[SF] Please,forgive me.

posted on 04 Feb 2008 11:19 by kiraz in Short-Fiction

 

 

 

Image Hosted by ImageShack.us

สิบโมงครึ่ง


สายได้ที่สำหรับนักศึกษาที่มีเรียนเก้าโมงตรงอย่างเขา เจ้าของร่างสูงพลิกตัวนอนหงาย เพดานห้องก็ยังเป็นสีครีมคุ้นตา ตื่นมากี่ทีๆ ก็ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนไป ไม่รู้สึกแปลกตาอย่างที่นึกหวัง ไอ้ที่ขอพระเจ้าไว้ว่าอยากความจำเสื่อมนั้น ทำไมมันไม่สัมฤทธิ์ผลสักที ตื่นมาทุกเช้าถึงต้องมาเจอกับความรู้สึกเหี้ยๆ ก่อนอย่างอื่น สงสัยพระเจ้าท่านคงงานยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจแค่คนอกหักคนหนึ่ง หรือจะคิดอีกทีสงสัยช่วงเวลาที่ผ่านมาโจวคยูฮยอนคงทำความดีไม่มากพอ เบื้องบนถึงได้เมินเฉยต่อคำขอของเขาจนน่าหงุดหงิดแบบนี้

ร่างสูงปัดผ้าห่มออกจากตัว ย่ำไม่กี่ก้าวก็พาตัวเองมาอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ.....โทรมสัดๆ.....เขาคิดในใจ ตาโรย เหนือริมฝีปากและคางเขียวครึ้มด้วยไรหนวดสากและแข็ง แต่ช่างแม่ง วันนี้ขี้เกียจโกน ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ คนที่กล้าทิ้งโจวคยูฮยอนไปจะได้เห็นเต็มตาว่าทำอะไรกับผู้ชายที่หล่อที่สุดในปฐพีไว้บ้าง


เนื้อตัวยังมีแต่กลิ่นแอลกอฮอลล์เพราะเมื่อวานจำได้ว่าดื่มกันไปเยอะพอควร ชายหนุ่มเปลื้องผ้าทิ้งตรงนั้น เดินโทงๆ ไปยืนใต้ฝักบัว แชมพูขวดใหญ่ส่งเสียงฟืดๆ เมื่อเขากดหัวปั๊ม คยูฮยอนมองมันผ่านสายน้ำอย่างประหลาดใจ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาเคยชินกับความพรักพร้อมของทุกอย่างรอบตัว แชมพู ครีมนวดผม ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน ไม่เคยประท้วงว่ามันใกล้จะหมดมานาน....ตั้งแต่......... - - -



คยูฮยอนสะลัดหัวแรงๆ

ช่างแม่ง หมดก็ซื้อใหม่ จะซื้อเองด้วย




ปล่อยให้สายน้ำดึงพลังชีวิตกลับมาสักพักแล้ว ก็เดินออกมาจากโซนเปียก มือแกร่งเอื้อมไปยังราวแขวนทางขวามือ ผ้าขนหนูผืนนุ่ม หอมกรุ่นมันจะต้องแขวนรอให้เขาใช้อยู่ตรงนั้น แต่วันนี้....ไม่มี.....ตาคมย้ายตำแหน่งไปยังตะกร้าผ้าใช้แล้วมุมหนึ่ง นั่นไง กองกันอยู่นั่น ให้มันได้อย่างนี้สิ วันนี้คงไม่ต้องไปเรียนมันแล้ว อยู่ทำความสะอาดบ้านนี่แหละไอ้คยู


เสื้อยืดตัวโตถูกนำมาซับหยดน้ำจากเส้นผม โชคดีที่มีเสื้อคลุมตัวหนึ่งเหลืออยู่ คยูฮยอนอาศัยมันห่อหุ้มเรือนร่างสูงโปร่งแล้วเดินไปในห้องครัว ห้องชุดที่เคยคิดว่าเพอร์เฟคทำไมวันนี้มันถึงได้กว้างจนน่าหงุดหงิดก็ไม่รู้ ตู้เย็นว่างเปล่าพอกับกระเพาะอาหารของเขา นอกจากนมหมดอายุแล้วก็น้ำผลไม้กล่องใหญ่ ไข่ อ้อ โชคดีที่ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่สองสามห่อ


