Sweet revenge 15
posted on 31 Aug 2007 16:40 by kiraz in Sweet-Revengeการรับรู้ข้อมูลใหม่จากไบรอันสร้างความสับสนในใจซองมินได้อย่างล้นเหลือ
จากที่เคยปักใจเชื่อมาตลอดว่าคยูฮยอนคือต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่กลับกลายเป็นว่าต้องมารื้อความคิดเสียใหม่ตั้งแต่ต้น ถ้าคยูฮยอนไม่ได้ทำ ก็ต้องเป็นคนอื่นทำแถมยังเป็นคนใกล้ตัวพวกเขาด้วย และถ้าสิ่งที่ไบรอันพูดเป็นความจริงแสดงว่าซองมินก็ต้องไปนั่งลดดีกรีความเลวของเจ้าน้องสิบสามลงด้วยเช่นกัน แต่มันจะเป็นไปได้หรือ ซองมินไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะมองผิด คยูฮยอนเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยจุดประสงค์ที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน แม้จะเป็นเด็กดีต่อหน้าคนอื่นแต่การแสดงออกของหมอนั่นที่มีต่อเขาก็เป็นไปในทางลบยิ่งกว่าลบ ซองมินไม่อยากจะปักใจเชื่อเลยว่าคยูฮยอนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่ถ้าไบรอันพูดจริงก็แสดงว่าซองมินกล่าวโทษน้องด้วยอคติส่วนตัว
เพราะครั้งแรกที่เจอกัน ทำให้มองอีกฝ่ายไปในทางลบ ตั้งแง่เกลียดชังทั้งที่ตัวเองเป็นรุ่นพี่และเพราะเป็นแบบนั้นก็ทำให้คยูฮยอนตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน แบบนั้นหรือเปล่า
ลีซองมิน จะเหม่ออีกนานไหม
อะ...อะไรเล่า อยากพูดอะไรก็พูดมาสิ
ฉันพูดไปสามรอบแล้ว นายก็ยังเอาแต่นั่งเหม่อจ้องหน้ากันแบบนี้ ยังมีสติดีหรือเปล่า คนเป็นพี่ทำปากยื่น ดูเอาเถอะ ปากคอเราะร้ายแบบนี้ มันน่ามองไปทางที่ดีไหมล่ะ ตัวเองเป็นน้องแท้ๆ แทนที่จะยอมอ่อนให้เขาซึ่งมีศักดิ์เป็นรุ่นพี่กลับว่าเอาๆ ไม่มีการเคารพเกรงใจ ไอ้เด็กนิสัยเสีย
มีอะไรก็พูดมา
เค้กในกล่องนั่นน่ะ ทิ้งไว้แบบนั้นมันไม่เสียหรือ
ตายแล้ว ฉันลืม โอ๊ย! มันจะละลายเสียรูปไปหรือยังเนี่ย
งี่เง่าชะมัด! คนตัวสูงพูดใส่หน้า ยกเอกสารทั้งหมดวางบนตักเล็ก ส่วนตัวเองก็เดินไปคว้าถุงใส่กล่องเค้กแล้วก็หายออกไปจากห้องประชุมเล็ก ซองมินได้แต่นั่งเซ็ง คยูฮยอนคงเอาไปแช่ในตู้เย็นของออฟฟิสแต่ไม่รู้ว่าครีมสดทั้งหลายเค้าจะสลายรูปไปถึงไหนแล้ว เขากลับมาถึงตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว เพราะมัวแต่ยุ่งกับการวัดตัวและคิดเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้มาทำให้ลืมของสำคัญไปเสียสนิท สมควรแล้วที่โดนว่า
คยูฮยอนหายไปอึดใจใหญ่ก็กลับมาพร้อมนิตยสารในมือ เด็กหนุ่มส่งมันให้ซองมิน บอกเสียงเรียบ แบบทรงผมทรงใหม่ พี่เค้าให้เอามาลองเลือกดูก่อน อยากให้เป็นแบบไหนก็ลองไปคุยกับเค้าอีกที
การทำงานชุดใหม่ก็หมายถึงคาแรคเตอร์ที่ต้องเปลี่ยนไปเพื่อป้องกันความซ้ำซากจำเจด้วย ความจริงซองมินมีทรงผมที่คิดไว้ในใจหลายทรง ฝันไว้ว่าอยากทำแบบนั้นแบบนี้ แต่มันคงไม่ดีนักถ้าทรงผมกับแนวเพลงและการแต่งตัวมันไปคนละทางกัน ซิงเกิ้ลพิเศษนี้เน้นเพลงช้าเป็นหลัก เนื้อหาก็เกี่ยวกับความรัก ความอ่อนหวาน ความสวยงาม ถ้าขอทำผมสีชมพูแปร๋นมันก็คงจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ดีไม่ดีอาจโดนคู่ดูโอของตัวเองฆ่าหมกห้องน้ำโทษฐานทำให้หัวดำๆนั่นต้องเปลี่ยนสีก็เป็นได้
