เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจจากคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนเบียดกันอยู่หน้าทางเข้าสตูดิโอทำให้ใครบางคนที่ต้องการจะเดินผ่านทางนั้นต้องถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาคมกริบมองบรรดาแฟนคลับของพระเอกชื่อก้องก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ของคนที่นัดไว้
ฉันเอง ตอนนี้ฉันมาถึงแล้ว อยู่หน้าสตูดิโอ........ว่าไงนะ!...... ปลายสายคงเอ่ยบางข้อความที่ไม่ถูกใจ คิ้วคมจึงขมวดมุ่น ท่าทางเหมือนไม่ค่อยชอบใจเท่าใดนัก นายจะบ้าหรือเปล่า ให้ฉันฝ่าดงผู้หญิงเข้าไปหานายเนี่ยนะ นายจะฆ่าฉันหรือไงคิบอม ไม่ นายให้ใครก็ได้ออกมาเอา ไม่งั้นฉันจะกลับ!
น้ำเสียงที่ห้วนกระชากขึ้นทุกคำที่เอ่ยออกไปบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงเป็นคนที่ใจร้อนอยู่ไม่น้อย ขายาวก้าวเลี่ยงหญิงสาวกลุ่มใหม่ที่วิ่งเร็วๆเฉียดร่างเขาไป ชายหนุ่มสบถในคอ และเสียงสบถนั้นมันคงดังมากพอที่จะทำให้คนที่เดินรั้งท้ายมากับกลุ่มนั้นหันมามองเขาเหมือนไม่แน่ใจ คยูฮยอนตวัดตามองเหมือนจะถาม ฝ่ายนั้นก็เพียงแค่เอียงคอมองจนชายหนุ่มต้องหันหลังให้ ฉันจะรออยู่ด้านหลังก็แล้วกันนะ นายให้ผู้จัดการคิมออกมาเอาก็แล้วกัน อย่าช้านะ ฉันมีธุระต่อ
กดสายทิ้งด้วยความหงุดหงิดใจ วันนี้เขาต้องไปคุยเรื่องหัวข้อรายงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา แต่เพื่อนเขาดันลืมเอกสารสำคัญไว้ที่คอนโดมัน ลำบากเขาที่มีกุญแจสำรองต้องเข้าไปเอามาให้ แล้วตอนนี้มันก็ใกล้เวลานัดเข้าไปทุกทีแล้วด้วย คิมคิบอมมันยังคิดจะให้เขาฝ่าฝูงแฟนคลับมันเข้าไปหาอีก ทำแบบนั้นมันเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ฝันไปเถอะว่าคยูฮยอนยอมเสี่ยง
ขอโทษนะ
คนตัวสูงหันกลับไปมอง เด็กคนเมื่อกี้ยังยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาสวยใสจ้องเป๋งมาที่เขา คยูฮยอนมองหมวกใบโตสีขาวสะอาด มองแว่นกรอบดำทรงเก๋ มองเสื้อแจ๊คเก็ตเนื้อบางต่ำลงไปถึงกางเกงห้าส่วนแล้วก็รองเท้าผ้าใบสีเดียวกับหมวกไหมพรม แล้วก็ได้ข้อสรุปในใจ เด็กมอปลาย!
มีอะไรหรือครับ
ไม่มีอะไรหรอก แต่เมื่อกี้เพื่อนฉันเกือบวิ่งชนนาย ขอโทษแทนพวกเค้าด้วยนะ
ไม่เป็นไร เท่านี้ใช่ไหม ชายหนุ่มย้อนถาม ตอนแรกเขายังคิดด้วยซ้ำว่าเด็กคนนี้จะหยุดรอเอาเรื่องที่เขาสบถหยาบคายใส่พวกหล่อนแต่ชายหนุ่มก็ไม่แคร์ยังคุยโทรศัพท์ต่อ ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะหยุดยืนรอเพียงเพื่อจะขอโทษ แต่คยูฮยอนไม่มีเวลามาสนใจหรอกว่าใครจะคิดอย่างไร ชายหนุ่มยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา คิ้วหนายิ่งขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าเขาเสียเวลาไปอีกห้านาทีแล้ว
ผมต้องไปแล้ว ขอตัว
เดี๋ยว เสียงหวานหยุดเขาไว้อีกครั้ง คยูฮยอนกระแทกลมหายใจให้เห็นชัดว่าเขาไม่พอใจ แต่ฝ่ายนั้นกลับยิ้มใส ยังมีอีกเรื่อง เกี่ยวกับนาย ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ผู้หญิง!....ก็เหมือนกันหมด เห็นผู้ชายหน้าตาดีเป็นไม่ได้ ต้องหาเหตุผลสารพัดจะเข้าใกล้ไม่เว้นแม้แต่ดารานักร้องหรือคนเดินดินธรรมดา เขาไม่น่าเสียเวลาคิดเลยว่าเด็กนี่จะมีมารยาทมาหยุดรอขอโทษ ความจริงก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากเขา เรียวปากสีสดเหยียดตึง ดักทางด้วยเสียงเรียบจัด
ผมไม่สนใจพวกบ้าดาราหรอกนะ
ฉันก็ไม่สนใจผู้ชายมารยาททรามเหมือนกัน
คราวนี้คนตัวเล็กคลายแขนที่กอดอกออก ชี้นิ้วข้างหนึ่งใส่หน้าคยูฮยอนแบบไม่เกรงใจ พวกเราอาจจะผิดที่เกือบชนนาย แต่ในฐานะอารยชน การสบถคำหยาบให้ผู้หญิงได้ยินเป็นการกระทำที่หยาบคายมาก ถ้าไม่เคยมีใครสอน ฉันจะบอกให้ว่ามันทำให้หน้าตาที่นายภาคภูมิใจหมดคุณค่าไปในทันที จำไว้นะ ต่อไปจะได้ไม่ถูกใครติงเรื่องมารยาทอีก
ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานหยด คยูฮยอนชาวาบไปทั้งใบหน้า ความอับอายและความโกรธแล่นพล่านไปตามกระแสโลหิต เด็กมอปลายที่เพิ่งด่าเขาไปนิ่มๆ ยิ้มตาใสเหมือนรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มกัดปากจนเป็นเส้นขาว ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ เสียงแหลมๆของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังมาจากทางเข้าสตูดิโอ
ซองมิน ทำอะไรอยู่ เร็วๆเข้า