ชายหนุ่มต้มน้ำทิ้งไว้แล้วกลับมายังห้องนอน โทรศัพท์นอนนิ่งไร้ชีวิตและสัญญาณอยู่ข้างเตียง เขาปิดมันเองแหละ ไม่อยากได้ยินเสียงรบกวนกลางดึก ขี้เกียจตื่นมาด่าไอ้พวกบ้าที่จะโทรมาตอนเวลาล่วงเข้าวันใหม่ กว่าจะข่มตาให้หลับได้ต้องพึ่งเหล้าไปเยอะ ไม่อยากให้มันเสียเปล่า แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลายข้อความเสียงถูกฝากไว้ และอีกหลายข้อความอักษร รูปภาพส่งมาติดๆ กันเมื่อเขาเปิดเครื่อง ชายหนุ่มกดฟังจนมาถึงข้อความสุดท้าย




( สุขสันต์วันเกิดนะ ขอให้มีความสุข แล้วก็ดูแล...... )




ตุ่บ!




แน่นอนว่าเขาไม่รอฟังจนจบ ถ้าพื้นผิวที่มันตกลงไปกระทบไม่ใช่ฟูกหน้านุ่ม โทรศัพท์ราคาแพงลิบลิ่วคงกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดวงตาคมวาววับ มีความสุขอย่างนั้นหรือ กล้าดียังไงมาอวยพรเขาอย่างนั้น กล้าบอกให้เขามีความสุขทั้งที่ทิ้งกันไปอย่างเลือดเย็นอย่างนั้นหรือ ริมฝีปากสีแดงเลือดเม้มจนเป็นเส้นขาว คยูฮยอนปาเสื้อผืดตัวนุ่มใส่ตะกร้า เดินไปปิดแก๊ส ก่อนจะกลับมาแต่งตัวลวกๆ



อยากให้มีความสุขก็จะมีให้ เขาจะมีความสุขให้ยิ่งกว่าตอนที่คนๆ นั้นอยู่ที่นี่ มีความสุขเหมือนสิบกว่าปีที่ผ่านมา
คยูฮยอนจะลืม ลืมว่าเคยมีช่วงเวลาเกือบปีที่เสียเวลาหยุดอยู่แค่คนๆ เดียว !





ร่างสูงหยิบแค่โทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ติดตัวไปด้วย เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าหนังกลับสีน้ำตาลไม่ได้ทำให้ความดูดีของโจวคยูฮยอนลดน้อยลงแม้สักนิด ใบหน้าหล่อร้ายยิ่งทวีความคมเข้มเมื่อวันนี้มันมีไรหนวดจางๆ เหนือริมฝีปากและคางได้รูปเพิ่มขึ้นมาด้วย ชายหนุ่มแวะบอกให้แม่บ้านขึ้นไปทำความสะอาดแล้วก็ไม่ลืมแจกยิ้มมุมปากเป็นการกำชับคำสั่งที่ได้ผลเกินร้อยจากนั้นก็ตรงลิ่วไปยังมินิคูปเปอร์คู่กาย


โทรศัพท์ส่งเสียงทักทายเมื่อขณะที่เขากำลังเลี้ยวรถออกสู่ถนนสายหลักหน้าคอนโด

ว่าไง

( มึงจะเข้าเรียนตอนบ่ายหรือเปล่า?) ถามสมกับเป็นเพื่อนรัก หากมาสายแสดงว่าคาบนั้นทั้งคาบคยูฮยอนจะไม่เข้าเรียนเลย เพราะฉะนั้นเลทไปเป็นชั่วโมงของคาบเช้าแบบนี้ อย่าคิดเลยว่าคนอย่างเขาจะเหยียบเข้าไปในห้องเลคเชอร์อีก คนถามมันเลยโยนไปช่วงบ่ายอย่างรู้ใจ

ไม่ กูมีธุระ

( ธุระอะไรของมึง )

หาเหล้าแดก สนใจไหมล่ะ

( ขอกูเรียนให้คุ้มค่ากับค่าเทอมป๋ากับแม่ก่อน แล้วค่อยเจอกัน ร้านเดิมหรือยังไง ) ตอบตกลงไปแล้วก็เก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่เดิม มีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด เขาจะไปซื้อของเข้าบ้าน



การซื้อของ...คนเดียว....มันยากกว่าที่เขาคิด แค่เดินเข้าไปอยู่ท่ามกลางชั้นวางของที่เรียงเป็นแถวคยูฮยอนก็ต้องถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า ของเยอะ คนเยอะ เด็กก็แม่งร้องโยเยกวนประสาท บรรยากาศรอบตัวอึกทึกครึกโครม เสียงดังจนน่ารำคาญ ร่างสูงคว้าเอารถเข็นมาครองไว้หนึ่งคัน ดันให้ผ่านไปตามสินค้านานาชนิดอย่างเหนื่อยหน่าย ทำไมทุกครั้งที่มาเขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลยนะ


