหัวใจก็เกือบจะพองฟูราวกับโดนอัดด้วยแก๊สจากนั้นก็เหี่ยวฟีบลงเหมือนโดนปล่อยลม พองยุบๆสลับกันแบบนั้นจนน่ากลัวว่าเขาอาจจะทนอยู่นิ่งไม่ไหวในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า การพบเจอครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ได้เห็นหน้าเป็นครั้งแรกหลังจากเอ่ยคำลาและแยกทางกันเดิน โจวคยูฮยอนหันหน้าหนีแทบจะทันทีที่ใบหน้าสวยนั้นผินมองมา ร่างสูงหันหลังให้จึงไม่รู้ว่าคนที่เขาพยายามหลบมาทั้งอาทิตย์กำลังโดนคนรักของเชวซึงฮยอนกึ่งจูงกึ่งลากเข้ามาหา


เทมป์....เสียงเริงร่าร้องเรียกมาก่อนตัว น้ำเสียงทอดอ่อนติดจะอ้อนทั้งที่อีกฝ่ายอ่อนวัยกว่าตนเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมเข้มได้เช่นทุกครั้งรอนานไหม ขอโทษนะ อาจารย์แจกงานท้ายชั่วโมงน่ะเลยเลิกเกินเวลา


ไม่นาน คุยกับคยูฮยอนไปเรื่อยๆ



แล้วตกลงวันนี้จะไปเลี้ยงวันเกิดคยูที่ไหนกันดีเจ้าของดวงตาเรียวสวยหันมายิ้มถามคยูฮยอน ชายหนุ่มได้แต่มองตอบนิ่ง แววตาบอกชัดว่าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก อะไร ทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกนะว่าจะเบี้ยว


เปล่า แต่ไม่จำเป็นก็ได้มั้ง เมื่อคืนก็ดื่มกันจนดึก


เมื่อคืนเราไม่ได้ดื่มด้วยนี่นา นี่อุตส่าห์ลากเอาเพื่อนเลิฟมาด้วยเลยนะ ทงเฮก็บอกจะไป ลองนายปฏิเสธสิ เจ้าปลามันงับหัวนายแน่ขอมอบโล่ บ้าน รถ ที่ดินและเชวซึงฮยอนให้ความสามารถในการมักมือชกของผู้หญิงคนนี้ คยูฮยอนไม่ใช่คนช่างต่อปากต่อคำกับใครแม้อีกฝ่ายจะเป็นรุ่นพี่ที่สนิทด้วยมานานนับปี เมื่อซึงฮยอนไม่ยอมช่วยแถมยังทำท่าจะเข้าข้างแฟน คยูฮยอนเลยได้แต่ยิ้มรับเงียบๆ เงียบเหมือนอีกคนที่เอาแต่ปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์อยู่อีกด้านหนึ่ง



บรรยากาศของการฉลองวันเกิดโจวคยูฮยอนในช่วงแรกถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันแห่งความอึดอัดอย่างแท้จริง
เมื่อเจ้าของวันเกิดมันเอาแต่นั่งสาดเหล้าลงคอประหนึ่งกำลังดื่มน้ำแร่อุณหภูมิห้องเพื่อสุขภาพ เพื่อนฝูงทุกคนต่างพากันมองเมินเหมือนไม่เห็นบาเรียที่กั้นมันออกจากคนรอบตัว มิคกี้อาศัยความหน้าด้านทำลายเปลือกความเย็นชานั้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนทุกผู้ทุกนามชักจะกรึ่มๆ กันแล้วนั่นแหละ ความสนุกสนานเฮฮาถึงได้เดินทางมาเยือน ทงเฮกับมิคกี้เป็นตัวชูโรงที่มีประสิทธิภาพสูงใช้ได้ ทั้งสองคนสามารถทำให้คยูฮยอนที่เอาแต่นั่งเงียบจิบเหล้ามาจับไมค์ร้องเพลงได้ แม้ว่ามันจะเป็นเพลงโคตรบาดหัวใจคนกำลังอกหักหรือเพิ่งหักอกคนร้องมาก็เถอะ แฟนสาวของซึงฮยอนยิ้มหวานให้คนข้างตัว มองแก้มอิ่มที่เริ่มจะเรื่อเพราะฤทธิ์ของมึนเมาแล้วก็หัวเราะคิกคัก


ไหวหรือเปล่า?”


