Sweet Revenge 20

posted on 19 Mar 2008 12:47 by kiraz in Sweet-Revenge

สำเร็จแล้ว



เขาทำได้แล้ว สองปีกับการวางแผนทุกอย่าง หนึ่งปีกับการลงทุนลงแรง ผลของความอดทนมันประกาศตัวเองได้ยิ่งใหญ่สาแก่ใจคยูฮยอนยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ความสำเร็จครั้งนี้...วิญญาณของแม่จะต้องยินดีไปกับเขาด้วยแน่นอน


ผมทำได้แล้วครับแม่
ผมแก้แค้นให้พวกเราสำเร็จแล้ว



ไม่เพียงแค่สูญเสียความภาคภูมิใจในความเก่าแก่ของตระกูล ผู้ชายคนนั้นยังถูกสังคมรอบตัวริดรอนอำนาจที่เคยค้ำฟ้าให้ลดฮวบลงจนแทบพัง ไบรอันบอกเขาว่าผลของข่าวลือที่เกิดขึ้นกระเทือนทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน การบริหารปกครองและสุขภาพของคนใจหินนั่นอย่างสาหัส ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่าการได้ลิ้มรสผลสำเร็จอันหอมหวานของความพยายามอีกแล้ว หลังจากผ่านพ้นคืนวันที่ยากลำบาก ความโดดเดี่ยว ทรมาน ต่อจากนี้ไป เขาจะปลดทุกอย่างออกจากไหล่นี้


เขามีซองมิน มีเพื่อนทุกคน เขาจะเป็นอิสระและมีความสุขเสียที







ร่างสูงเลือกชาร้อนแบบกระป๋องอย่างพิถีพิถัน กระป๋องสีชมพูเป็นรสสตรอเบอรี่ที่ซองมินมักจะชอบถือไว้แนบแก้มก่อนค่อยเปิดจิบด้วยสีหน้ามีความสุข คยูฮยอนเลือกรสนี้ให้คนน่ารัก ส่วนตัวเองก็เลือกชาจีนรสดั้งเดิม ความหวานไม่ต้องตอนนี้คยูฮยอนมีซองมิน น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมก็ไม่จำเป็นอยู่แล้ว


ร่างสูงถือถุงร้านสะดวกซื้อก้าวเร็วๆ กลับมาที่เดิมอีกครั้ง


เก้าอี้ตัวเดิมว่างเปล่า ไม่มีซองมินนั่งแก้มแดงรออยู่ คยูฮยอนส่ายหัวระอา คลาดสายตาเดี๋ยวเดียว บอกให้รออยู่ตรงนี้แล้วหายไปไหนของเค้า ดวงตาเรียวใหญ่มองกวาดไปทั่วบริเวณที่แสงไฟจะสาดส่องถึง ไม่มีการเคลื่อนไหวใดที่คุ้นตาพอจะสรุปได้ว่าเป็นกระต่ายน้อยหัวดื้อของเขา หรือจะเล่นซ่อนแอบ ไม่หรอกมั้ง ใครเค้าจะมาซ่อนหากันตอนกลางคืน หรือเผลอเดินตามคนแปลกหน้าไปอีก คยูฮยอนชักหงุดหงิด เดี๋ยวกลับมาต้องจัดการสักหน่อยละ โทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งเป็นรอบที่ร้อย พ่อจะจูบมาราธอนสามนาทีรวด !



ทว่า.....มันจะมีโอกาสนั้นอีกหรือ ?




คนที่ถูกคยูฮยอนคาดโทษกำลังลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง ซองมินลืมตามาก็เจอเพดานห้องสีครีมไม่คุ้นตา ยิ่งพอกวาดตาไปรอบๆ ก็เจอแต่เฟอร์นิเจอร์หรูหราประหนึ่งอยู่ในความฝัน ฝันว่าตื่นขึ้นมาบนเตียงสี่เสาของผู้ดีอังกฤษหรือฝรั่งเศสซองมินก็ไม่แม่นเรื่องนี้นัก กระต่ายตัวกลมคลึงเปลือกตาให้ความพร่ามัวในม่านตาหายไป ลองหยิกตัวเองแล้วก็พบว่ามันเจ็บจนสะดุ้ง


นี่มันที่ไหนกันเนี่ย


แม้แต่เสียงก็แหบพร่าแทบฟังไม่ได้ แย่แล้ว แล้วพรุ่งนี้จะร้องเพลงได้ยังไง เอ๊ะ หรือจะเป็นวันนี้ ซองมินหลับไปไม่ใช่หรือ หลับไป.....หลังจากที่คยูฮยอนไปซื้อน้ำ ใช่ เขาหลับไปตอนนั้น หรือว่า ไอ้เด็กบ้านั่นจะแกล้งอะไรซองมินอีก