แล้วนายไม่เลือกหรือ หรือว่าเลือกเรียบร้อยแล้ว
ไม่
ไม่อะไร ไม่เลือก หรือว่ายังเลือกไม่ได้
ฉันไม่เลือก กะว่าจะเล็มให้มันสั้นขึ้นแล้วก็เซ็ตให้มันเป็นทรงก็พอ ซองมินทำหน้าไม่เห็นด้วย อะไรกัน จะเป็นยูนิตเดียวกันกับลีซองมินทั้งทีคิดจะทำแค่นั้นน่ะนะ มันจะตามสบายเกินไปไหมไอ้น้องสิบสาม คุณกระต่ายน้อยเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าคยูฮยอน เอียงคอมองซ้ายขวา พลางทำหน้าครุ่นคิด
รูปหน้าก็เรียวใช้ได้ แบบนี้ก็คงหาทรงง่าย
อยากทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน
เหอะ ถ้าเราไม่ต้องทำงานด้วยกัน ฉันก็ไม่อยากยุ่งหรอก นี่นายลองสไลด์เอาไอ้รังนกตรงกลางหัวออกหน่อยสิ ปล่อยยาวแบบนี้มันไม่ดูหนาเกินไปหรือ แล้วไอ้ผมข้างหน้าเนี่ยก็ปัดข้างให้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทำแบบนั้นหน้านายจะอ่อนลงเยอะเลยนะ ปากแนะนำ มือก็ฉวยโอกาสแกล้งดึงไปทั่วทั้งหัวให้คยูฮยอนเอียงหลบวุ่นวาย เด็กหนุ่มรุ่นน้องจิ๊ปากเมื่อได้ยินเสียงใสหัวเราะร่วน
เห็นว่ายอมให้หน่อยเอาใหญ่เชียวนะ
ยุ่งน่า เอาเวลาไปคิดเรื่องของตัวเองเถอะ
โอ๊ย ระดับฉัน มีรอไว้เป็นสิบทรงเลยล่ะ สนใจจะแบ่งไอเดียไปสักสองสามทรงไหมล่ะ กับน้องชายคนเล็กแบบนายน่ะฉันไม่หวงหรอก ดวงตาคมตวัดมองคนพูดเหมือนไม่ชอบใจ คยูฮยอนเหยียดริมฝีปากออก จับคางเล็กเชิดขึ้นบังคับหันซ้ายหันขวาจนพอใจแล้วจึงทิ้งแขนลงข้างตัว
ถ้าแน่ใจแล้วว่าทรงที่เตรียมไว้นั้นมันจะปิดแก้มกลมๆของนายได้ชัวร์ ก็เอาเวลาที่เหลือไปซ้อมร้องเพลงไม่ให้เสียงหลงเถอะ ถ้าไม่ใช่รุ่นพี่ฉันไม่เตือนหรอกนะลีซองมิน หนอย มันย้อน คิดหรือว่าลีซองมินจะยอมแพ้ งานนี้ถ้าไม่ได้ทำให้คยูฮยอนหน้าหงายก็อย่ามาขอกินฟักทองต้มหวานอีกเลย!
นายนี่มันนิสัยแย่ผิดกับพี่ไบรอันเลยนะ
หมายความว่าไง
ก็พี่เค้าออกจะนิสัยดี พูดจารู้เรื่อง ท่าทางเป็นผู้เป็นคนกว่านายเยอะ ไม่รู้คบกันมาได้ยังไง คยูฮยอนเดินไปเกือบจะถึงประตูแล้ว แต่พอได้ยินชื่อคุ้นหูชายหนุ่มก็กลับมาประจัญหน้ากับซองมินอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มเรียบตึง ไร้ความรู้สึก ดวงตาคมวาวแสงน่ากลัว บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ทำไมไม่ฟัง
ฉันไม่ได้แส่ แต่เจอกันเพราะความบังเอิญต่างหากล่ะ...... พูดไม่ทันจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกเสียงห้าวตะคอกใส่อย่างโกรธจัด แล้วไงล่ะ! ล้วงความลับอะไรมาได้บ้าง เรื่องอดีตของฉัน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องความเลวของฉันที่มันฝังอยู่ในหัวนายตลอดเวลา!
โจคยูฮยอน ฉันแค่ไปนั่งกินเค้กเป็นเพื่อนพี่ไบรอัน แล้วก็ไม่ได้ขุดคุ้ยเรื่องบ้าบออย่างที่นายว่าด้วย ไอ้คนบ้า เพราะแบบนี้แหละ ฉันถึงได้บอกว่านายมันเทียบไม่เลยกับพี่เค้า คนเค้าอุตส่าห์จะ.... ฉันอุตส่าห์จะมองนายใหม่แล้ว นายยังมาทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้อีก ฉันเกลียดนายจริงๆแล้ว!