ไปเดี๋ยวนี้แล้ว! เจ้าของชื่อซองมินร้องตอบเต็มเสียง ใบหน้าเล็กหันมาทางคยูฮยอนอีกครั้ง คราวนี้กลีบปากอิ่มงามแย้มเป็นรอยยิ้มสวย ใส และจริงใจ ไปละ อย่าเผลอไปหงุดหงิดใส่ใครอีกล่ะ
ร่างขาวจัดวิ่งแกมกระโดดเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสาวโดยไม่หันมามองทางคยูฮยอนอีกเลย ชายหนุ่มตัดความวุ่นวายใจทิ้ง เดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อนำเอกสารไปส่งให้ผู้จัดการคิมตามนัด ฝ่ายนั้นมารออยู่ก่อนแล้วพร้อมทั้งบอกว่าเย็นนี้หลังเลิกงานคิบอมจะโทรหาเขา ชายหนุ่มรับคำแล้วก็ร่ำลาพอเป็นพิธีก่อนจะตรงไปมหาวิทยาลัย
เย็นนั้นคิบอมโทรมานัดทานข้าวเย็นกันตามปกติของหนุ่มโสดที่มีเวลาว่างเมื่อใดก็ต้องหันหน้าเข้าหาเพื่อนสนิทเพราะไม่มีแฟนไว้คอยโทรหาหรือมาทานข้าวเป็นเพื่อน คยูฮยอนอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อได้รับคำชมเรื่องการเตรียมหัวข้อและรายละเอียดของรายงานปลายภาค เขาตอบรับอย่างเต็มใจแล้วก็ตกลงว่าจะไปคอยอยู่ร้านกาแฟใกล้กับจุดที่กองถ่ายละครของคิบอมไปปักหลักทำงานกันในวันนี้
ร่างสูงสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์สีซีดตัวเก่งมีแว่นกันแดดสวมบังดวงตาคมเป็นเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวบนใบหน้า หากรัศมีความดูดีก็ยังแผ่ออกมาให้สาวน้อยใหญ่ที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต้องคอยหันกลับมามองคนแล้วคนเล่า คยูฮยอนกำลังจะลุกออกไปจากร้านแล้วแต่ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เปิดประตูเข้ามาทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งต่อ หญิงสาวหน้าตาสะสวยเกือบทั้งกลุ่มเลือกโต๊ะที่อยู่ด้านหลังเขา คยูฮยอนยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งในนั้นเปิดประเด็นอย่างถึงพริกถึงขิง
ไม่ไหวแล้ว ฉันหมั่นไส้นางร้าย เทคแล้วเทคอีกกับฉากเดียวนั่นน่ะ
นั่นสิ แค่เดินหนีแล้วถูกคิบอมกระชากเข้ามาหาแค่นั้น มันจะหลุดขำอะไรนักหนา น่าโมโห เสียงที่สองเป็นหญิงสาวที่ดูจะแก่กว่าคนแรกหลายปี ท่าทางหล่อนเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัย คยูฮยอนมองผ่านกระจกฝ้าที่กั้นระหว่างโต๊ะเห็นใครบางคนที่กำลังสนใจเมนูเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงใส
อย่าไปว่าเค้าเลยน่า คนมันจะขำห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ คุณคิบอมเองก็ขำเหมือนกัน คุณคิบอม...คนแอบฟังนิ่วหน้า เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเคยได้ยิน แฟนคลับที่เรียกดาราที่ตัวเองชอบว่าคุณ ปกติถ้าดาราคนนั้นแก่กว่า เค้าต้องเรียกโอป้าหรือฮยองกันไม่ใช่หรือ ที่สำคัญถ้าคุณคิบอมเขารู้ว่าพวกเราคิดแบบนี้ มีหวัง....... เรียวปากสวยคลี่เป็นรอยยิ้มร้าย เล่นเอาสาวๆเหล่านั้นกรี๊ดกร๊าดกันทั้งโต๊ะ
ความจริงนะซองมินน่าจะไปเป็นดารา เผื่อพวกเราจะได้ติดสอยห้อยตามไปเข้าใกล้คิบอมบ้าง ซองมินหัวเราะเสียงใส ถึงเป็นได้ก็ไม่เป็นหรอก เราชอบมองคนหน้าตาดี ไม่ชอบเป็นเอง
ชายหนุ่มหัวเราะในคอ พวกชอบคนที่หน้าตาอีกแล้ว
ถ้าอย่างนั้นก็ส่องกระจกดูที่บ้านสิจ๊ะ หรือไม่ก็มองฮยอกแจโอป้านั่น จะมาตามคิบอมทำไม ซองมินหัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าใสพราวด้วยความชอบใจ มันไม่เหมือนกัน คุณคิบอมน่ะเขาน่ามองเพราะเขาเป็นคนน่ารัก เล่นละครเก่ง แถมยังเสียงดี เพรียบพร้อมขนาดนี้ไม่ตามติดได้ยังไงล่ะ
เลยมองแต่คิบอมคนเดียว ไม่เหลือตาไว้มองหนุ่มให้ชีวิตจริง
โอ๊ย เรื่องนั้นไม่รีบ อยากมีเดี๋ยวก็มีเอง
พวกมองโลกในแง่ดี อะไรก็สดใสไปหมดแม่คุณ
มันจริงนี่นา ถ้าทำอะไรแล้วไม่มีความสุขเราจะทำไปเพื่ออะไร ตามคุณคิบอมแล้วต้องมาคอยเป็นทุกข์กังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้ เราไม่ตามดีกว่า นั่งรอดูละครออนแอร์ที่บ้านไม่สบายกว่าหรือ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นภาพบาดตาหลังกล้อง สาวๆทั้งโต๊ะพากันค้อนให้คนพูดอย่างหมั่นไส้หากก็เป็นทีเล่นมากกว่าทีจริง ประเด็นการสนทนาถูกเปลี่ยนไปเรื่องอื่น คยูฮยอนก็นั่งฟังไปจนถึงเวลาที่กลุ่มนั้นพากันแยกย้ายกันกลับ คิบอมก็โทรมาตามเขาพอดี
ร่างสูงเดินเข้าถนนเส้นเล็กข้างร้านกาแฟเพื่อทะลุไปยังลานจอดรถของตึกทางด้านหลัง ก้าวมาได้ครึ่งทางก็ต้องชะงัก ร่างกลมป๊อกที่นั่งตัวงออยู่เพียงลำพังทำให้ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหาโดยไม่ต้องหยุดคิด
เป็นอะไรหรือเปล่า?