ดวงตากลมโตตวัดมองซ้ายขวา มีกล้องแอบอยู่แถวนี้หรือเปล่านะ


คราวนี้เป็นเสียงเคาะประตู ซองมินลุกขึ้นยืนพอดีกับที่คนข้างนอกเปิดประตูเข้ามา ชายวัยกลางคนสวมสูทสีเข้มเดินนำเด็กสาวในชุดเมดอีกสองคนเข้ามา ฝ่ายนั้นชะงักเมื่อเห็นซองมินยืนตาแป๋วจ้องอยู่ก่อน ซองมินไม่รอช้า เอ่ยถามไปตามความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในใจ


คุณเป็นใครครับ ที่นี่ที่ไหน แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง


ที่นี่คือคฤหาสถ์ของท่าน.............กระผมเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของที่นี่ คุณหนูได้รับเชิญมาพำนักที่นี่ชั่วคราวขอรับชื่อไม่คุ้นหูเลย ซองมินเอียงคอมองคุณลุงหัวหน้าพ่อบ้านกำกับให้เมดวางถาดข้าวถาดน้ำไว้ตรงโต๊ะข้างหน้าต่างแล้วจึงเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยม


คุณหนูคงหิว นี่ก็เลยเวลาอาหารค่ำมานานแล้ว จะเป็นการดีกว่าถ้ารับของว่างให้พอสบายท้อง เชิญตามสบายขอรับ กระผมขอตัวก่อน


เดี๋ยวครับ เจ้านายของคุณลุงเป็นใคร แล้ว....ทำไมต้อง...ทำแบบนี้....


คุณท่านจะเป็นผู้ตอบคำถามของคุณหนูเอง กระผมจะไปเรียนท่านว่าคุณหนูฟื้นแล้วซองมินนิ่วหน้า คุณพ่อบ้านและเมดสาวออกไปจากห้องแล้ว แต่ซองมินยังมึนงงกับคำว่า ฟื้น ที่คุณพ่อบ้านพูดออกมาไม่หาย ถ้าซองมินหลับมันก็ต้องใช้คำว่าตื่นสิ แต่นี่อีกฝ่ายพูดว่า ฟื้น แสดงว่า.....เขาไม่ได้หลับไปเองอย่างนั้นหรือ หรือซองมินจะเป็นลมแล้วมีคนมาช่วยไว้ ก็ไม่น่าจะใช่ เมื่อกี้คุณลุงก็บอกว่าเขาได้รับเชิญมา เว้ย มันอะไรกันวะเนี่ย


ด้วยความเคยชินมือขาวตะปบไปตามกระเป๋าควานหาโทรศัพท์ติดตามตัวของตัวเองแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

โทรศัพท์หาย !


เวรแล้วไหมล่ะซองมิน แล้วแบบนี้จะติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ยังไง


เดินกลับไปกลับมาในห้องได้ไม่นานก็หมดใจกับการคิดถึงเครื่องมือสื่อสารสีชมพูหวานสุดหวง ตอนนี้สิ่งที่ควรคำนึงถึงมันน่าจะเป็นความปลอดภัยของตัวเองและคยูฮยอนมากกว่าอะไรทั้งสิ้น ซองมินชักใจคอไม่ดีเมื่อเวลาผ่านไปนาทีแล้ว นาทีเล่า แต่ยังไม่เห็นวี่แววของคนคุ้นตา ร่างขาวจัดวางช้อนจากสำรับที่ลองจิบกันตายไปได้สองสามคำ ดื่มน้ำหมดครึ่งแก้ว ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง คุณพ่อบ้านเข้ามาบอกว่าซองมินจะได้เข้าไปพบท่านเจ้าของบ้านในตอนนี้แล้ว


เหมือนเป็นคำเชิญที่ทำให้แขกรู้สึกดีแต่ความนัยที่แฝงมานั้น...มันคำสั่งชัดๆ




ซองมินเดินตามชายสูงวัยไปยังห้องริมสุดของปีกขวา เพียงแต่ได้ออกมาจากห้องนั้นซองมินก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความหรูหรางดงามของทุกมุมที่เขากำลังเหยียบย่างผ่าน การตกแต่งแบบตะวันตก เครื่องเรือนราคาแพง เงาวับ สาวใช้สวมเครื่องแบบเหมือนกันหมดกริยามารยาทดูได้รับการอบรมมาอย่างดีเยี่ยม ทุกอย่างที่ปรากฏในบ้านเป็นแบบแผน เพียงแค่นี้ก็บอกได้เลยว่าเจ้าของบ้านหลังนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาเดินดินอย่างซองมินแน่นอน มหาเศรษฐี หรือไม่ก็ อภิมหาเศรษฐีเป็นอย่างต่ำเลยล่ะ