จะอะไร.....จะหาหลักฐานมาเอาผิดฉันหรือยังไง
เออสิ ถ้ามันมีหลักฐาน ฉันจะไม่รอช้าที่จะเอามันออกมาประจานนายแน่
แต่ฉันจำได้ว่านายมีนี่นา นายจำได้ไม่ใช่หรือ รูปแอบถ่ายเซ็ตแรกรูปคืนแรกที่เราเจอกันนั่นไง ฉันเอาให้นายกับมือทำไมไม่เอาออกมาประจานล่ะ คนเค้าจะได้รู้กันทั้งประเทศว่ารยออุคไม่ใช่สมาชิกซุปเปอร์จูเนียร์คนแรกและคนเดียวที่หนีเที่ยวผับตอนกลางคืน
ไอ้...ทำไมนายถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้นะ! คยูฮยอนสูดลมหายใจลึก เอ่ยเสียงต่ำ
นายเองก็ร้ายกาจพอกับฉันนะลีซองมิน ทำไมนายไม่คิดว่าตัวเองอคติกับฉันบ้าง นายตัดสินฉันจากเหตุการณ์ จากสถานที่ที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วนายก็เชื่ออยู่นั่นว่าฉันเป็นคนเลว แม้ว่าฉันจะได้รูปถ่ายเซ็ตนั้นมาด้วยความบังเอิญหรือแม้ว่าฉันจะไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปรยออุค นายก็จะไม่มีวันเชื่อเพราะใจของนายมันคิดอยู่ตลอดว่าฉันเป็นคนชั่วช้า
แต่นายเอารูปนั่นมาแบล็กเมล์ฉันตั้งแต่แรกนะ
ถ้าฉันไม่ทำ นายก็คงปากโป้งให้ฉันหมดอนาคตไปแล้วเหมือนกัน เฉลยออกมาแล้วคยูฮยอนก็เดินไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ร่างสูงยืนเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นก็เริ่มเก็บกระดาษทุกแผ่นใส่แฟ้มพลาสติก เคลียร์ของทุกอย่างบนโต๊ะเหมือนทุกครั้งที่จะเลิกใช้ห้องประชุมเล็ก ซองมินมองปลายนิ้วเรียวบรรจงเรียงโน้ตเพลงเก็บในแฟ้มอย่างเบามือแล้วก็เอ่ยเสียงแผ่ว
ใช่ ฉันอาจจะใจร้ายที่อคติกับนาย แต่ฉันก็มีสิทธิ์จะคิดไม่ใช่หรือ
ร่างขาวจัดทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้สุด เพราะจุดประสงค์ของนายมันคลุมเครือ นายดูไม่แคร์พวกเราเลยสักนิด นายต้องการอะไรกันแน่คยูฮยอน นายอยากเป็นนักร้องจริงหรือเปล่า เข้าวงการมาเพราะอะไร ทำไมนายถึงไม่กลัวว่าใครจะเดือดร้อนเพราะนายบ้างเลย ฉันรักวงของฉัน นายรู้ไหมว่ากว่าพวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย พี่อีทึกพี่ฮีชอลต้องรออย่างอดทนมาถึงหกปี พี่คังอิน ฮยอกแจ ชินดง และพวกเราอีกหลายคนต้องทนกับเสียงปรามาสของคนรอบตัวระหว่างการรออย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย การปรากฏตัวของนายมันมาพร้อมเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่อความเป็นอยู่ของพวกเรา แล้วแบบนี้นายจะไม่ให้ฉันระแวงสิ่งที่นายแสดงออกอย่างนั้นหรือคยูฮยอน
คยูฮยอนไม่มีคำตอบให้ ชายหนุ่มจัดเก้าอี้ตัวสุดท้ายเสร็จก็เดินออกไปจากห้องแล้วซองมินก็ไม่เจอเจ้าน้องสิบสามอีกเลยตลอดช่วงบ่ายของวัน
เพราะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าไปทำให้เจ้าของมอเตอร์ไซค์คันเล็กโกรธจนน้ำตาคลอแบบนั้นเย็นนี้เขาคงต้องกลับบ้านเอง พอออกจากลิฟท์มาเจอร่างปุ๊กลุ๊กยืนทำแก้มป่องกอดกล่องเค้กอยู่ตรงล็อบบี้ของตึกคยูฮยอนจึงแปลกใจจนแทบก้าวขาไม่ออก อย่าบอกนะว่าลีซองมินยังมีใจรอเขาทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก่อสงครามประสาทจนไม่สามารถมองหน้ากันได้ทั้งวันน่ะ
ทำไมยังไม่กลับ ดวงตากลมชำเลืองมองเหมือนไม่เต็มใจ แต่ก็ยอมตอบ
