Sweet Revenge 18

posted on 04 Dec 2007 19:38 by kiraz in Sweet-Revenge

            

            ความเชื่อใจทำให้เรามีความสุขกับการรับรู้ว่าเรามีใครอีกคนหนึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ทั้งในยามหลับตาฝันและลืมตาตื่น คำว่าเชื่อใจทำให้เราสามารถยิ้มกับสิ่งรอบตัวได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้อยู่ข้างกาย แม้ไม่อาจเห็นด้วยตา ไม่อาจยื่นมือไปแล้วสัมผัสกันได้ แต่สิ่งที่เรียกว่าความสุขมันจะโอบล้อมเราไว้เสมอ.....ถ้าเรามีความเชื่อใจ

            เชื่อ ไม่ว่าเมื่อไหร่เราก็มีแต่ความจริงให้กัน
            เชื่อ แม้มันจะอยู่บนความไหวหวั่น ลังเลใจ

            เชื่อ แม้ความส่วนลึกในใจมันจะเตรียมพร้อมสำหรับความเจ็บปวดไว้แล้วก็ตาม แต่เพราะใจมันสั่งให้เชื่อ....กายมันจะต้านทานอย่างไรไหว 





            ตื่นแล้วหรือ

            เมื่อคยูฮยอนวางสายแล้วหันกลับมา ซองมินก็ยืนทึ้งชายเสื้อยืดพร้อมกับส่งรอยยิ้มเก้อๆมาให้ก่อนแล้ว เจ้าของห้องเลิกคิ้วมองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจบที่ตากลมสวย ส่งยิ้มมุมปากใส่ตาคนที่กำลังหน้าแดงให้ความร้อนยิ่งแล่นซ่านไปตามผิวหน้าบางๆมากยิ่งขึ้น ซองมินเม้มปากจนเหลือแค่แก้มกลมๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชายอายุยี่สิบเอ็ดและความเป็นจริงข้อนั้นก็ทำให้เจ้าของร่างสูงเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาซองมินเสียเอง

            แขนอุ่นสอดเข้ารอบเอวกลม เพิ่มแรงรัดจนซองมินแทบจมหายไปกับอก คนเป็นพี่ได้แต่เงอะงะวางไม้วางมือไม่ถูกแต่พอลูบๆคลำๆไปก็เจอตำแหน่งเหมาะ คล้องไหล่ไว้ก็แล้วกัน

            ฝันดีใช่ไหมเมื่อคืน

            ก็ คงงั้นมั้งตอบแผ่วๆ ก็ไม่เห็นต้องออกเสียงมากนี่นา แก้มแนบแก้มแบบนี้น่ะ แค่กระซิบก็ได้ยินเต็มสองหูแล้ว ขนาดเสียงลมหายใจของคยูฮยอนซองมินยังได้ยินเลย

            ไม่น่าถามเลยเนาะ มีผู้ชายแสนดีอย่างฉันนอนกอดทั้งคืนจะไม่ฝันดีได้ยังไง

            หลงตัวเอง ปล่อยได้แล้ว ฉันหิว มีอะไรให้กินบ้างเนี่ย

            ตื่นมาก็ถามถึงของกิน ถึงได้อ้วนกลมแบบนี้ไงล่ะ........แต่เอาเถอะ เห็นแก่ตัวนิ่มๆที่กอดแล้วอุ่นกำลังดี จะให้ยืมครัวทำอาหารเช้าเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน

            เกือบแล้ว เกือบจะแทคตัวใส่ให้ซี่โครงเดาะแล้ว ถ้าไม่มีประโยคหลังตามมาช่วยไว้ โจคยูฮยอนท่าจะได้พักงานยาวเป็นเดือนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเพราะปากสวยๆนั่น เจ้าของฝีปากแก่กล้ายกยิ้มให้คนตัวเล็กกว่า แล้วก็เกี่ยวเอวซองมินไปทางห้องครัว อุปกรณ์ทันสมัยวางอยู่ครบครันแต่สภาพที่เรียบร้อยเหมือนถูกจัดวางไว้อย่างพอเหมาะพอดีนั้นมันทำให้ซองมินดูออกว่า เจ้าของบ้านคงไม่ค่อยโปรดปรานมุมนี้สักเท่าใดนัก ก็ดูเอาเถอะ พาเขามาส่งได้ก็ฮึมเพลงไปนั่งตรงโต๊ะกลางห้อง เท้าคางรอตาใสๆ