คนตัวเล็กเงยหน้าจากเข่า ภาพใบหน้าขาวที่เผือดสีราวกับกระดาษและดวงตากลมที่คลอรื้นด้วยหยาดน้ำใสทำให้คยูฮยอนหัวใจกระตุก กลีบปากบางสั่นระริกยามที่เจ้าตัวส่ายหน้าไปมา
เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือ ซองมินยังคงส่ายหน้าตอบ ร่างเล็กพยายามยันกำแพงตึกพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนแต่แขนขาเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงจนชายหนุ่มอดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยไม่ได้ ผิวเนื้อนุ่มที่ได้สัมผัสทำให้มือเรียวยิ่งกระชับแน่น ตัวร้อนขนาดนี้ ทำไมยังหัวเราะเริงร่าได้ขนาดนั้นอีก
เธอไม่สบายนี่
ไม่เป็นอะไรหรอก แค่หน้ามืดนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็หาย
มานั่งตรงนี้ก่อน ประคองร่างเล็กไปนั่งตรงเก้าอี้ยาวที่วางไว้ใต้โคมไฟข้างทางเดิน ร่างสูงหันมองซ้ายขวาก่อนจะวิ่งเร็วตรงไปยังลานจอดรถแล้วก็กลับมาอย่างรวดเร็วพร้อม ขวดน้ำ ยาหอมและสมุดเล่มเล็ก เมื่ออีกฝ่ายโบกสมุดเล่มนั้นไปมาตรงหน้าซองมินถึงได้ยิ้มออก
ขอบคุณมาก แต่เราไม่เป็นไรแล้ว
อย่าเพิ่งพูดเลย ไม่สบายทำไมไม่นอนพักอยู่ที่บ้าน ออกมายืนกรี๊ดกลางแดดแบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหน เสียงเข้มขึ้นไม่รู้ตัว ซองมินหัวเราะน้อยๆ พยายามมองว่ามันคือความห่วงใจของคนแปลกหน้าคนหนึ่งจึงไม่เก็บเอาคำต่อว่านั้นมาเป็นอารมณ์ ความจริงก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แต่สงสัยว่าจะยืนกลางแดดนานไปหน่อยมันเลยวูบน่ะ
เธอหน้าซีดมากเลยนะ ไปหาหมอดีกว่า ฉันจะพาไป
โอ๊ย ไม่ต้อง ไม่ต้องไป
ทำไม กลัวหมอฉีดยาหรือไง
ไม่ได้กลัว แต่เราไม่เป็นอะไรจริงๆ เชื่อสิ
จะเชื่อได้ยังไงหน้าขาวเป็นกระดาษเปล่าแบบนี้ ถ้าฉันไม่มาเจอเธอคงล้มพับไปแล้ว ไปให้หมอตรวจดูหน่อยเถอะ เกิดเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมา....... ซองมินยกมือขึ้นห้ามก่อนที่อีกฝ่ายจะร่ายยาวกว่านั้น มือบางลูบคิ้วตัวเองเหมือนจะเขินทั้งที่ยังยิ้มสวย ดวงตาคมหรี่มองแก้มใสที่ตอนนี้เริ่มมีสีเลือดขึ้นมาอย่างแปลกใจ เมื่อกี้ยังหน้าซีดอยู่เลยทำไมตอนนี้หน้าแดงแล้ววะ ผู้หญิงนี่....เข้าใจยากชะมัด
ตกลงว่าไง
นายชื่ออะไร? คยูฮยอนค้างไปหนึ่งวิ ไม่ตอบแล้วยังย้อนถามอีกนะเด็กสมัยนี้ คยูฮยอน เธอล่ะชื่ออะไร ซองมินพยักหน้ารับ กระแอมนิดหน่อยก่อนจะกวักมือให้คยูฮยอนเข้าไปใกล้
ฟังนะคยูฮยอน ฉันไม่เป็นไร ที่นั่งหน้าซีดเมื่อกี้เป็นเพราะว่าฉันปวดท้อง
ก็ไปตรวจช่องท้อง
ไม่ใช่ มันแบบว่า....มันปวดขึ้นมากะทันหันน่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ นายเข้าใจไหม ใบหน้าหล่อเหลายังไม่มีวี่แววของความเข้าใจ ซองมินกุมแก้มตัวเองด้วยมือทั้งสองก่อนจะบอกอุบอิบ ฉันเป็นวันนั้นของเดือน ฉันก็เลยปวดท้อง ต้องให้แปลอีกไหมคะคุณผู้ชาย
คงไม่ต้องแปลรอบสองแล้วเพราะใบหน้าแดงก่ำของชายหนุ่มทำให้ซองมินได้คำตอบคืนมาแทบจะทันที เด็กสาวอายก็อาย ขำก็ขำ แต่ก็ต้องกลั้นยิ้มอย่างยากลำบาก ช้อนตามองใบหน้าหล่อจัดก่อนรอยยิ้มน่ารักจะบานเต็มสองแก้มแดงเรื่อ พอเด็กสาวปล่อยเสียงหัวเราะ คยูฮยอนก็หลุดขำออกมาอย่างสุดกลั้น สองเสียงหัวเราะประสานกันข้างทางเส้นเล็กนั้นจนต่างฝ่ายต่างครางออกมาอย่างโล่งใจ แล้วซองมินก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ
ต้องกลับบ้านแล้วล่ะ ขอบใจนายอีกครั้งนะ
อืม ชื่อซองมินใช่ไหม เจ้าของชื่อเลิกคิ้วสูง ซองมินจำได้ว่าไม่เคยบอกชื่อตัวออกไป แล้วทำไมคยูฮยอนถึงรู้ ได้ยินเพื่อนเธอเรียกเมื่อตอนเช้าน่ะ
คนตัวเล็กครางอ๋อ ดึงหมวกที่ครอบศีรษะออกปัดๆ โดยที่ไม่ได้รู้ตัวว่าทำให้ใครบางคนลืมหายใจไปทันตา กลิ่นหอมอ่อนจางมันฟุ้งกระจายไปในอากาศ พร้อมกับเรือนผมสีดำสนิทที่ทิ้งตัวเคลียกับใบหน้าใสทำให้ดวงหน้าเล็กดูงดงามแปลกตาไปจากเดิม ผมหน้าม้าซอยไล่ลงมาถึงข้างแก้ม ยิ่งเพิ่มความหวานให้กับเจ้าตัวจนคยูฮยอนมองเพลิน ซองมินเอียงคอมองคนที่ยังนั่งอยู่แล้วก็หัวเราะร่วน
เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนโดนสะกด
เปล่า ไป....ไปกันเถอะ ฉันเอารถมา เดี๋ยวจะไปส่งให้
ไม่เป็นไร ฉันจะเดินกลับ ข้ามเนินข้างหน้านี้ไปก็ถึงบ้านฉันแล้ว บ๊ายบาย ลาแล้วก็เดินฮัมเพลงผละไป คยูฮยอนยังไม่ทันได้คิดอะไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับบอกเลิกนัดคิบอมไปง่ายๆ แล้วขายาวก็ก้าวตามร่างเล็กไปจนทัน ฉันจะเดินไปส่ง เป็นการแก้ตัวที่เสียมารยาทกับเธอเมื่อเช้า
ซองมินเพียงแค่ยิ้ม ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน
ทำอะไร?