รอ คยูฮยอนเลิกคิ้ว ปั้นหน้าซื่อถามเหมือนไม่รู้เรื่องของจริง
รอใคร ซองมินพ่นลมขึ้นจมูก ตอบเสียงสะบัด
มากับใครก็รอคนนั้นนั่นแหละ
รอทำไม
ไม่รู้ แต่พี่ฮีชอลโทรมาบอกว่าให้กลับไปด้วยกัน แบบนี้นี่เอง คยูฮยอนพยักหน้าน้อยๆ เข้าใจตรงกันแล้วก็เดินไปยังลานจอดรถของบริษัท เจ้าชมพูคันเล็กยังจอดอยู่ที่เดิม ซองมินหยิบกุญแจออกมาแล้วก็หันมาถามเจ้าน้องเล็กที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ใกล้ๆ
นายจะขับไหม
ไม่กลัวถูกตำรวจจับหรือ
เด็กเลี้ยงแกะ ฉันรู้แล้วว่านายมีใบขับขี่สากล ชอบใจนักใช่ไหมที่เห็นฉันแตกตื่นน่ะ คยูฮยอนหัวเราะแบบไม่มีเสียง แย่งกล่องเค้กไปถือเสียเองเป็นคำตอบว่าในขากลับนี้เขาจะเป็นคนซ้อนบ้าง ซองมินอยากจะพูดเรื่องที่ได้ยินมาจากไบรอันต่อแต่หลังจากที่เจอพายุลูกเบ้งเมื่อตอนบ่ายแล้วกระต่ายน้อยก็พับความคิดนั้นเก็บใส่กระเป๋าแบบไม่ต้องคิด เดี๋ยวจะหาว่าเราไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวอีก แต่ถ้าจะคิดในทางที่ดีการที่คยูฮยอนโกรธจัดมันอาจจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยยืนยันว่าเจ้าเด็กคนนี้ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการปรากฏตัวของพี่ไบรอันในวันนี้ก็ได้
ซองมินได้แต่สงสัย ทำไมเขาต้องโล่งใจกับเรื่องนี้ด้วย
คิดอะไรอยู่น่ะ นายขับรถอยู่นะ เสียงทุ้มเตือนอยู่ข้างหู ซองมินเกร็งจนรถเซเมื่อคนข้างหลังเลื่อนแขนเข้ามาโอบเอว ทำไม จั๊กจี้หรือไง
เปล่า นั่งดีๆสิ
เอวกลมจริงๆ นะนายเนี่ย
ปากเสีย ถ้าไม่เลิกพูดเรื่องสรีระคนอื่น นายได้นั่งรถเมล์กลับบ้านแน่ แทนที่จะฟัง คยูฮยอนกลับยิ่งสนุกที่จะได้ยั่วโมโหเจ้าของร่างอ้วนกลม คนตัวสูงแกล้งถอนใจยาว พาดพิงไปถึงต้นเหตุที่ทำให้ซองมินหนักใจมาครึ่งวัน ฉันบอกแล้วว่าอย่าทานของหวานให้มาก วันนี้พี่คอสตูมเค้าก็บอกไม่ใช่หรือว่าต้องลดให้ได้ห้ากิโลก่อนโชว์เปิดตัวซิงเกิ้ลน่ะ
ฉันรู้แล้ว! เลิกย้ำซะทีเถอะน่า ธุระของนายก็ไม่ใช่
งั้นก็ขอตอบด้วยประโยคเดิมที่นายเคยพูด ถ้าเราไม่ต้องทำงานด้วยกัน ฉันก็ไม่อยากยุ่งหรอก โดนเด็กย้อนอีกครั้ง ซองมินสะบัดหัวไปมา แค้นสุดแสนจะแค้นแต่ไม่อาจปล่อยมือจากแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์มาฟาดฟันกับเจ้าเด็กปากร้ายได้ ได้แต่กัดปากข่มใจแล้วก็บิดคันเร่งให้ถึงบ้านอย่างเร็วที่สุด
กลับมาแล้วครับ เสียงใสร้องออกมาจนก้องทางเดิน เห็นฮีชอลนั่งอยู่ตรงโซฟากับซีวอนก็ยิ้มร่า ดีใจที่กลับมาแล้วไม่ต้องอยู่บ้านกับคยูฮยอนสองต่อสอง กระต่ายน้อยทักทายทั้งสองคนแล้วก็ประคองกล่องเค้กเข้าไปเก็บไว้ในครัว ออกมาอีกครั้งซีวอนก็ออกไปข้างนอกแล้วเหลือเพียงฮีชอลกับคยูฮยอนนั่งคุยกันอยู่ ซองมิน มานี่ก่อนสิ จะรีบไปไหน
เสียงพี่คนรองของบ้านท้วงไว้ก่อนที่ซองมินจะทันแวบขึ้นไปชั้นบน กระต่ายน้อยจำใจลากขามานั่งทางด้านขวาของฮีชอลเพราะอีกด้านนั้นถูกเจ้าน้องคนเล็กมันจองไปก่อนแล้ว
ได้ข่าวว่าต้องควบคุมน้ำหนักหรือ
ครับ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ ผมเคยผอมได้เยอะกว่านี้พี่ก็รู้