            อยากกินอะไรล่ะ

            มีอะไรให้กินก็กินได้ทั้งนั้นแหละ

            กำปั้นแน่ะ

            ปากตอบไป มือก็เปิดตู้เย็นมองหาของสดของคาวที่จะเอามาปรุงอาหารให้ท่านเจ้าบ้าน ซองมินเปิดฝาตู้เย็นแล้วก็แทบจะถอนใจหนักๆออกมาตรงนั้น ว่าง โล่ง นอกจากน้ำดื่ม เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และพวกเครื่องดื่มบำรุงกำลังแล้วก็แทบไม่มีสิ่งที่จะเรียกว่ารับประทานได้อยู่อีกเลย ไม่ต้องถามถึงผักใบเขียวแค่ไข่ไก่สักฟองยังไม่มี

            นายใช้ชีวิตอยู่ยังไงน่ะคยูฮยอน วันๆดื่มแต่ของพวกนี้หรือ

            ลีซองมิน ลืมไปหรือเปล่าว่าเราใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนแล้ว ไอ้ของพวกนี้มันของไบรอันโน่น เกี่ยวกับฉันที่ไหน ถ้าไม่มีอะไรทำก็ช่างมันเถอะ ต้มบะหมี่หรือเอาอาหารแช่แข็งที่เหลืออยู่มาอุ่นเวฟก็ได้ ฉันทานได้ทั้งนั้นกระต่ายสีชมพูทำเป็นไม่ได้ยินช่วงต้นของประโยคยืดยาวนั้นเสีย ข่มความเขินตอบผ่านสีหน้าที่พยายามให้นิ่งที่สุดว่า

            ไม่ได้ เพราะทานแต่ของพวกนี้น่ะสิถึงได้ขาดวิตามินแล้วก็ขี้หงุดหงิดแบบนี้ ฉันจะไปซื้อของสดตรงซุปเปอร์ นายจะเอาอะไรไหมแวบแรกคยูฮยอนส่ายหน้าแต่พอซองมินแต่งตัวเสร็จถือกระเป๋าเงินออกมาจากห้องนอน เด็กหนุ่มก็สวมกางเกงห้าส่วนกับเสื้อยืดสีส้มยืนรออยู่แถวตู้เก็บรองเท้าเป็นที่เรียบร้อย

            ฉันไปด้วยก็แล้วกันซองมินย่นจมูกตอบ เดาใจไม่เคยถูกเสียที

 


 
            การซื้อของกับคยูฮยอนเป็นเรื่องที่ซองมินหนักใจใช่น้อยเพราะตั้งแต่เดินเข้าไปในมินิมาร์ทตรงหัวมุมถนนใกล้กับคอนโด ตั้งแต่พนักงานไปจนถึงลูกค้าก็พากันตาโต แอบชี้ชวนกันมองชายหนุ่มประหนึ่งไม่เคยพบเคยเห็น ซองมินดึงหมวกไหมพรมให้ปิดลงมา ไม่อยากเอาหน้าตัวเองไปเพิ่มระดับความสนใจจากคนรอบข้างเหมือนไอ้คนบางคนที่ไม่ยอมสวมทั้งหมวก ทั้งแว่นตา แถมยังกล้ากระตุกยิ้มแจกจ่ายให้สาวๆแถวนั้นละลายกันเป็นแถบๆอีกด้วย รู้แล้วว่าหล่อว่าหน้าตาดี แต่ตอนนี้...ตอนที่เป็นวันหยุดพักผ่อน ตอนที่อยู่ในเวลาส่วนตัวกับซองมิน ช่วยพับความดูดีเก็บไว้ก่อนจะได้ไหม

            ซองมินขัดใจจนหยิบจับของทุกอย่างที่ต้องการยัดใส่ตะกร้าในมือคยูฮยอนได้ครบภายในเวลาไม่ถึงห้านาที!

            โกรธอะไรน่ะ

            ใครโกรธ

            อยู่กันสองคนจะให้พูดถึงใครล่ะ โกรธอะไร เดินปัดๆ ไม่ยอมพูดยอมจา ดูสิรีบเดินจนตูดบิดไปหมดแล้วมันไม่พูดเปล่า ไอ้น้องเล็กตัวร้ายมันก็เนียนก้าวเข้ามาชิดแถมยังกดปลายนิ้วย้ำลงกับบั้นเอวซองมินแรงๆ กระต่ายตัวขาวสะบัดหนี ตวัดตามองคนตัวสูงกว่าอย่างขุ่นเคือง

            นี่มันข้างถนนนะ ทำอะไรระวังบ้างคยูฮยอนยักไหล่ กวาดมองไปรอบตัวเหมือนไม่แยแส

            อยู่ในห้องก็ใช่ว่าจะยอมให้ทำง่ายๆ บอกมาว่าโกรธอะไร

            ฉันไม่ได้โกรธ แค่หิวข้าว พอใจหรือยัง

            ปากไม่ตรงกับใจนะเนี่ย.....พูดถึงปากตาก็มองนิ่งที่กลีบปากอิ่มสวย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และสายตาที่มองต่ำลงมาอย่างหมายมาดทำเอาซองมินเย็บวาบในอก ไม่นะ ตรงนี้มันข้างถนนแถมยังเป็นกลางวันแสกๆ ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วหรือไง