อดทนหยิบฉวยเอาของใช้ที่จำเป็นเพียงไม่กี่อย่าง เลือกเอายี่ห้อที่เคยใช้เพราะไม่สนใจอยากดูรายละเอียดมากไปกว่านั้น กินแล้วไม่ตาย ใช้แล้วผืนไม่ขึ้นเป็นพอ มือเรียวขาวจับของชั้นแล้วชิ้นเล่าโยนใส่รถเข็นหากพอจะเข็นไปชำระเงินก็นิ่วหน้าขึ้นมาเฉยๆ ห่ะ ใช้แต่ของเดิมๆ แบบนี้เมื่อไหร่มึงจะลืมได้คยู อยากให้ภาพเก่าๆ มันคอยตามหลอกหลอนไม่สิ้นสุดหรือไง เร็วเท่าความคิดคนตัวสูงเข็นรถกลับไปทางเดิมตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะเปลี่ยนของทุกอย่างในรถเข็นให้เป็นยี่ห้อใหม่ทุกชิ้น!




สุดท้าย แม้จะเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เขาก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการ










คยูฮยอนเดินเดาะกุญแจในมือเข้าคณะมาในตอนเย็นวันเดียวกันนั้น โทรไปหาเชวซึงฮยอนเมื่อครู่นี้ เพื่อนชั่วมันบอกว่ากำลังกินข้าวกันอยู่กับทุกคนในโรงอาหาร หาไม่ยากสำหรับกลุ่มที่อยู่ที่ไหนก็แม่งไม่เคยเงียบให้เกรงใจชาวบ้าน มิคกี้ยูชอนกำลังวาดมือในอากาศประกอบการเล่าเรื่องอย่างเมามัน ถ้าเขาไม่ยื่นมือไปสะกัดไว้ก่อนคงโดนมันฟาดปากเจ่อ


เอรี้ยย หายหัวไปไหนมาครับพี่ วันนี้มีเรียนทั้งเช้าทั้งบ่ายแต่โผล่มาตอนเย็น พ่อคุณ พ่อมหาจำเริญ พ่อแม่จ่ายค่าเทอมมาให้มึงโดดเรียนหรือไงครับ


เออเสียงทุ้มตอบสั้นๆ ใช้เท้าเตะหน้าแข้งให้คนทักขยับเว้นที่นั่งให้ ยูชอนเลื่อนตัวไปนั่งด้านใน ตรงข้ามเป็นซึงฮยอนกับคิบอมที่กำลังจัดการกับข้าวของใครของมัน เมื่อไม่มีใครสนใจจะยื่นมือเข้ามาช่วย พ่อหนุ่มนักเรียนนอกจึงได้แต่บ่นงึมงำ


เช็ดแม่ง ด่าไปตั้งเยอะตอบมาแค่คำเดียว ตั้งแต่อกหักนี่ลิ้นมึงพิการไปเยอะเลยนะไอ้คยู


กูไม่ได้อกหัก!


ไม่ได้อกหักแต่เมาหมาไม่แดกทุกวันตั้งแต่เลิกกัน กูล่ะอยากให้รุ่นพี่มาเห็น เขาคงอนาถใจพิลึกที่เห็นสภาพมึงตอนนี้ หรือจะดีใจก็ไม่รู้ที่สะลัดมึงทิ้งได้ชักพูดมากเกินระยะปลอดภัย คิบอมเลยสะกิดเพื่อนรักด้วยปลายเท้าไปหนึ่งทีแรงๆ มิคกี้สะดุ้งจนหุบปากลงได้ทันก่อนที่จะมีเหตุนองเลือดขึ้นกลางโรงอาหารคณะ


คยูฮยอนอยากสูบบุหรี่สักตัวแต่ห้องอาหารของคณะเขามันเป็นแบบปิดแถมยังติดเครื่องปรับอากาศเมื่อซึงฮยอนเอ่ยขึ้นว่าจะไปหาคนรักที่คณะก่อน ชายหนุ่มจึงตามติดมาด้วย สองหนุ่มทิ้งมิคกี้ยูชอนไว้กับคิมคิบอมแล้วก็เดินไปตามทางเท้าในมหาวิทยาลัย จุดที่ซึงฮยอนนัดแฟนไว้นั้นเป็นลานม้าหินอ่อน ร่างสูงทั้งสองเลือกนั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่ไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เรื่องปกติธรรมดาผู้ชายหน้าตาดีสองคนมาโผล่ในที่ที่ไม่ค่อยจะมามันก็ต้องเรียกปฏิกริยาตื่นตะลึงจากคนรอบข้างได้อยู่แล้ว คยูฮยอนมองจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอาจารย์ท่านใดอยู่แถวนั้นจึงจุดบุหรี่สูบราวกับกระหายมาแรมปี