พี่รู้ แต่คราวนี้มันมีเวลาน้อย พี่กลัวว่านายจะหักโหมลดจนไม่สบาย ยังไงก็ปรึกษาคยูฮยอนก็แล้วกันนะ เจ้าเด็กนี่ก็เคยเจอแบบนายก่อนจะเข้ามาอยู่ในวง ซองมินพอได้ยินมาบ้างเหมือนกัน แต่การปรึกษาเจ้าคนที่คอยจิกกัดเขามาตลอดทางคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักหรอก คนตัวเล็กเลยได้แต่ครางรับในคอ ฮีชอลหยิบแฟ้มบางขึ้นมาเปิดแล้วก็ดึงกระดาษเอสี่มายื่นให้เจ้าตัวกลม
ตารางการออกกำลังกาย พี่ซึงฮวานเพิ่งแฟกซ์ส่งมาให้ เอาไปติดไว้บนหัวนอนซะไอ้หนู ซองมินทำหน้าเมื่อย แค่ตารางซ้อมเต้นแต่ละวันก็แทบตายอยู่แล้ว นี่ยังต้องออกกำลังแยกต่างหากอีกด้วยหรือ พอซองมินเอาแต่นอนครางหงิงๆ ฮีชอลก็ส่งกระดาษไปให้คยูฮยอน นายเป็นบัดดี้ซองมินในงานครั้งนี้ รับผิดชอบร่วมกันก็แล้วกันนะ เอ้า แถมตารางการกินอีกแผ่น อย่าให้เจ้ากระต่ายอ้วนมันแหกกฏได้ล่ะ
หา!!! ต้องควบคุมอาหารอีกแล้วหรือพี่ฮีชอล
ใช่ เพราะนายตามใจปากเกินไปมันถึงได้กลมแบบนี้ไงล่ะ ไอ้พวกของหวานทั้งหลายแหล่นั่นต้องลดนะถ้าไม่ทานเลยจะดีมากแต่ถ้าอดใจไม่ได้พี่อนุโลมให้ในบางโอกาสแต่นายต้องเหนื่อยกับการเผาผลาญพลังงานมากกว่าเดิม คยูฮยอนก็สูงเพรียวขนาดนี้อยากไปเป็นเลขศูนย์อยู่ข้างเขาหรือไง
ก็เปลี่ยนเอาคนที่หุ่นใกล้เคียงกับผมมาแทนสิ ชินดงหรือพี่คังอินก็ได้ ฮีชอลค้อนตากลับ พูดอะไรคิดถึงคอนเซปท์กับยอดขายของงานบ้างไหมนั่นน่ะ เอาไอ้สองคนนั่นมาร้องเพลงรักโรแมนติกเนี่ยนะ แม้แต่คนใกล้ตัวอย่างเขายังนึกภาพไม่ออกเลย ให้มันมาร้องลูกทุ่งหรือแสดงตลกคู่กันยังพอลุ้น อย่าบ่น คยูฮยอนเองก็ต้องทำเหมือนนายยังไม่บ่นเลยเห็นไหม
คยูฮยอนรับมากวาดตาอ่าน ถามเสียงนุ่ม
ของผมไม่มีตารางควบคุมอาหารหรือครับ ฮีชอลส่ายหน้า
ของนายทานได้ตามสบาย ผอมบักโกรกขนาดนี้แล้วยังจะควบคุมอะไรอีก ตารางของนายมีแค่เพิ่มกล้ามเนื้อเท่านั้น ยังไงก็ช่วยแย่งซองมินกินหน่อยก็แล้วกัน ไอ้เด็กอ้วนนี่จะได้หุ่นเพรียวลมกับเขาซะที ซองมินเหลือบตามองแววสนุกในดวงตาคมแล้วก็ลากเสียงคราง ก่อนจะร้องออกมาเต็มเสียงเมื่อถูกฮีชอลล้มทับลงไปเต็มตัว ทั้งสองพี่น้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงส่งเสียงโหวกเหวกจนคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาแปลกใจ
เสียงใครเชือดหมูเนี่ย ดังไปถึงหน้าบ้านแน่ะ
อ๊า!!!! พี่อีทึกช่วยด้วย ผมจะตายอยู่แล้ว พี่ฮีชอลอย่านะ!! เสียงแหลมเล็กพร้อมแขนขาที่ดิ้นปัดๆอยู่บนโซฟาทำให้อีทึกส่ายหน้ายิ้มๆ ถ้าคนที่กดซองมินอยู่ไม่ใช่คิมฮีชอลอีทึกก็คงยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่หรอก แต่นี่....แค่คิดก็คงเป็นความผิดแล้ว อย่าเข้ามานะจองซู ฉันกำลังช่วยซองมินเผาผลาญพลังงานด้วยการหัวเราะ นี่มันเป็นประโยชน์กับนายนะซองมิน
ไม่อ๊าวววววว ผมจะวิ่ง จะไปฟิตเนส แต่ไม่เอาแบบนี้ อ๊า!!.....
อีทึกหัวเราะแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นคยูฮยอนกำลังมองเหตุการณ์ตรงหน้าตาพราวระยับ ไม่ยิ้มหวานดังทุกที ไม่หัวเราะเป็นเสียงหากเพียงแค่คลายริมฝีปากยิ้มร้ายคล้ายกำลังชอบใจนักหนา เท่านั้นไม่พอยังเอื้อมมือไปช่วยฮีชอลตรึงข้อเท้าเล็กไว้อีกแรง เอ๋ น้องเล็กผู้เรียบร้อยอย่างคยูฮยอนกล้าทำเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ?