ไหว เสียงเล็กบอกเบาๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะสนุกไปกับคนอื่นๆ แม้ว่าจะถูกสายตาเย็นเยียบปรายมองมาให้ใจหวิวทุกห้านาทีก็ตาม มือบางประคองแก้วเครื่องดื่มไว้มั่น ยกมันขึ้นจิบทุกครั้งที่รู้ว่าคอแห้งผากแล้วรอยยิ้มบนใบหน้ากำลังจะเลือนหาย กระนั้นในความอดทนมันก็ต้องมีช่วงเวลาที่ไม่อาจทนได้เช่นกัน เมื่อรู้สึกว่าจะฝืนยิ้มต่อไปไม่ไหว คนตัวเล็กก็ป้องปากบอกเพื่อนรักผ่านเสียงร้องของทงเฮและยูชอนว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ใจนั้นอยากจะหนีกลับบ้านไปเลยแต่ด้วยไม่อยากให้คนอื่นๆ รู้สึกแย่จึงทำได้แค่ปลีกตัวออกมาเรียกกำลังใจให้ตัวเองเพียงลำพัง


พอคนตัวเล็กเปิดประตูห้องออกไปเท่านั้น เสียงโหวกเหวกเมื่อครู่ก็เงียบลงเหลือเพียงเสียงเพลงจากลำโพงตัวเล็กที่ติดไว้ทั้งสี่มุมห้อง ทงเฮหยิบถั่วทอดใส่ปากสองสามเม็ดเหลือเม็ดหนึ่งสำหรับปาใส่หัวเจ้ารุ่นน้องหัวแข็งไปเต็มแรง งานนี้แม้แต่คิบอมก็ยังห้ามไม่ทัน



เจ็บนะฮยอง ทำผมทำไมเนี่ย!!


รำคาญตา ทำไม มีปัญหา


คิบอม เอาเมียมึงไปเก็บเลยไป ทำร้ายร่างกายกูแบบนี้เดี๋ยวสวย



ไอ้น้องเลว! แกจะทำอะไรฉันวะ คนอุตส่าห์พามาเลี้ยงยังมานั่งทำหน้าเบื่อโลก ถามจริง....จำได้ไหมว่าคนที่เดินออกไปเมื่อกี้น่ะใคร หรือไม่ได้เจอหน้าแค่ไม่กี่วันแล้วลืม จะได้พากลับ
คยูฮยอนเบ้ปาก ตวัดตาใส่บานประตูเหมือนคนที่ถูกพาดพิงถึงจะยืนอยู่ตรงนั้น


ทำไมฮยองไม่ถามเพื่อนฮยองล่ะ ถามผมทำไม


ถามแกเพราะฉันอยากให้แกง้อเค้า จะได้ดีๆ กันเสีย ไม่ใช่ทะเลาะกันแล้วต่างคนต่างเงียบแบบนี้ เมื่อไหร่แกจะดีกัน หรือจะรอให้เพื่อนฉันมีแฟนใหม่เสียก่อนถึงจะรู้สึกเจ้าเด็กรุ่นน้องมันร้องเหอะในคอ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด คยูฮยอนขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ปากหนักมากที่สุดคนหนึ่งและวันนี้ชายหนุ่มก็ยืนยันคำกล่าวนั้นอีกครั้ง ถึงทงเฮจะดุ ด่า ว่า ขู่อย่างไร ไอ้เพื่อนรุ่นน้อง เพื่อนแฟน เพื่อนของเพื่อน แฟนของเพื่อนมันก็ยังไม่ยอมยอมรับความผิดของมัน เอาแต่นั่งดื่มท่าเดียว


ทำใจเถอะครับทงเฮ พวกเขาสองคนเลิกกันแล้วนะคิบอมบอกเสียงนุ่ม ความสงบของพ่อหนุ่มนิติศาสตร์คนนี้เท่านั้นที่จะสยบความแรงของรุ่นพี่จากคณะนิเทศน์ได้ มือหนาดึงร่างเล็กให้นั่งลง