ส่งข้อความ
คำตอบจากปากเพื่อนสนิททำให้คิบอมวางบทละครในมือทันที ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้คนที่นั่งก้มหน้าก้มตากับมือถือของตัวเองก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ตัวอักษรสองสามคำที่เรียบเรียงเป็นประโยคง่ายๆทำให้พระเอกหนุ่มยิ้มกว้าง
.......หายปวดท้องหรือยัง อย่าลืมพักผ่อนนะ.......โอ้โห อยากรู้ทำไมไม่โทรไปเลยวะ มานั่งพิมพ์อยู่ทำไม
ยุ่งน่า
เด็กยังไม่ถึงสิบแปด ระวังข้อหาพรากผู้เยาว์นะเว้ย พูดเพราะรู้ดีว่าช่วงนี้เพื่อนหน้านิ่งของตนเอาแต่หายใจเข้าหายใจออกเป็นเด็กสาวหน้าใสที่ชื่อซองมิน หนึ่งในแฟนคลับของเขาที่คยูฮยอนบอกว่าน่าจะยังเรียนอยู่มอปลายไม่เกินปีสามแถวนี้ ใจแข็งมาได้ตั้งนาน สุดท้ายก็มาแพ้ทางเด็ก ไอ้โลลิค่อนเอ้ย
มีปากก็พูดไป แกไม่เคยเห็นเค้าแกก็พูดได้
ถ้าฉันเห็นแล้วถูกใจขึ้นมา ฉันก็จะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งที่นายควรระวังนะคยูฮยอน ลูกแก้วสีนิลกรอกมองมาทางคนพูดช้าๆ มุมปากได้รูปกดยิ้มร้ายลึกโดยไม่มีคำพูด คิมคิบอมมองแล้วก็ยักไหล่ คิดจะรักผู้หญิงที่มีแต่ผู้ชายอื่นในความสมอง นายคิดดีแล้วหรือคยูฮยอน
ซองมินไม่ใช่คนแบบที่นายคิดหรอก เขาแยกออกระหว่างของจริงกับของปลอม
ร่างสูงเพรียวลุกหายไปทางห้องครัว คิบอมมองตามก่อนจะโวยเต็มห้อง
เฮ้ย! นายว่าใครเป็นของปลอมวะ
ซองมินหอบหนังสือด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือพยายามล้วงเอาพวงกุญแจในกระเป๋าเป้ใบเก่ง เพราะมัวแต่ก้มหน้า ไม่ได้มองถนนเลยประสานงากับคนที่กำลังเดินสวนเข้ามาเต็มรัก ซองมินร้องโอย ได้ยินเสียงอีกฝ่ายสบถดุเดือดก็ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมองคู่กรณีเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
นายอีกแล้ว
คนตัวเล็กทำหน้าหน่าย เพียงแวบเดียวก็ยิ้มโชว์ฟันสวยเมื่ออีกฝ่ายดูจะตกใจกว่าซองมินหลายเท่า คยูฮยอนยืนนิ่ง มองหน้าซองมินเหมือนจะให้ทะลุไปถึงทางเข้ามหาวิทยาลัย ริมฝีปากสีแดงสดเผยอค้างจนเด็กสาวอดไม่ได้ที่จะจิ้มนิ้วใส่อย่างยั่วเย้า
มองคนอื่นแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ
เธอ....เธอมาทำอะไรแถวนี้
อ้าว ก็มาเรียนหนังสือน่ะสิ มามหาวิทยาลัยนายจะให้เรามาซื้อผักสดหรือไง ถามแปลก คยูฮยอนครางเสียงแผ่ว เรียนหนังสืออย่างนั้นหรือ เรียนที่นี่ เรียนในมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ เธออายุเท่าไหร่แล้ว
โหย คำถามส่วนตัว
สิบเจ็ด สิบแปด หรือน้อยกว่านั้น ซองมินหัวเราะเต็มเสียง ความน่ารักยิ่งเจิดจ้ากระแทกตาคยูฮยอนเมื่อเจ้าตัวตาวาวด้วยความขบขันดังในยามนี้ มากกว่า เราเรียนปีสอง นายคิดว่าเราอายุเท่าไหร่ล่ะ
ชายหนุ่มแทบทรุดลงไปตรงนั้น ปีสอง ซองมินเป็นรุ่นพี่เขาอีกหรือนี่
ซองมินเรียนปีสองอย่างนั้นหรือ คณะอะไร
อักษรฯ นายสงสัยอะไรเจ้าเด็กปีหนึ่ง สถาปัตย์ นอกจากนั้นยังรู้อีกว่าคยูฮยอนเป็นรุ่นน้อง ชายหนุ่มถึงบางอ้อ เพราะคนตัวเล็กรู้จักเขาอยู่ก่อนแล้วถึงได้ไม่มีท่าทางเกรงกลัวให้เห็นเมื่อตอนที่มายืนชี้หน้าสั่งสอนเขาเมื่อครั้งก่อน เป็นคยูฮยอนเสียอีกที่เข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าตนอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมฉัน.....เอ่อ...ผมไม่เคยเจอซองมินเลย
เคยสิ ทำไมจะไม่เคย เดินสวนกันก็ออกบ่อย แต่นายไม่เห็นเราเอง
เป็นไปไม่ได้
ซองมินยิ้มบาง ดึงหนังสือจากมือคนตัวสูงมาถือเป็นการตัดบท ไปละ วันนี้จะรีบกลับไปทำข้าวเย็น นายเองก็อย่าเถลไถลล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็กกลับบ้านค่ำมันไม่ดี ได้ทีก็ขอส่งท้ายเสียหน่อย ร่างขาวจัดก้าวตรงไปยังรถมินิคูเปอร์คันใหม่ที่จิ๊กของพี่ชายสุดที่รักมาใช้ คยูฮยอนหรือจะยอมปล่อยโอกาสนี้ทิ้ง ชายหนุ่มตามติดไปรั้งประตูรถไว้ทันที
ผมส่งข้อความไปทำไมซองมินไม่ยอมตอบมาเลย
ก็มันไม่มีคำถามที่ต้องตอบนี่นา
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันเป็นมารยาทที่ต้องตอบกลับไม่ใช่หรือครับ ซองมินทำปากเจ่อ ถามเสียงอ่อน คยูฮยอนอยากได้ข้อความตามมารยาทหรือ ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม
ถ้าซองมินเปลี่ยนมาเรียกคยูฮยอนแบบเมื่อกี้ ผมก็ไม่อยากได้อะไรอีกแล้วล่ะ
คนตัวเล็กกว่ากัดปาก เข้าใจอยู่หรอกเรื่องความตั้งใจของอีกฝ่ายน่ะ คยูฮยอนจงใจจะจีบทำไมซองมินจะดูไม่ออก ประกาศทางสายตาแล้วก็รอยยิ้มตั้งแต่วันที่เดินมาส่งขนาดนั้นไม่รู้ตัวก็โง่แล้ว แก้มใสแดงเรื่อเพราะความขัดเขินที่กำลังซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ แล้วก็พาลทำให้มือไม้ไม่ค่อยมีแรงไปด้วย ซองมินเขี่ยพวงกุญแจเล่น อุบอิบอยู่ในคอ จะกลับบ้านแล้ว