คนนำทางพาซองมินมาปล่อยไว้ในห้องห้องหนึ่ง แวบแรกซองมินคิดว่าจะมีเพียงแค่เขาคนเดียว หากพอสิ้นเสียงปิดประตูกรอบเงาร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนออกมาจากหลังฉากพับที่กั้นตรงกลางห้องก็ทำให้ซองมินรีบสะกดความตื่นเต้นให้จมหายไปในอก กระนั้นจังหวะหัวใจที่กระหน่ำรัวก็ใช่ว่าจะควบคุมกันได้ง่ายๆ ดวงตาคู่โตมองเขม็งไปยังผู้สูงวัยกว่าแล้วก็แทบยั้งเสียงอุทานไว้ไม่ทัน


“...........”


นั่งก่อนสิ อีซองมินใช่ไหม


คุณ...คุณเป็นใครน่ะครับ ทำไมต้องพาตัวผมมาแบบนี้ เราไม่เคยรู้จักกันนี่นาเราไม่รู้จักกันในที่นี้ ซองมินหมายถึงคุณลุงคนนี้กับซองมินไม่รู้จักกันเป็นพิเศษ แต่ในทางเป็นไปได้ ซองมินเป็นดารา นักร้อง ดีเจ พิธีกร อีกฝ่ายอาจจะรู้จักและเคยเห็นเขาจากทีวี หนังสือ นิตยสารหรืองานโชว์ตัว เหมือนที่ซองมินเองก็เคยเห็นคุณลุงคนนี้จากนิตยสารหลายฉบับในห้องโจคยูฮยอน!


เธอไม่เคยรู้จักฉันจริงๆ หรือ


ผม...ผมคิดว่า...เราไม่เคยรู้จักกันฝ่ายที่สูงวัยกว่าคลายรอยยิ้มบาง


เธอจะบอกว่าไม่รู้เรื่องของฉัน ทั้งๆ ที่เธอ อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าเด็กนั่นมาเกือบปีอย่างนั้นหรืออีซองมิน เป็นคู่หู เป็นเพื่อนร่วมห้อง เป็นคนที่โจคยูฮยอนให้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด เพื่อนสนิท เพื่อนพิเศษ ฉันมั่นใจว่าข่าวของฉันไม่มีข้อผิดพลาด ถ้าอย่างนั้นเธอจะไม่รู้จักกันฉันได้อย่างไร


ผมทราบว่าคุณเป็นนักธุรกิจเพราะผมบังเอิญเห็นรูปคุณในนิตยสารของคยูฮยอน แล้วมันมีเรื่องอื่นระหว่างคุณกับเขาที่ผมควรจะทราบนอกจากนี้อีกหรือครับ


เธอกำลังโกหก สายตาของเธอมันแสดงความรู้สึกกับฉันมากกว่าคนแปลกหน้าซองมินอึดอัด รู้สึกเหมือนหายใจยากเข้าไปทุกที เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ซองมินไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ ไม่รู้อะไรไปมากกว่าที่คยูฮยอนเล่าให้ฟัง แต่ที่สายตาของซองมินมันบอกอย่างนั้นเพราะซองมินเรียบเรียงแล้วประติดประต่อทุกอย่างเอาเอง มันอาจจะผิดจากความจริงซองมินถึงไม่กล้าพูดอะไรออกไป....แต่ ถ้าเสี่ยงล่ะ


ถ้าลองลักไก่อย่างที่คยูฮยอนชอบทำกับซองมินบ่อยๆ
ซองมินจะรู้อะไรมากขึ้นหรือเปล่า ?


โจวคยูฮยอน กำลังจะทำอะไร เธอรู้ใช่ไหมอีซองมิน


ผมรู้เท่าที่เขาอยากให้ผมรู้


เขาอยากให้เธอรู้อะไร......ซองมินบังคับสายตาให้หยุดนิ่งที่ดวงตาสีขุ่นของคนตรงหน้า


เรื่องเพลง เรื่องคุณแม่ของเขา แล้วก็เรื่องของคนใจร้ายบางคนที่จ้องแต่ละทำลายอนาคตคนอื่นอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด! ปลายเสียงข่มไม่ให้สั่น จ้องดวงตาดำกว้างของผู้สูงวัยกว่าอย่างไม่สะทกสะท้าน....แต่ความจริงแล้วซองมินกลัว กลัวมากๆ กลัวจนแทบจะยืนไม่อยู่ ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่ซองมินคิดไว้ ผู้ชายตรงหน้าจะต้องเป็นคนใจร้ายที่สุด ทำลายชีวิตของคนอื่นคนเล่าคนเล่า จากรุ่นแม่แล้วยังสืบมาถึงรุ่นลูกด้วยแบบนี้ คนดีๆ เค้าคงไม่มีใครทำกันหรอก