ใช่ เลิกกัน ไม่ได้แค่ทะเลาะกัน เลิกก็คือจบ อย่ารื้อฟื้นอีกเลยทงเฮมิคกี้ช่วยเสริมจนทงเฮหน้าม่อย


ไม่ได้อยากรื้อฟื้น แค่คิดว่าถ้าคืนดีกันได้มันก็น่าจะดี


มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ คยูฮยอนไม่อยากคืนดี.... มาถึงตรงนี้ คนพูดเหลือบมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องพร้อมกับยิ้มบาง
“...เพื่อนเราเองก็กำลังจะก้าวไปข้างหน้า หลังจากหยุดอยู่กับที่มานาน ปล่อยพวกเค้าไปเถอะ อย่าไปบังคับน้องมันเลย ไม่ได้คบกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้นี่นา ใช่มั้ยคยูฮยอนคยูฮยอนไม่ได้ตอบ ข้อเท็จจริงที่เพิ่งได้ยินจากหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในนั้นมันทำให้แอลกอฮอลล์ที่กรอกปากไปตั้งแต่หัวค่ำเริ่มออกฤทธิ์ เด็กหนุ่มร้อนวาบไปทั้งช่องท้องและช่วงอก มือไม้เย็นแล้วก็พาลสั่นระริกเหมือนคนเป็นไข้จับสั่นยังไงยังงั้น



หมายความว่ายังไง ก้าวไปข้างหน้ายังไง



บอกไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของเค้า พวกเราทำได้แค่ให้คำปรึกษา ไม่มีสิทธิ์เอามาพูด แล้วก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเหมือนเรื่องของคยูฮยอนนี่แหละยิ้มหวานปิดท้ายแล้วก็หันไปสนใจแต่รุ่นน้องหน้าดุที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เมื่อในที่ประชุมได้ข้อสรุปแบบไม่เป็นทางการแต่ก็ชัดเจนแล้วว่าจะปล่อยให้ปัญหาโลกแตกของโจวคยูฮยอนกลายเป็นอดีตไป แม้จะไม่เต็มใจแต่ลีทงเฮก็ยอมจับไมค์อีกครั้ง ไม่สนใจไอ้มักเน่มันแล้ว คราวนี้จะเก็บเสียงไว้ร้องเพลงให้คออักเสบกันไปข้างเลย!



การสังสรรค์ดำเนินไปจนครึ่งคืน สภาพของสี่จตุรเทพในตอนนี้ถ้ามีใครมาเห็นคงเสื่อมศรัทธาแบบกู่ไม่กลับแน่นอน ปาร์คยูชอนนอนแผ่เต็มพื้น งึมงำพูดไม่เป็นคำ คิมคิบอมดีหน่อยแต่ก็คงลำบากในการหิ้วลีทงเฮกลับบ้าน เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาเพราะสองคนนี้นอนค้างด้วยกันได้ ฟ้าไม่ผ่า แต่ถ้าต้องหิ้วโจวคยูฮยอนกลับไปนอนด้วยนี่ก็ไม่แน่ และเมื่อเชวซึงฮยอนกับคนรักอาสาพามิกี้ไปส่งที่หอพัก ทุกคนจึงพร้อมใจกันยกซากของโจวคยูฮยอนให้เป็นหน้าที่ของคนน่ารักที่ยืนทำหน้าลำบากใจอย่างปิดไม่มิด


มันจะดีหรือ เรากลัวว่า....


ดีสิ ทั้งสองคนกลับทางเดียวกันไม่ใช่หรือ นี่นะ ถ้าเราไม่ต้องพาตาปาร์คนี่ไปส่งให้ยามที่หอพักเราก็จะไปส่งคยูฮยอนให้อยู่หรอก แต่ถ้าทำแบบนั้นมันจะต้องวกกลับไปกลับมาน่ะสิ ซึงฮยอนก็เหมือนจะไม่ไหวแล้วด้วย บอกแล้วว่าอย่าดื่มเยอะๆ ไม่ฟัง เป็นไงล่ะก่อนที่เพื่อนสาวจะบ่นแฟนเด็กหน้าโหดให้มันหลับคาโต๊ะ เจ้าของร่างเล็กก็พยักหน้ารับอย่างจำยอม