ผมไปด้วยคนได้ไหม อยากทานอาหารฝีมือซองมิน
โห บทจะรุกก็รุกซะจนตั้งรับไม่ทัน เจอกันครั้งที่สองนายก็คิดจะบุกเข้าไปร่วมโต๊ะทานข้าวกับเราเลยหรือโจคยูฮยอน ซองมินมองดวงตาเหมือนเด็กห้าขวบอ้อนขอขนมแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้
ท้องเสียก็อย่ามาว่ากันนะ
คยูฮยอน ช่วยหยิบซอสขาวให้เราหน่อย ขวดใสที่อยู่ในตะกร้า
เสียงใสร้องสั่งลูกมือโดยไม่หันไปมอง ร่างสูงที่คาดผ้ากันเปื้อนลายเดียวกันกับเชฟมือหนึ่งส่งขวดเครื่องปรุงรสที่ซองมินต้องการให้ แล้วก็เลยเท้าแขนค้างไว้กับขอบเคานท์เตอร์ มองหม้อซุปที่กำลังเดือดได้ที่อย่างสนใจ
คยูฮยอน
ครับ กระซิบตอบเสียงต่ำ จงใจให้ลมหายใจอุ่นระอุเป่ารดใบหูบางจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ ซองมินชักเข้าใจแล้วล่ะว่าเห็นหน้าซื่อตาใสแบบนี้น่ะ มันไว้ใจไม่ได้สักนิดเดียว
เราไม่ถนัดอ่ะ ถอยไปหน่อยได้มั้ยเล่า
ซองมินตัวหอมจังเลยครับ
คยูฮยอนน่า คนตัวสูงหัวเราะในคอ ยอมถอยออกครึ่งก้าวแต่ตาก็ยังมองคนตัวเล็กหยิบจับ ปรุงรสกับข้าวอย่างเพลินตา น่ารักน่าดูแบบนี้.....สนใจอยากสร้างครอบครัวด้วยกันไหมครับคุณกระต่ายน้อย กำลังเพลินกับการมองภรรยา(ในอนาคต) ตั้งใจปรุงอาหารให้เขาทาน ใบหน้าคมเข้มของเพื่อนสนิทก็แวบเข้ามาในความคิด คยูฮยอนเม้มปาก ชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอ่ยเสียงนุ่ม
ซองมินครับ
...คร้าบบ.... คยูฮยอนแทบผงะ คำขานรับสั้นๆง่ายๆแต่มันทำให้คนเรียกเกือบจะละลายกลายเป็นน้ำเชื่อม คยูฮยอนกอบกู้กำลังใจขึ้นมาใหม่ คราวนี้เขาไม่มองใบหน้าหวานแต่ก้มมองแค่ปลายนิ้วตัวเองแทน ช่วงนี้ไม่ไปตามคิมคิบอมหรือครับ
นั่นแน่ คยูฮยอนรู้จักคุณคิบอมด้วย คยูฮยอนไม่อยากโกหกเลยทำเพียงแค่พยักหน้า ก็รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้นั่นแหละครับที่รัก เขากำลังดังนี่ครับ เปิดไปช่องไหนก็เจอ ที่สำคัญผมรู้ว่าซองมินชื่นชมเขา....มาก ผมเลยพลอยสนใจนายนั่นไปด้วย
อยากไปเหมือนกันนะ เพื่อนๆก็โทรมาตาม แต่ช่วงนี้มีรายงานหลายตัว มันไม่ค่อยว่างเลยอ่ะ พูดถึงแล้วก็อยากไป เดี๋ยวคืนนี้โทรหาพวกยูนาดีกว่า ไม่น่าจุดประเด็นนี้ขึ้นมาเลยให้ตาย แต่เมื่อเริ่มแล้วจะให้มันจบแบบไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ไม่ใช่เขาแล้ว ซองมิน ถ้าให้เลือกระหว่างคิมคิบอมกับแฟน ซองมินจะเลือกใคร
เลือกไม่ได้
ทำไมครับ
เพราะเรายังไม่มีแฟน เด็กหนุ่มถอนใจยาว นึกว่าเลือกไม่ได้เพราะเห็นดาราสำคัญเท่ากับคนในชีวิตจริง แต่ว่านะ ถ้าใครคิดจะมาเป็นแฟนเราเค้าก็ต้องรู้ว่าเราชื่นชอบคุณคิบอม......มาก เพราะฉะนั้นก็ควรจะเข้าใจว่า อย่าได้บังอาจเอาตัวเองมาเปรียบกับพระเอกของเราเด็ดขาด คนฟังได้ยินแล้วก็ถึงขั้นปฏิญาณกับตัวเองในใจ ตราบใดที่ยังไม่ได้หัวใจของซองมินมาไว้ในอุ้งมือ เขาจะไม่มีวันหลุดปากเรื่องไอ้พระเอกหน้าเข้มที่ชื่อคิมคิบอมเป็นอันขาด!
คยูฮยอนนึกเขม่นเพื่อนรักขึ้นมาแบบเห็นสาเหตุชัดจะๆตา มือหนาคลึงขมับตัวเอง....ยืนยิ้มหวานอยู่ต่อหน้าแบบนี้ใครจะไม่เห็นบ้างวะคยู เด็กหนุ่มรุ่นน้องเท้าคางพลางถอนใจ เอาเถอะ ยังดีที่อีกฝ่ายเป็นคิบอม ถ้าเป็นคนอื่นคยูฮยอนคงหงุดหงิดใจยิ่งกว่านี้ เพื่อนเขาหน้าตาดี นิสัยมันก็โอเค ทุกอย่างอยู่ในระดับที่รับรองรสนิยมคนชอบได้กันเลยทีเดียว ที่สำคัญ.....คิบอมมันค้นพบทางของตัวเองมาตั้งนานแล้ว เขาจึงไม่ต้องห่วงว่าเพื่อนจะหันมายึดคติ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด กันทีหลัง
อิจฉาพระเอกของซองมินชะมัด
คยูฮยอน เราแยกความจริงกับความฝันออกจากกันได้น่า
ได้ฟังแบบนั้น เด็กหล่อของซองมินก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ถือคติใจกล้าหน้าซื่อคว้ามือนิ่มมากุมไว้มั่น หากยังไม่ทันเอ่ยคำใดได้ดั่งใจ ประตูห้องครัวก็ถูกเปิดออกโดยใครคนหนึ่ง และใครคนนั้นทำให้ซองมินดึงมือกลับแทบจะทันที
นายเป็นใคร! คำถามแรกก็บอกชัดว่าตัวคนถามคงจะห้าวไม่น้อย คยูฮยอนลุกขึ้นยืนข้างซองมิน ตอบเสียงเรียบ ฉันเป็นแฟนซองมิน ชื่อโจคยูฮยอน นายล่ะเป็นใคร
คยูฮยอนเห็นผู้ชายคนนั้นอ้าปากค้าง ก่อนจะพุ่งเข้ามาดึงซองมินออกห่างจากเขาอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มถือว่าการกระทำแบบนั้นมันคือการจุดชนวนสงคราม เขาไม่รู้หรอกว่าไอ้บ้านี่มันเป็นใคร มาจากไหน แต่มันบังอาจมาฉุดกระชากซองมินไปจากอกเขาแล้วยังมาทำท่าหวงคนตัวเล็กจนออกนอกหน้า เท่ากับว่ามันประกาศสงครามกับเขาเรียบร้อยแล้ว
ไอ้หมอนี่มันโกหกใช่ไหมซองมิน เธอกับมันไม่ได้.......