อย่านะ อ๊ากกก คยูฮยอน ไอ้เด็กบ้า ปล่อยขาฉันนะ ฮือ
สุดท้ายเมื่อต้านแรงรุมแกล้งของพี่กับน้องไม่ไหว เจ้าทุกข์เลยร้องไห้โฮออกมาเสียตรงนั้น ฮีชอลเองก็เหนื่อยจนพอใจแล้วจึงยอมปล่อยมือ ลุกขึ้นเท้าเอวมองร่างกลมที่นอนเอาหน้าซุกหมอนด้วยรอยยิ้มกว้าง เฮ่ย คยูฮยอน นายน่ะปลอบเจ้าอ้วนหน่อยซิ
ทำไมต้องเป็นผมล่ะ ตอนแกล้งก็ยังทำด้วยกัน แล้วทำไมตอนปลอบต้องเป็นเขาคนเดียววะ
ก็ซองมินร้องไห้เพราะนาย ดูสิ ฉันทำให้เขาหัวเราะมาได้ตั้งนาน แค่นายแตะเนื้อต้องตัวเค้าซองมินก็โฮออกมา สงสัยจะผิดผีนะเนี่ย แบบนี้ต้องชดใช้ด้วยการปลอบหวานๆใช่ไหมจองซู ลีดเดอร์พยักหน้ารับยิ้มๆ ขืนตอบไม่ใช่ เรื่องคงไม่จบแค่นี้แน่ เอ้า มองอะไรล่ะทำสิ
ปลอบเค้าหน่อยน่าคยูฮยอน ซองมินน่าสงสารออก
ช่างเป็นทฤษฎีที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา คยูฮยอนจำใจต้องเล่นบทน้องเล็กผู้เชื่อฟังพี่ใหญ่และพี่รองอีกครั้ง เด็กหนุ่มขยับเข้าไปนั่งบนพื้น มองแก้มกลมอิ่มที่แดงเรื่อเพราะความปั่นป่วนของอารมณ์เมื่อครู่แล้วก็สะดุดใจ ปลายนิ้วเรียวแตะมุมปากตัวเองเผลอๆ รอยยิ้มยังค้างอยู่บนริมฝีปาก ร่องรอยของความพอใจยังเต้นรัวอยู่ในอก นี่....นี่เขากำลังสนุกอย่างนั้นหรือ เขามองการล้อเล่นอันแสนปัญญาอ่อนนี่ว่ามันสนุกตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ตอนไหนที่เขาเอาใจของตัวเองเข้ามารู้สึกร่วมไปกับคนพวกนี้
เด็กหนุ่มนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนซองมินต้องแอบเปิดหมอนขึ้นดู ดวงตาคู่สวยฉ่ำชื้นเพราะหยาดน้ำตาแต่ไม่ได้เป็นเพราะความเสียใจ เป็นเพราะหัวเราะจนหยุดไม่ได้ต่างหากล่ะ กระต่ายน้อยมองใบหน้าหล่อจัดอย่างไม่เข้าใจ มานั่งจ้องหน้าเขาแล้วก็ทำหน้าเครียด....อยากจะบอกอะไรกันแน่โจคยูฮยอน พี่ฮีชอลสั่งนายมาง้อฉันนะ ไม่ใช่ให้มานั่งมองหน้ากัน
คยูฮยอน หลับไปหรือยังเนี่ย?
ฮีชอลสะกิดไหล่กว้างพอรู้สึก คยูฮยอนกระพริบตาปริบ พึมพำบอกว่ารู้สึกปวดหัวก่อนจะลุกออกไปจากห้องนั่งเล่นโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของฮีชอล วินาทีต่อมาซองมินก็ลุกพรวดตามคยูฮยอนขึ้นไปอีก เจ๊ใหญ่ของบ้านเกาหัวแรงๆ หันมาขอคำตอบจากหัวหน้าวง อีทึกก็เพียงแค่ยักไหล่ตอบมา
ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นกับสมาชิกคนอื่นในบ้านจองซูคงตอบได้อย่างมั่นใจว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งแสดงอาการแปลกประหลาดแบบนั้นออกมา แต่ด้วยอีกฝ่ายเป็นโจคยูฮยอนที่เขาคิดว่าค่อนข้าง แปลก ไปจากคนรอบข้าง หัวหน้าวงผู้รอบคอบจึงไม่อยากด่วนสรุปอะไรออกไปในตอนนี้ กับเด็กพิเศษอย่างคยูฮยอนจะใช้เหตุผลของคนทั่วไปตัดสินไม่ได้ อีทึกมั่นใจแบบนั้น
ซองมินกำลังสับสน