เข้าใจแล้ว เราไปส่งให้ก็ได้



ไม่ต้อง!
เสียงแหบห้าวดังขึ้นห้วนๆ แล้วร่างสูงที่มีสภาพคล้ายโจรเข้าไปทุกทีก็ลุกขึ้นช้าๆ ดูอาการกึ่งดีกึ่งบ้าของเพื่อนแล้ว คิบอมก็อดที่จะท้วงไม่ได้


มึงจะกลับเองไหวหรือคยู


เออ ยืนจะไม่ไหวแล้วยังอวดเก่ง ให้พี่เค้าไปส่งน่ะดีแล้ว


ไหวไม่ไหว กูก็จะกลับเอง คนเขาไม่อยากไป พวกมึงก็ไปบังคับเค้าอยู่ได้ ไม่รู้หรือไงว่าเขารังเกียจกูอยู่ประชดให้เจ็บหัวใจเล่นแล้วมันก็ยิ้มร้ายๆ มึนๆ เดินลากขาออกจากห้องไป ถึงจะสติไม่ครบร้อยแต่โจวคยูฮยอนก็ยังสามารถประคองร่างให้เดินตรงทางได้อย่างน่านับถือ ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดริมถนนโดยไม่รอใคร กำลังจุดบุหรี่สูบไปไม่ถึงครึ่งมวนก็โดนดันแผ่นหลังให้ขึ้นไปยังรถแท็กซี่ที่โฉบเข้ามาจอด คนที่ตามออกมาเรียกรถให้เขายัดตัวเองลงมาในตอนหลังด้วย บอกที่หมายให้คนขับเสร็จสรรพ จากนั้นต่างคนก็ต่างเงียบ


สุดท้ายเสียงเล็กก็เอ่ยขึ้นเบาๆ


จะดื่มอะไรนักหนา มันดีนักหรือไงเหล้าน่ะ


ยุ่งอะไรด้วย


ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอก ถ้าทงเฮกับแฟนนิสไม่มาพูดกรอกหูทุกวันว่าใครบางคนกำลังทำตัวเหลวแหลกอย่างไม่น่าให้อภัย วันๆ เอาแต่ดื่มแล้วก็เที่ยว โดดเรียนเป็นว่าเล่น คิดดีแล้วหรือไงที่ทำตัวแบบนี้


แล้วยุ่งอะไรด้วย!!!เสียงห้าวตะคอกกลับมา อย่าว่าแต่คนตัวเล็กเลย....แม้แต่พี่คนขับยังสะดุ้ง ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าร้ายกาจนั้นนิ่ง นิ่งจนคยูฮยอนเป็นฝ่ายเบือนหลบไปนอกรถ เหี้ย มองไฟท้ายรถคันข้างๆ ยังดีกว่ามองไอ้ตาโตๆ คู่นั้นเลย อย่างน้อยไอ้ไฟสีส้มมันก็ไม่ทำให้เขาต้องปวดใจจนพาลน้ำตาจะไหลอย่างเมื่อครู่นี้ก็แล้วกัน อนาคตทนายความฝีปากจัดเก็บคำเงียบได้ไม่นาน เมื่อเจ้าของร่างนิ่มที่เคยกกกอดอยู่ทุกคืนวันเงียบให้บ้าง คยูฮยอนก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจแรงๆ



อึดอัดฉิบหาย!



ทำตัวไร้สาระ


ยุ่งปากว่าเขาทั้งที่ใจมันแอบเต้นระทึกด้วยความยินดี อย่างน้อยก็ยังยอมพูดด้วยล่ะวะ ยิ่งใบหน้าน่ารักสะบัดมองมา ไอ้หัวใจบ้ามันก็ยิ่งลิงโลด ห่า ไม่ได้มองเต็มตาแค่ไม่กี่วัน น่ารักขึ้นขนาดนี้เชียว


เกเรแบบนี้คิดว่ามันดีแล้วหรือไง


“......บอกว่าอย่ามายุ่ง


งั้นก็เชิญทำตามใจชอบเลย เราไม่ยุ่งกับนายแล้ว.......พี่ครับ ช่วยจอดรถด้วย คุณคนขับเหมือนจะรอคำนี้มานาน รีบปาดคันหลังเข้าชิดขอบทางเท้าตามคำสั่งทันที มือบางกระชากประตูรถเปิดจนเสียงอึกทึกข้างนอกเล็ดลอดเข้ามาภายใน กระนั้นน้ำเสียงห้วน ห้าว ติดจะพ้อก็ยังดังมาให้ได้ยิน




อยากไปไหนก็ไปเลย ไม่รักแล้ว ก็ไม่ต้องมายุ่ง

 




“................................”