ฮยอกแจ พี่อย่าเพิ่งโมโหไปหน่อยเลยน่า คยูฮยอนเค้าแค่พูดเล่น
ผมจริงจัง ซองมินหน้าร้อนซู่ คนบ้า ช่วยเลือกเวลาพูดหน่อยได้ไหม
คยูฮยอน ฮยอกแจเป็นพี่ชายแท้ๆของฉัน ถ้ายังอยากทานข้าวด้วยกันอย่างสงบสุขก็เลิกแหย่ได้แล้วพี่ชายเองก็เหมือนกัน ฉันบอกว่าไม่มีอะไรก็คือไม่มี อย่าต่อความยาวอีกนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เทมื้อเย็นทุกรายการลงถังขยะแน่
สรุปแล้วอาหารเย็นมื้อนั้นจึงมีซองมินที่เป็นแม่ครัว คยูฮยอนลูกมือ และฮยอกแจที่จงใจนั่งหัวโต๊ะเพื่อขัดคอว่าที่น้องเขยอย่างไม่ยอมแพ้ พี่ชายของซองมินเขม้นมองใบหน้าขาวจัดเป็นระยะ มันน่าสงสัยและไม่น่าไว้วางใจอย่างมาก ตั้งแต่โตเป็นสาวเต็มตัวซองมินสนใจแต่ดารานักร้อง ไม่เคยพาชายหนุ่มเข้าบ้าน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแล้วยังทำท่าสนิทสนมกันเกินระดับปกติ เท่านั้นยังไม่พอไอ้เด็กหล่อนี่มันยังประกาศก้องว่าอยากเป็นแฟนน้องเขา ไอ้คนที่แม้แต่ลูกกะตายังดูอันตรายเนี่ยนะ จะมารักกับซองมินที่อ่อนโยนตั้งแต่หัวจรดเท้า
ฮยอกแจมองเพลินจนอีกฝ่ายตวัดตามองขวับ ร่างเพรีบวสะดุ้งโหยง ไอ้เด็กบ้า เอ็งมาจีบน้องข้า เอ็งต้องเกรงใจข้าสิเว้ย ไม่ใช่มาโหดใส่ไม่ไว้หน้าแบบนี้!
คยูฮยอน นายเรียนศิลปะป้องกันตัวมาหรือเปล่า
ถามทำไม
ก็ซองมินกับฉันเรียนมาตั้งแต่ประถม ได้สายดำเทควันโดตั้งแต่มอปลายปีแรก ฉันก็อยากรู้นะสิว่านายสนใจอะไรแบบพวกเราหรือเปล่า ความหมายที่แท้จริงคือ ต้องการจะขู่ว่าทั้งซองมินและตัวเองไม่ใช่หมูที่จะเคี้ยวง่ายๆ เล่นแล้วทิ้งนะเว้ย ไม่เชื่อมีเจ็บ ซองมินส่ายหัวระอา ท้วงเสียงหวาน พี่ชายเลิกเล่นไปตั้งแต่มอต้นแล้วไม่ใช่หรือ มาถามคยูฮยอนไม่อายหรือไง เค้าเป็นถึงแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยโลกนะ
แชมป์มหาวิทยาลัยโลก ปากสีแดงอ้าค้าง ฮยอกแจคว้าน้ำมากรอกปากก่อนจะพึมพำบอกว่ามีรายงานต้องทำแล้วก็พรวดออกไปจากห้องอาหาร ซองมินเดาได้เลยว่าพี่ชายตัวดีต้องโทรไปฟ้องคุณพ่อคุณแม่อีกเป็นแน่ เด็กสาวหัวเราะเสียงใสขณะที่คยูฮยอนมองคนตัวเล็กอย่างคาดไม่ถึง
ซองมินรู้ได้ยังไง
เราไปดูคยูฮยอนแข่งมา
ซองมิน พูดแบบนี้ผมหวังนะ ซองมินอมยิ้มแก้มป่อง เราชอบกีฬานี้อยู่แล้ว เลยชวนเพื่อนไปดูน่ะ ไม่ได้ตั้งใจเป็นอย่างอื่นหรอก ถ้าไม่เกรงว่าจะรุกหนักเกินไป คยูฮยอนอยากจะถามต่อว่าซองมินแอบปลอมตัวไปดูหรือเปล่า ทำไมความน่ารักระดับพระกาฬของคนตัวเล็กถึงได้หลุดรอดสายตาของเขาไปได้
.
.
.
นับตั้งแต่วันนั้นบ้านของสองพี่น้องฮยอกแจซองมินก็ต้องเปิดรับชายหนุ่มหน้าเข้มที่มักจะมาขอทานข้าวเย็นด้วยทุกวัน ถ้าวันไหนเป็นวันหยุดที่ซองมินอยู่บ้านคยูฮยอนก็มักจะอ้างว่าไม่มีเรียนแล้วก็มาขลุกอยู่กับรุ่นพี่หน้าสวยทั้งวัน แม้ฮยอกแจจะขวางหูขวางตามากเพียงใดแต่ดีกรีระดับแชมป์เทควันโดมันทำให้ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ แต่ฮยอกแจก็บอกตัวเองว่าโจคยูฮยอนมันก็ดูจริงจังกับน้องสาวเขาจนรู้สึกได้ ซองมินเองก็คงมีใจให้เด็กรุ่นน้องมากอยู่ไม่อย่างนั้นคงไม่ชื่นบานทุกครั้งที่มีเด็กหน้าหล่อมาคอยเป็นลูกมือทำกับข้าวหรอก คนตัวขาวได้แต่ทำใจ เถอะ ซองมินก็ไม่ใช่เด็กแล้ว น้องเขาฉลาดเป็นกรด รู้หลบรู้หลีก วิชาป้องกันตัวก็ระดับสูง คงไม่ถูกไอ้เด็กร้ายกาจนั่นมันรวบหัวรวบหางเอาง่ายๆหรอก (ยกเว้นมันจะเต็มใจเสียเอง)
บ่อยครั้งที่ฮยอกแจเผลอมองบรรยากาศเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วก็ต้องยิ้มออกมา ดูไปดูมามันก็น่ารักดีทั้งสองคน ซองมินก็น่ารักคยูฮยอนก็หล่อ ถ้ามันไม่ขยันตวัดตามองเขาฮยอกแจคงเอ็นดูว่าที่น้องเขยมากกว่านี้ ผ่านไปหลายเดือนเขาเริ่มชินกับการมีสมาชิกคนที่สามของบ้านแล้ว คิดไว้แล้วว่าเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ตื่นมาจะต้องเห็นไอ้คู่รักหวานแหววนั่นมันนั่งกินขนมกันหน้าทีวีแน่ๆ