            อย่านะ

            รู้ด้วยหรือว่าฉันกำลังจะทำอะไร

            รู้สิ นายตั้งใจจะจูบฉัน

            รู้ใจซองมินดึงหน้าตัวเองออกห่างแต่ปลายนิ้วแข็งๆที่สอดเข้ารั้งท้ายทอยเขาไว้ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งสองมันไม่ได้ดั่งใจคนตั้งท่าจะหนี ดวงตาคู่เล็กเบิกกว้าง ฉายแววตื่นตระหนกเมื่อคิดถึงเหตุการณ์สะเทือนฟ้าดินที่อาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า คยูฮยอนโน้มใบหน้าลงมาช้าๆ ถามเจือรอยยิ้มบาง

            โกรธอะไร

            ไม่...ไม่ได้โกรธ.....อย่า.......เอียงหน้าหลบเป็นพัลวัน ถุงกระดาษสีน้ำตาลที่หอบอยู่เกือบหลุดร่วงจากมือ คยูฮยอนไม่ยอมถอยห่าง แกล้งเฉียดจมูกกับผิวแก้มนุ่มแล้วก็ถามย้ำอีกครั้ง

            บอกมาสิ ซองมิน

            คยูฮยอนอ่า....ฉันไม่ได้โกรธจริงๆนะ ปล่อยเถอะ ฉันหิวแล้วน้ำเสียงเปลี่ยนโทนเป็นออดอ้อน นุ่มหูด้วยความกลัวปนอาย คยูฮยอนหัวเราะลงคอ ยอมคลายมือจากต้นคอคนตัวเล็กแล้วก็ยิ้มมองคนเป็นพี่วิ่งตุ่บๆเข้าคอนโดไปอย่างสบายอารมณ์

            เอาเถอะ แค่นี้ก็คงพอแล้วมั้ง 
 

 

 

 



            อาหารเช้าเกือบจะกลางวันมือนั้นจบลงด้วยของหวานที่ซองมินเลือกซื้อผลไม้กระป๋องมาใส่ไอศกรีม นมและโยเกิร์ตปั่นรวมกัน ได้ไอศกรีมปั่นสูตรพิเศษที่มีผลไม้รสชาติแปลกลิ้นเติมหน้าแต่ก็อร่อยใช้ได้จนคนที่ยอมสละตัวเองเป็นลูกมือเอ่ยชมออกมาสองสามคำ

            หลังเก็บกวาด ทำความสะอาดแล้วก็คือเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง ตอนนี้ซองมินกำลังนอนกลิ้งอยู่บนพรมเนื้อหนานุ่ม คร่ำเคร่งกับการหนังสือนวนิยายสืบสวนสอบสวนจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์ อ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายความระทึกลง ศีรษะเล็กวางซบลงกับหมอนตะแคงซ้ายขวาอ่าน พลางจิ๊ปากครั้งแล้วครั้งเล่าให้คนที่นอนทอดตัวยาวอยู่ตรงโซฟาต้องละความสนใจจากนิตยสารในมือแอบชำเลืองมองอยู่บ่อยๆ

            อะไรกันนะ ตกลงใครมันเป็นคนทำกันแน่

            เสียงใสพึมพำ พลิกตัวนอนคว่ำแล้วก็กดริมฝีปากกับหมอนใบใหญ่ โผล่มาแต่ลูกตาใสปิ๊งที่จ้องหน้ากระดาษแทบไม่กะพริบ คยูฮยอนหมดสิ้นความอดทน ร่างสูงเลื่อนตัวจากโซฟาลงมานอนทับเบาะเนื้อนิ่มที่สุดในโลกแล้วก็กดริมฝีปากกับขมับหอมเป็นการปิดเสียงโวยวายของเจ้าเบาะตัวกลม

            หนังสือเค้าเอาไว้อ่านให้เพลิดเพลิน ไม่ใช่ให้เครียด

            ก็มันชวนคิดนี่นา คนนี้ให้ปากคำอีกอย่าง อีกคนให้อีกอย่าง ตกลงใครพูดจริงใครโกหกกันแน่ แถมอ่านมาค่อนเรื่องฉันยังเดาไม่ออกเลยว่าใครเป็นคนร้าย ทุกคนดูมีเหตุจูงใจในการฆ่าหมดแต่ก็มีหลักฐานกับพยานยืนยันความบริสุทธิ์ทั้งหมดเหมือนกัน คนเขียนเขียนได้ยังไงกันนะ เดาทางไม่ออกเลย

            หาดูดีๆสิ คนโกหกน่ะมันมักจะมีพิรุธในคำพูดหรือการทำอยู่<