เค้ามันไม่ดี เค้ามันแย่ ถึงได้มีแต่คนทิ้งไป


 



“................................”




ทิ้งไปแล้วจะมาสนใจทำไมล่ะ เค้าจะเป็นจะตาย ก็ไม่คิดจะกลับมารักกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
ไอ้คนพูด มันก็เอาแต่พูดๆๆ แล้วตัวเองก็นั่งตะแคงหลับตาเอาหน้าแนบกระจกไม่สนใจโลก ทิ้งให้คนที่เหลือต้องมองหน้ากันด้วยความอิหลั่กอิเหลื่อ คนหน้าหวานยิ้มแหย อยากจะเดินลงไปแล้วเรียกรถกลับบ้านเองแต่ใจที่มีอยู่ดวงเดียวมันดันอ่อนยวบตั้งแต่ได้ยินเสียงขี้เมาบางคนพ้อให้แล้วน่ะสิ สุดท้ายเลยได้แต่ปิดประตูลงตามเดิมแล้วก็บอกจุดหมายเดิมให้คุณพี่คนขับอย่างเกรงใจ



เพียงแค่รถเคลื่อนตัวออก ไอ้นักเรียนกฏหมายตัวดีก็กลับตัวมาหา ไม่ทันได้ขยับหนีหรือทัดทาน เขาก็เสียตักให้คนเอาแต่ใจไปเสียแล้ว ใบหน้าหล่อจัดซุกอยู่ตรงหน้าท้อง เบาะแคบขนาดนี้ก็ยังนอนเข้าไปได้นะ !



นี่ ลุกเดี๋ยวนี้นะ



ไม่



จะถึงคอนโดนายแล้ว ลงไป เราจะให้รถไปส่งเราที่บ้านต่อ




“.....แชมพูหมดแล้ว.....
มือบางหยุดการผลักไสชั่วคราวเมื่อได้ยินเสียงทุ้มพึมพำมาจากตัก คนตัวเล็กเอียงคอ นิ่วหน้า นายพูดถึงเรื่องอะไร



แชมพูหมด ครีมอาบน้ำก็หมด น้ำยาล้างจาน คอนดิชั่นเนอร์ ของกินในตู้เย็น หมด....หมดทุกอย่างเลยตกลงสร่างเมาหรือยัง ถ้ายังจะได้ทำใจว่ากำลังพูดกับคนบ้าที่กำลังเมา....อย่างไร้สติ



แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราล่ะ หมดก็ซื้อสิ



เค้าซื้อของไม่เป็น ซองมินก็รู้................. ซองมินร้องเหอะในคอ เริ่มอ่อนใจที่จะดันคนหน้าด้านออกจากตักแล้ว “....ทำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่ซองมินไป กลับบ้านด้วยกันเถอะนะ ถ้าไม่มีซองมินอยู่ด้วย เค้าต้องตายแน่ๆ



ก็อยู่มาได้เป็นอาทิตย์นี่ ไม่เห็นตาย



ไม่ตาย แต่ตอนนี้เค้าเริ่มไม่หล่อแล้วนะ เห็นไหมหน้าโทรม ตาโหล หนวดเครารุงรัง....พูดไปก็จับมือซองมินไปลูบแก้มคางตัวเองไปด้วย ซองมินชักมือหนี แอบกลั้นยิ้มกับการง้อของคนเจ้าเล่ห์ เหอะ โทษฐานกวนโมโห ชวนซองมินทะเลาะด้วยเรื่องงี่เง่า จงรับโทษทัณฑ์ของความทรมานใจเสียให้พอเถอะ โจวคยูฮยอน!