ขณะนี้เขายืนอยู่หน้าห้องนอนห้องหนึ่ง เจ้าของห้องหนึ่งในสองยังไม่กลับมาแต่คนที่เป็นปัญหาให้ซองมินครุ่นคิดตอนนี้คือเจ้าของห้องอีกคนที่เหลืออยู่ในห้องนี่แหละ ร่างขาวอวบขยับเข้าไปใกล้ประตูแนบหูฟังเสียงข้างในแต่ก็มีแต่ความเงียบ เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น ไปไหนของเค้านะ ตั้งแต่ขึ้นมาจากห้องนั่งเล่นก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยไม่ใช่หรือ จะยืนเดาอยู่ตรงนี้จนถึงเช้าก็ไม่ใช่เรื่อง ซองมินจึงตัดสินใจเคาะประตูบานนั้นในที่สุด
เงียบ
คยูฮยอน เคาะอีกครั้ง พร้อมส่งเสียงเรียกไปด้วย
อยู่หรือเปล่า ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ
เงียบ
ลงแบบนี้ก็คงต้องเปิดเข้าไปดูให้รู้แน่ ห้องนอนยังมืดหากแสงสลัวจากประตูตรงระเบียงทำให้ซองมินเห็นว่ามีร่างสูงของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อะไรน่ะ อยู่ก็ไม่ยอมขาน บ่นอุบอิบก่อนจะจรดฝีเท้าเข้าไปใกล้ แต่พอเห็นสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่ายเท่านั้น คำพูดที่เตรียมมาทั้งหมดก็เป็นอันติดจุกอยู่ตรงลำคอ หน้าจอสีสว่างของโทรศัพท์เครื่องเล็กยังคงฉายภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของบุคคลในภาพชัดเจน เพราะเมื่อใดที่มันดับลงปลายนิ้วเรียวก็จะกดปุ่มให้สว่างขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมทอดมองเพียงแค่รูปดิสเพลย์หน้าจอไม่สนใจความเป็นไปรอบตัว ซองมินยืนมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องทำแบบนั้นอยู่อึดใจก่อนจะถอยเท้าออกมาช้าๆ เงียบกริบผิดกับยามเข้ามาลิบลับ
คนตัวเล็กปิดประตูตามหลังให้เบาที่สุด คิดว่าคงต้องยกเอาเรื่องที่จะคุยกันไปเป็นวันพรุ่งนี้ก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเอง อีกด้านหนึ่งของประตูนั้น ร่างสูงของคยูฮยอนยังคงยืนอยู่ที่เดิม หากสายตาคมไม่ได้จับนิ่งอยู่ตำแหน่งเดิม โทรศัพท์เครื่องเล็กถูกพับเก็บ ดวงตาสีจัดชำเลืองมองบานประตูที่เพิ่งถูกปิดลง
ไม่มีความรู้สึกปรากฏบนใบหน้านั้น
( GOOD MORNING! GOOD MORNING! GOOD MORNING! )
เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังก้องห้องนอนสีหวานในเช้าวันต่อมา ซองมินปรือตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็คว้าตุ๊กตาตัวนุ่มมาปิดหูนอนต่อ ยังเช้ามืดอยู่เลยทงเฮจะตั้งนาฬิกาปลุกไว้ทำไมเนี่ย เสียงสัญญาณมือถือดับไปได้แป๊บเดียวก็ดังขึ้นอีกคราวนี้เจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กถูกจับซุกเข้ามาจนติดใบหน้าใส ซองมินครางอย่างขัดใจ ขณะที่รูมเมทสุดห้าวทิ้งตัวลงมาทับเขาจนขยับตัวไม่ได้
ตื่น ซองมิน นายต้องลุกไปวิ่งนะ
ทงเฮก็อย่ามาทับซี่ มันหนักนะ ร้องเสียงง่วงงุน ตอนนี้พอจะคิดออกแล้วว่าเขาเองแหละที่เป็นคนตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เพราะตามตารางการควบคุมน้ำหนักซองมินจะต้องลุกไปวิ่งรอบหมู่บ้านตั้งแต่เช้าทุกวันไม่ว่าวันนั้นจะมีงานหรือไม่มีก็ตาม ร่างกลมปล่อยให้ทงเฮกอดฟัดอยู่ไม่ถึงนาทีก็จำใจคลานลุกจากเตียง เตรียมตัวสำหรับภารกิจแรกของวันอย่างเลี่ยงไม่ได้
.
.
.