แต่คราวนี้มันไม่ใช่
ซองมินนั่งหน้านิ่งอยู่มุมหนึ่งของโซฟาตัวใหญ่ ข้างกายไม่มีคยูฮยอนเพราะคนตัวสูงกำลังยืนกอดอกเม้มปากอยู่ข้างหน้าต่าง บรรยากาศมาคุจนฮยอกแจนึกเสียใจที่เหยียบเข้าไปในห้องนั้นด้วยอารมณ์สดใสเกินไป ชายหนุ่มกรอกตามองหน้าน้องเขย ฝ่ายนั้นยกมือห้ามเท่านั้นฮยอกแจก็หยิบกุญแจรถเลี่ยงออกมาจากบ้านเงียบๆ เรื่องของคนสองคน ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเอง ส่วนคนไม่มีคู่อย่างเขามื้อนี้คงต้องไปฝากท้องไว้ที่บ้านชินดงเพื่อนรักเสียแล้ว
มันสำคัญมากเลยหรือครับงานนี้
เสียงทุ้มถามมาจากข้างหน้าต่าง ซองมินถอนใจผะแผ่ว พยักหน้ารับโดยไม่พูด...ก็บอกไปหมดแล้ว อธิบายไปตั้งแต่ต้น คยูฮยอนไม่เห็นดีเห็นงามด้วยแล้วจะถามทำไมอีก
สำคัญมากจนทำให้ซองมินละเลยผมเลยหรือ
มันไม่ใช่แบบนั้น แต่งานนี้มันไม่ได้จัดขึ้นบ่อยๆนะคยูฮยอน ไม่เคยจัดขึ้นด้วยซ้ำ คิดดูนะคุณคิบอมเขาอุตส่าห์เจียดเวลาทำงานมามีตติ้งกับแฟนคลับทั้งที่งานเขายุ่งอยู่แล้ว เราอยากไป ร่างสูงทำเสียงหึ บอกให้รู้ว่าเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่แฟนสาวอธิบายมาสักนิดเดียว นี่ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ไอ้ดาราคนนี้ได้กระเด็นออกนอกวงการไปเกิดใหม่ที่อื่นแล้วแน่
แต่ซองมินสัญญากับผมแล้วว่าวันนั้นเราจะไปดูหนังด้วยกัน
คยูฮยอน หนังเรื่องนั้นมันเพิ่งเข้าฉาย เราไปดูวันต่อจากนั้นวันหนึ่งหรือสองวันมันก็ไม่สาย แต่งานนี้มันเลื่อนตามเราไม่ได้นะ
ผมไม่ได้สนใจว่ามันจะดูวันไหนก็ได้ ผมสนใจแค่ว่ามันควรจะเป็นวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน
เราอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน แต่งานของคุณคิบอมไม่ได้มีทุกวัน ร่างเล็กขึ้นเสียงอย่างอารมณ์ และมันก็ทำให้คนใจร้อนอย่างคยูฮยอนหลุดการควบคุมตัวเองได้ในทันที ร่างสูงก้าวมาหยุดต่อหน้าคนตัวเล็ก เค้นเสียงเยียบเย็นถาม ระหว่างผมกับพระเอกของซองมิน ซองมินเห็นใครสำคัญกว่า
คยูฮยอน เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าจะคบกันอย่าถามคำถามแบบนี้
ผมแค่สงสัย แต่อยากรู้ ซองมินตอบไม่ได้หรือครับหรือมีคำตอบอยู่แล้วแต่ไม่อยากพูดให้มันทำร้ายจิตใจคนถาม ร่างบางลุกขึ้นยืน จ้องตากับอีกฝ่ายด้วยดวงตาวาววับ.....นายจะรู้ไหมว่าคำพูดของนายมันกำลังทำร้ายจิตใจเราเหมือนกัน
ถ้าคยูฮยอนไม่หยุดพูดเรื่องนี้ เราก็จะไม่ฟังแล้วนะ
ทำไมผมจะพูดไม่ได้ ผมเป็นอะไรสำหรับซองมิน ซองมินหายใจเข้าหายใจออกเป็นคิบอม ผมเข้าใจ...พยายามเข้าใจว่าซองมินชื่นชมเขา รักเขาในฐานะนักแสดง แต่อย่าให้มันมากเกินได้ไหม คนที่ซองมินควรจะต้องแคร์มันคือผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือไง ผมที่รักซองมินหัวปักหัวปำคนนี้
คยูฮยอน
ร่างสูงหันหลังให้ หลับตากลั้นลมหายใจเพื่อระงับความโกรธที่กำลังพุ่งพล่านไปตัวทุกอณูของร่างกาย มือหนาขยี้ผมตัวเองแรงๆ เรียกสติและความเยือกเย็นให้กลับมาอย่างยากลำบาก มันเป็นการยากที่จะควบคุมจิตใจและอารมณ์ของตัวเองเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลีซองมิน คนที่เป็นตัวแปรสำคัญของอารมณ์เขามาตั้งแต่แรกพบ
ฉันขอโทษ เสียงสั่นเครือดังจากเบื้องหลัง ชายหนุ่มหันไปมองแล้วหัวใจทั้งดวงก็อ่อนยวบ ซองมินกำลังยืนก้มหน้าเช็ดน้ำตาป้อยๆ ไหล่บางสั่นสะท้านจนคยูฮยอนนึกสาปแช่งตัวเองในใจ นายทำอะไรลงไปคยูฮยอน นายทำอะไรลงไป มือหนาเอื้อมไปหมายจะรั้งร่างนิ่มเข้ามากอดให้เต็มรัก แต่ซองมินกลับถอยห่าง
....ขะ....ขอโทษที่ทำให้คยูฮยอนคิดมาก เราไม่ไปก็ได้ ฮึ่ก ไม่ไปแล้ว
ซองมิน ผม.................