ร่างสูงใหญ่หันขวับมาตั้งแต่ซองมินยังไม่จบประโยคด้วยซ้ำ ดวงตาคมกล้าวาวโรจน์ด้วยประกายแปลกตาที่สะกิดใจซองมินอย่างประหลาด...เหมือน...เหมือนเคยพบเจอที่ไหนสักแห่ง เสียงในอกมันกระซิบบอกอย่างนั้น แต่ความหวาดระแวงมันกลบการทำงานของความทรงจำเสียสิ้น ซองมินปัดมันออกไปเมื่อร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนด้วยแรงโทสะ คิดว่าอีกฝ่ายจะตวาดเขาด้วยความโกรธหรือไม่พอใจเสียแล้ว แต่นอกจากอาการกำมือแน่นแล้ว ผู้สูงวัยกว่าก็ไม่ได้ตอบโต้เป็นคำใดมาอีก อาการเหมือนงูโดนตีขนดหางทำให้ซองมินยิ่งมั่นใจ เจ้าของคฤหาสถ์แห่งนี้ต้องใช่ศัตรู - ของคยูฮยอนแน่นอน


คุณทำได้ยังไงครับ ทำลายความฝันของคนๆ หนึ่ง คุณรู้ไหมว่ามันโหดร้ายและน่าประนามแค่ไหน


ฉันทำในสิ่งที่ฉันคิดและตรึกตรองดีแล้ว เธอไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์การกระทำของฉัน


ถ้าการกระทำของคุณมันไม่ทำให้พวกเราเดือดร้อน ผมจะไม่สนใจคุณเลย ตาแก่เอาแต่ใจแถมยังเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจแบบนี้ มีใครเค้าอยากสนใจกัน ผู้ใหญ่แบบคุณเกิดมาผมก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ คุณมันแย่ที่จ้องแต่จะทำลายชีวิตคนอื่น


สิ้นเสียงบริภาษของซองมิน ความเงียบก็ทะยานเข้าจู่โจมในห้องกว้าง ดวงตาสองคู่จดจ้องกันด้วยแรงโทสะ ตอนนี้ซองมินเอาความกลัวไปทิ้งไว้ตรงไหนเสียก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันโกรธ โกรธการกระทำ โกรธความคิดของชายสูงวัยจนสามารถมองข้ามอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองไปได้ กล้าพูดออกมาได้ว่าคิดและตรึกตรองทุกอย่างดีแล้วอย่างนั้นหรือ ทำลายชีวิตคุณแม่ของคยูฮยอนแล้วยังตามล้างตามผลาญคนรักของซองมินไม่ลดละแบบนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่าคิดดีแล้ว เอาสมองส่วนไหนคิดไม่ทราบ !


แต่จู่ๆ เสียงหัวเราะเหยียดหยันก็ดังมาจากอีกร่างหนึ่ง ซองมินหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ


คุณขำอะไร….”


ผิดแล้วล่ะอีซองมิน......อุ่ก!!.....แค่กๆๆ.....อาการไออย่างรุนแรงเกิดขึ้นกับคนตรงหน้าอย่างฉับพลัน ใบหน้าขาวซีดแดงก่ำเพราะพยายามกลั้นอาการไอ ร่างสูงใหญ่ซวนเซเหมือนจะล้ม ซองมินไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง จึงปราดเข้าไปประคองอีกฝ่ายไว้ พยุงให้นั่งลงดังเดิมพร้อมกับซักถามอาการอย่างลืมตัว น้ำเสียงร้อนรนของกระต่ายน้อยเป็นสัญญาณให้หัวหน้าพ่อบ้านคนเดิมปรี่เข้ามาจากด้านนอก ซองมินถูกกันออกห่าง เด้กหนุ่มหันรีหันขวางมองความวุ่นวายนั้นเหมือนจับต้นขนปลายไม่ถูก


เถียงกันอยู่ดีๆ ก็มาทรุดไปแบบนั้น ซองมินจะโดนลูกน้องลุงสำเร็จโทษไหมเนี่ย


นายท่าน กระผมจะตามหมอ


ยัง....ยังไม่ต้อง.....เมื่อผู้รับใช้ตั้งท่าจะค้าน มือกร้านก็ยกขึ้นยั้งไว้ ใบหน้าคมคายที่ยามนี้เผือดสีราวกับกระดาษหันมาทางซองมิน พร้อมเสียงแหบระโหยคล้ายจะหมดลมในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง


เธอเข้าใจผิดอีซองมิน ฉันต่างหากล่ะที่ถูกจ้องทำลาย....จ้องจะทำลายทุกอย่าง...ทุกอย่างที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อตัว มันเอง



.



.



.