ถ้าทิ้งเค้าไปนานกว่านี้ เค้าคงตายแน่ๆ



คยูฮยอน




ครับ
หยอดเสียงยานคาง ซองมินรู้เวลาอยู่ด้วยกันสองคนก็เป็นแบบนี้แหละ ออดได้ออด อ้อนได้อ้อน นิสัยเด็กสุดขั้ว ยามใดเธอดีก็ดีใจหาย เอาใจสารพัด แต่ยามร้ายก็พายุสลาตันเราดีๆ นี่เอง และความเป็นเด็กในบางอารมณ์นี่แหละที่มันทำให้พวกเขาพูดกันไม่รู้เรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า จากเรื่องมดก็หลายเป็นเรื่องช้างไปได้ ถ้าไม่ถูกใจเด็กชายโจวคยูฮยอนขึ้นมา ไม่ว่าเหตุผลของซองมินจะหนักแน่นแค่ไหนมันก็เบาเป็นนุ่นได้ถ้าคยูฮยอนไม่คิดจะฟัง แล้วแบบนี้จะเป็นทนายความที่ดีได้ยังไงกัน



วันนั้น.....ใครไล่เราไป.....ใครเป็นคนบอกว่าเราขาดกัน เลิกกัน แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว นายเป็นคนพูดเองใช่ไหม....อย่างนี้แล้ว จะมาหาว่าคนอื่นทิ้งตัวได้ยังไง พูดแล้วก็รับผิดชอบคำพูดของตัวเองหน่อยสิ




เค้ารับผิดชอบโดยการง้อแล้วไงซองมินยิ้มบาง



ไม่ใช่คยูฮยอน โตแล้วนะ พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น เมื่อนายทำให้เราเข้าใจว่าเราสองคนจบกันแล้ว มันก็คือจบ เพราะเราคิดแบบนั้นตั้งแต่วันที่เราเดินออกมาจากบ้านนายแล้ว



ซองมิน



รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคอนโดหรูพอดีที่คยูฮยอนดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มดึงธนบัตรจ่ายค่าโดยสารแล้วก็ลากซองมินลงมาด้วย ซองมินถอนใจยาว รั้งเขาไว้ ไม่ยอมให้เขาไป ไม่ยอมฟังใคร ผู้ชายคนนี้ยังทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเดิม



ใจคอจะตัดกันจริงๆ หรือ



พอเถอะ เลิกพูดได้แล้ว เราจะกลับบ้านเสียงเล็กบอกเฉียบขาด เริ่มเดินไปตามทางเท้าเรื่อยๆ คยูฮยอนก็ตามอย่างไม่ยอมแพ้ ลงว่ายอมง้อขนาดนี้แล้ว เขาก็จะไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะได้ซองมินไปนอนกอดเหมือนเดิมเหมือนกัน ร่างสูงก้าวเข้าดักหน้าคนรักที่แก่กว่าถึงสองปี คว้าแขนเล็กดึงให้เข้ามากอดเอวตัวเอง แล้วก็โอบซองมินไว้แน่น




เค้าขอโทษ แต่....ไม่มีซองมินไม่ได้จริงๆ นะ




ถ้าเราจะเลิก นายจะเอาอะไรมาห้ามเราคยูฮยอน



เค้าไม่มีอะไรจะห้ามหรอก ก็เค้ารักซองมินนี่ ถ้าซองมินต้องการอะไรเค้าก็ไม่ขัดอยู่แล้ว ยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียว เค้าให้ไม่ได้จริงๆ เค้าเสียซองมินไปไม่ได้จริงๆเอาละ เริ่มบทโศกละ ซองมินเม้มปากนิดๆ ลองว่าเสียงเครือแบบนี้แสดงว่าเป็นหนักเอาการ ปกติแล้วคยูฮยอนชอบทำตัวเป็นเด็กก็จริงแต่ก็ไม่ใช่เด็กขี้แย เอะอะบีบน้ำตาเหมือนพระเอกละครหลังข่าว แทบนับครั้งได้เลยที่ซองมินจะได้เห็นคนตัวสูงมีน้ำตา และถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเจ้าตัวเขาสะเทือนใจอย่างที่สุดแล้ว



ถ้าอย่างนั้น เราจะขอของขวัญสำหรับวันเกิดนายล่ะ




ของขวัญ?”