เบาๆ หน่อยไอ้คยู แฟนกูไม่ถูกกับควันบุหรี่


แล้วปกติมึงไม่สูบหรือไง


สูบ แต่ไม่บ่อย ถ้าเขาไม่ชอบกูก็ไม่สูบให้เขาเห็น


ถ้าเห็นแฟนมึงเดินมาค่อยบอกกูก็แล้วกัน ที่ออกมาจากโรงอาหารเนี่ยก็เพราะกูอยากสูบ อยู่แถวนั้นเดี๋ยวไอ้มิคออกมาเจอมันจะหาว่ากูสำออยเพราะเลิกกับพี่มันอีกเชวซึงฮยอนหัวเราะในคอ ตาคมดุมองกวาดไปทั่วลานร่มรื่นนั้น เงียบกันไปไม่นาน มือคร้ามก็เลื่อนมาสะกิดไหล่คยูฮยอนพอรู้สึก


ไอ้คยู


อะไร มาแล้วหรือ


อืม แต่ไม่ใช่แค่แฟนกูนะ......คยูฮยอนชะงักมือที่กำลังดับไฟบุหรี่ ตาคมกริบวาดไปตามทิศที่เพื่อนบอกใบ้ แล้วหัวใจก็เกือบจะพองฟูราวกับโดนอัดด้วยแก๊สจากนั้นก็เหี่ยวฟีบลงเหมือนโดนปล่อยลม พองยุบๆสลับกันแบบนั้นจนน่ากลัวว่าเขาอาจจะทนอยู่นิ่งไม่ไหวในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า การพบเจอครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ได้เห็นหน้าเป็นครั้งแรกหลังจากเอ่ยคำลาและแยกทางกันเดิน โจวคยูฮยอนหันหน้าหนีแทบจะทันทีที่ใบหน้าสวยนั้นผินมองมา ร่างสูงหันหลังให้จึงไม่รู้ว่าคนที่เขาพยายามหลบมาทั้งอาทิตย์กำลังโดนคนรักของเชวซึงฮยอนกึ่งจูงกึ่งลากเข้ามาหา


เทมป์....เสียงเริงร่าร้องเรียกมาก่อนตัว น้ำเสียงทอดอ่อนติดจะอ้อนทั้งที่อีกฝ่ายอ่อนวัยกว่าตนเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมเข้มได้เช่นทุกครั้งรอนานไหม ขอโทษนะ อาจารย์แจกงานท้ายชั่วโมงน่ะเลยเลิกเกินเวลา


ไม่นาน คุยกับคยูฮยอนไปเรื่อยๆ



แล้วตกลงวันนี้จะไปเลี้ยงวันเกิดคยูที่ไหนกันดีเจ้าของดวงตาเรียวสวยหันมายิ้มถามคยูฮยอน ชายหนุ่มได้แต่มองตอบนิ่ง แววตาบอกชัดว่าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก อะไร ทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกนะว่าจะเบี้ยว


เปล่า แต่ไม่จำเป็นก็ได้มั้ง เมื่อคืนก็ดื่มกันจนดึก


เมื่อคืนเราไม่ได้ดื่มด้วยนี่นา นี่อุตส่าห์ลากเอาเพื่อนเลิฟมาด้วยเลยนะ ทงเฮก็บอกจะไป ลองนายปฏิเสธสิ เจ้าปลามันงับหัวนายแน่ขอมอบโล่ บ้าน รถ ที่ดินและเชวซึงฮยอนให้ความสามารถในการมักมือชกของผู้หญิงคนนี้ คยูฮยอนไม่ใช่คนช่างต่อปากต่อคำกับใครแม้อีกฝ่ายจะเป็นรุ่นพี่ที่สนิทด้วยมานานนับปี เมื่อซึงฮยอนไม่ยอมช่วยแถมยังทำท่าจะเข้าข้างแฟน คยูฮยอนเลยได้แต่ยิ้มรับเงียบๆ เงียบเหมือนอีกคนที่เอาแต่ปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์อยู่อีกด้านหนึ่ง