ถึงอยากไปเราก็ไปไม่ได้อยู่ดี ฮึ่ก งานนี้เค้ารับแค่ไม่กี่คน ละ...แล้วเราก็ยังไม่ได้บัตรเข้างาน แค่พูดให้นายฟังเฉยๆ......ขอโทษที่ทำให้โกรธ...ระ...เราจะไปดูหนังกับคยูฮยอนเหมือนเดิม
ซองมิน ให้ผมกอดหน่อยสิครับ คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา กลั้นสะอื้นบอกเสียงสั่น
คยูกลับไปก่อนเถอะ ตอนนี้เรายังไม่อยากคุยกับใคร
น้ำตาหยดใสยังไหลไม่หยุด เสียงสะอื้นที่คยูฮยอนไม่แน่ใจถึงสาเหตุของมันดังก้องในหัว คอยตอกย้ำให้เด็กหนุ่มเจ็บแปลบในใจทุกครั้งที่ผ่อนลมหายใจ คยูฮยอนสบถเป็นคำหยาบทุกคำที่คิดออก ร่ำๆจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบแต่พอมาคิดว่ามันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือทำให้ซองมินสบายใจต่างหากล่ะคยูฮยอน
ร่างสูงคิดแล้วจึงหักพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายตรงไปยังอพาร์ตเม้นท์หรูของเพื่อรักทันที
คิบอมต้อนรับเพื่อนด้วยคำทักทายดุเดือดถึงใจดังทุกครั้ง พอคยูฮยอนโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่าจะเอาบัตรเข้าร่วมงานมีตติ้งแฟนคลับของเขา ชายหนุ่มก็เห็นเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมาทันที
แกจะเอาไปทำไมวะ
เอามาเถอะน่า ขอแค่ใบเดียว คิบอมถอนใจยาว
คยูฮยอน แกรู้ไหมว่าแต่ละคนที่จะได้มางานนี้เค้าต้องทำอะไรบ้าง เค้าจะต้องเป็นสมาชิกแฟนคลับอย่างเป็นทางการของฉัน ต้องแข่งกันตอบคำถามเป็นร้อยๆข้อ นี่ยังไม่รวมบทความและเหตุผลที่อยากมาร่วมงานที่ฉันต้องเอามาอ่านแล้วก็ตัดสินด้วยตัวเอง จู่ๆแกจะมาขอไปโดยไม่บอกเหตุผลแบบนี้ ถึงเป็นเพื่อนฉันก็ยอมรับไม่ได้เว้ย
แต่แกต้องยอมรับ เพราะถ้าแกไม่คิดไอ้งานมีตติ้งติ๊งต๊องนี่ขึ้นมา ซองมินกับฉันก็คงไม่ต้องทะเลาะกัน เหตุผลก็คือแกต้องรับผิดชอบที่ทำให้แฟนฉันร้องไห้ เข้าใจ
ไอ้คยู ไอ้บ้า เหตุผลแกน่าต่อยมาก ถ้าไม่เกรงใจว่ามันเป็นเพื่อนแถมยังเป็นแชมป์เทควันโด้ระดับประเทศคิบอมคงยอมเสี่ยงวางมวยกับมันสักยก แต่โชคดีที่เพื่อนพระเอกยอมลงให้ก่อน พระเอกเลยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย คยูฮยอนคว้ามือคิบอมมากุม หน้าตาทุกข์ร้อนจริงจังจนคิบอมนึกขำ
ขอร้องเถอะว่ะคิบอม แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วจะให้ทำอะไรให้ก็ยอม
จริงหรือ งั้นขอยืมตัวซองมินของแกมาเป็นนางเอกให้ฉันสักเรื่องได้ไหม
พระเอกเบอร์หนึ่งหัวเราะชอบใจเมื่อคยูฮยอนสะบัดมือเขาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ขนาดฝ่ายโน้นเค้ายังไม่ตกปากรับคำแน่นอนมันยังหวงขนาดนี้ ถ้าซองมินน้อยยอมเป็นแฟนด้วยมันคงไม่ยอมให้ออกจากบ้านไปไหนเลยล่ะมั้ง โอเค แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะเว้ย
ขอบใจมากเพื่อน แกช่างเป็นคนดี คยูฮยอนโถมตัวเข้ากอดฟัดร่างใหญ่อย่างดีใจ คิบอมร้องว๊ากเต็มห้อง ยันหน้าหล่อๆของอีกฝ่ายออกเต็มแรง ไม่ต้องทำเป็นพูดดี เมื่อกี้ไม่ใช่แกหรือไงที่จะบีบคอฉันตายคามือแล้วน่ะ
น่า ขอให้กุศลผลบุญการทำความดีของแกครั้งนี้ มันส่งผลให้แกได้เจอคนในฝันของแกในเร็ววันนี้เว้ย พระเอกหนุ่มเหยียดยิ้ม ถ้าเจอแล้วเสียคนอย่างแก ฉันขออยู่คนเดียวแบบนี้ไปจนตายดีกว่า
คยูฮยอนยกยิ้มอย่างไม่ถือสา
ตอนยังไม่เจอก็ปากดีแบบนี้แหละ
ห้องนอนของซองมินอยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถคุ้นหูแล่นมาจอดหน้าบ้าน คนตัวเล็กที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างจึงปัดผมซอยสั้นให้พ้นใบหน้ายืดตัวมองลงไปยังถนน รถยนต์สีดำจอดเงียบอยู่ตรงนั้นประมาณสิบนาที สุดท้ายเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมา เงยหน้าขึ้นมองมาทางห้องของซองมิน......คล้ายกำลังรอคอยสัญญาณบางอย่าง
น้องสาวของฮยอกแจนั่งอยู่ในความมืดอีกเป็นครู่ เมื่อคนข้างล่างยังปักหลักยืนอยู่ที่เดิมอย่างอดทน คนตัวเล็กจึงยอมลุกจากเตียง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วคงไม่เหมาะที่จะให้คยูฮยอนเข้ามาในบ้านในตอนที่พี่ชายซองมินไม่อยู่ เด็กสาวจึงเป็นฝ่ายเดินออกไปหาเอง เรียวปากสีอ่อนฝืนยิ้มให้แต่ก็ชืดจางเต็มที
คยูมีอะไรหรือเปล่า มาซะมืดเลย
ซองมินอารมณ์ดีขึ้นหรือยัง
เราไม่ได้เป็นอะไร เด็กหนุ่มรุ่นน้องลูบท้ายทอยไปมา ซองมินเองก็ไม่มีอะไรจะพูดเลยได้แต่ยืนมองปลายเท้าตัวเองเงียบๆ จนคยูฮยอนยื่นของอย่างหนึ่งให้คนตัวเล็กจึงรับมาถือทั้งที่ยังไม่เข้าใจ การ์ดสี่เหลี่ยมขนาดเท่าบัตรโทรศัพท์ ตัวหนังสือแบบเรียบแต่ดูเก๋ พร้อมใบหน้าของดาราคนโปรดที่ปรากฏบนนั้น ซองมินเงยหน้ามองคนตัวสูง คำตอบของคยูฮยอนคือรอยยิ้มบาง
ถ้าวันนี้ยังทำให้ซองมินหายเศร้าไม่ได้ ผมคงนอนไม่หลับ
คยูฮยอน
คราวนี้ให้ผมกอดซองมินได้หรือยังครับ
ซองมินพยักหน้ารับแรงๆ เมื่อร่างสูงเปิดอ้อมแขนออกกว้าง คนตัวเล็กก็เดินเข้าไปซบหน้ากับอกอุ่นอย่างว่าง่าย เรียวแขนขาวโอบรัดร่างสูงแน่นเท่าที่จะแน่นได้ จะร้องไห้จะเสียน้ำตาคราวนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้วว่ามันจะเจ็บปวดหรือทรมานอีกหรือเปล่าเพราะเมื่อมีคยูฮยอนกอดอยู่แบบนี้ ซองมินก็ร้องไห้ได้ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น เหตุผลที่เรียกว่าความตื้นตันใจ
อกกว้างคยูฮยอนมีไว้ให้ซองมินซับน้ำตา ฝ่ามืออุ่นคยูฮยอนมีมันเพื่อโอบประคองคนรักในทุกยามของความรู้สึก ทั้งเวลาดีใจ เสียใจ คยูฮยอนก็จะใช้มันเพื่อซองมิน ต่อหน้าคนอื่นคยูฮยอนจะดูเย็นชา ไร้ความรู้สึกหรือหยาบกระด้างเพียงใด ซองมินจะได้ฟังเพียงผู้เดียวที่ได้ยินกระแสเสียงอ่อนโยนจากหัวใจของผู้ชายคนนี้
สำหรับลีซองมิน จะมากหรือน้อยคยูฮยอนก็มีให้เสมอ
ได้ไปงานแล้วแบบนี้ อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ผมดูด้วยนะ