ใช่ ของขวัญ....วันนี้วันเกิดนาย เราขอของขวัญสักข้อได้ไหมความจริงซองมินน่าจะเป็นคนให้คยูฮยอนมากกว่าจะเป็นคนขอ แต่ในนาทีนี้ คยูฮยอนมีสิทธิ์ได้แค่สงสัยและคิดในใจเท่านั้น ชายหนุ่มตอบรับข้อเสนอของคนรักแบบไม่เสียเวลาคิดทบทวนเลยทีเดียว



ว่ามาสิสำหรับคนอย่างโจวคยูฮยอน ลองว่ารักแล้ว เท่าไหร่เขาก็มีให้



เราขอ....ให้นายฟังเหตุผลของเราบ้าง อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ไม่ว่าจะได้ยินอะไรมาขอให้นายอย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ฟังจากปากเรา ขอแค่นี้นายให้เราได้ไหม....ที่ซองมินต้องระบุว่าเป็นเรื่องของเขาสองคนก็เพราะว่าคยูฮยอนจะทำตัวปัญญาอ่อน ไร้เหตุผลกับเรื่องของความรักเท่านั้นน่ะสิ ลองว่าเป็นเรื่องอื่น พ่อนักศึกษากฏหมายเขาจะนิ่งแล้วก็ขรึมเป็นคนละคนเลยล่ะ...



ไหนบอกขอข้อเดียวไง



เผื่อไว้น่ะ ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกพูดกัน



เค้าไม่สัญญาว่าจะทำได้ แต่....เค้าจะพยายาม เสียงทุ้มบอกชิดข้างแก้มใส อ้อมแขนอบอุ่นเพิ่มแรงรัดรึงแน่นขึ้นเพื่อกระชับร่างน้อยให้จมลึกลงไปในอกกว้าง ซองมินยิ้มหวาน ซุกหน้ากับกลิ่นกายอันคุ้นเคย กลิ่นของคยูฮยอน หอม เท่ แล้วก็เร้าอารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง!



คยูฮยอน ขอของขวัญอีกข้อสิ



ถือว่าเป็นส่วนของปีหน้าเลยนะซองมินหัวเราะเบาๆ เอียงหน้าให้จมูกแตะกับแก้มตอบ สัมผัสสากนิดๆ ทำให้ยิ่งอยากเกลือกใบหน้ากับผิวเนื้ออุ่นจัดนานขึ้น คนตัวเล็กสูดลมหายใจลึก แต้มจูบเบาๆตรงมุมปากสีสดของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ยั่วเย้าด้วยรอยยิ้มอ่อน...หวาน





ขอให้นายรักเราคนเดียว ข้อนี้...ให้ได้ไหม






คยูฮยอนถอนใจพลางส่ายหน้าไปมา





ไม่น่าถาม








สุขสันต์วันเกิดนะคยูฮยอน ^^




















THE END



















Fanismz ::




แต่งในเวลาอันจำกัด มันอาจจะป่วงๆ ไปบ้าง


แต่ก็หวังอยากให้คยูฮยอนดิบๆ เถื่อนๆ เหมือนในฟิกเลยมุเขียนจนจบ

ดิบเถื่อน แต่แอบง้องแง๊ง น่ารัก กับเรา อยากได้แท้ๆ แบบนี้ ^^





EDIT ::: ที่เห็นว่าสีสันสดสวยนี้ อย่าคิดว่าแฟนนิสจะขยัน
ฝีกีบ เอิ้กๆๆๆ ฝีมือ Boradori ล้วนๆค่ะ หลายเรื่อง หลายตอนแล้วด้วย
คนแต่งมันแต่งแล้ว ขี้เกียจลง ประจวบเหมาะกับที่ฤกษ์ดีตีสามกว่าๆ คุณคิมโบราเธอว่าง
เลยวานคุณมลชี่ลงฟิกเสียเลย (กะว่าถ้าไม่มีคนลงให้ก็จะไม่ลงละ) เหอะๆๆๆ

ขอบคุณมากค่ะตัว ^^

edit @ 4 Feb 2008 11:39:34 by Kiraz

edit @ 9 Jun 2009 18:10:23 by Fanismz