ร่างสูงเพรียวที่กำลังวอร์มอัพอยู่หน้ารั้วบ้านทำให้ตาคู่เล็กเบิกกว้าง ซองมินกระชับผ้าขนหนูในมือเดินอ้อมจากจุดที่คยูฮยอนยืนอยู่เป็นรัศมีวงกว้างจนอีกฝ่ายเท้าเอวฉับ เป็นอะไร
นายก็ต้องวิ่งเหมือนกันหรือ
ใช่
ทำไม คนเป็นน้องก้มลงแตะสลับจนครบแล้วก็เงยหน้าตอบเสียงเรียบ
คนอยากออกกำลังต้องมีเหตุผลด้วยหรือไง แล้วก็เริ่มวิ่งเหยาะๆ ผ่านหน้าซองมินออกไปก่อน คนที่มีเหตุผลในการออกกำลังกายเลยได้แต่วิ่งตามทั้งที่ยังมึนและงงไม่หาย สองรอบผ่านไปยังไม่มีใครพูดอะไร พอเริ่มรอบที่สามซองมินก็เริ่มครวญเพลงหงุงหงิงไปตามใจชอบ รอบที่สี่คยูฮยอนเริ่มฮึมเพลงบางท่อน รอบที่ห้าทั้งสองร้องเพลงแข่งกันแบบไม่มีใครยอมใคร จนท้ายที่สุดกระต่ายน้อยก็หยุดวิ่งเอาดื้อๆ บอกเสียงหอบ
พอเถอะ สงสารเส้นเสียง ร้องจนน้ำลายเหนียวหมดแล้ว
ร้องแค่นี้ก็หอบ นายนี่มันอ่อนจริงๆ
ใครอ่อน นายลืมไปแล้วหรือไงว่าปกติแล้วฉันต้องเต้นไปด้วยร้องไปด้วย เพลงของวงเรามีเพลงช้าที่ไม่มีท่าประกอบให้ร้องกี่เพลงกัน คยูฮยอนใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อจากปลายคาง ใบหน้าหล่อจัดซับสี่ระเรื่อยิ่งน่ามอง และซองมินคงเผลอมองเพลินหากไม่ได้ยินประโยคบาดใจ ก็ขยับปากตามเพลงกันแค่นั้นไม่ใช่หรือไง ที่สำคัญก็ร้องกันคนละท่อนสองท่อน จะเหนื่อยอะไรนักหนา
เออ ไอ้คนพลังปอดสูงส่ง นายมันเหนื่อยไม่เป็นนี่ หน้าแดง ปากแดง ตัวเปียกยังกับอาบน้ำ สองสามคำหลังซองมินอุบอิบอยู่แค่กลีบปากตัวเอง ดวงตาคู่สวยปรายค้อนให้คนตัวสูงอย่างหมั่นไส้ ร่างเล็กนั่งลงตรงเก้าอี้ยาวข้างทาง ตอนนี้ยังเช้าอยู่มากคนที่ตื่นแล้วส่วนใหญ่จะเป็นพวกแม่บ้านที่ต้องตื่นมาเตรียมอาหารเช้า มีคนมาวิ่งออกกำลังอยู่บ้างประปราย เสียงรถราเครื่องยนต์ยังไม่ดังหนวกหูเหมือนช่วงกลางวัน สรรพสิ่งถูกอาบด้วยแสงสีส้มทองที่เริ่มโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าด้านหนึ่ง กลิ่นหอมของกาแฟลอยมาจากบ้านหลังใดหลังหนึ่งชวนให้คิดถึงบรรยากาศความอบอุ่นของครอบครัว
โลกในตอนนี้สงบสุขและสวยงามจนซองมินนึกอิจฉาตัวเอง
เริ่มวันใหม่อีกวันแล้วนะซองมิน ไฟท์ติ้ง
ปัญญาอ่อน วะ! แล้วทำไมนายต้องมาทำลายบรรยากาศดีๆของฉันด้วยเนี่ย ไม่ขัดคอสักเรื่องจะตายไหม คนอารมณ์หยาบแบบนายนี่ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะรักแม่เหมือนกัน
ทำไม ฉันรักแม่ของฉันมันแปลกตรงไหน หรือนายคิดว่าคนอย่างฉันมันทำได้แค่แอบถ่ายรูปคนอื่นทำความผิดแล้วก็เอามาแฉได้อย่างเดียว ซองมินตาลุกวาบ โต้เสียงขุ่น
ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นนะ
ไม่ได้พูดหรือ แล้วใครที่มันหาว่าฉันเป็นคนทำให้รยออุคโดนพักงานน่ะ
มือทั้งสองเท้าคร่อมไว้กับพนักสูงของเก้าอี้ เข่าข้างหนึ่งวางไว้ข้างต้นขาอวบ ซองมินผู้กำลังตกอยู่ในวงแขนของศัตรูเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคู่สวยสั่นระริก กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจากร่างสูงทำให้เหตุการณ์ความใกล้ชิดในวันเก่าๆผุดขึ้นมาในความทรงจำฉากแล้วฉากเล่า ดวงใจดวงน้อยสั่นไหว และก่อนที่อาการจะรุนแรงไปยิ่งกว่านี้....กระต่ายน้อยก้มตัวลอดใต้แขนคนตัวสูง วิ่งไปหยุดตรงอีกฟากของถนน เสียงใสตะโกนตอบมาอย่างไม่ยอมแพ้
ก็มันน่าคิดไหมล่ะ! นายอยากทำตัวน่าสงสัยมาตั้งแต่แรกทำไม
คิดน่ะมันคิดได้ แต่ก็ควรคิดด้วยใจเป็นกลางไม่ใช่ลำเอียงแบบกู่ไม่กลับแบบนี้ ที่สำคัญนะจะกล่าวโทษใครหลักฐานน่ะมีไหม
ไอ้...ไอ้คนบ้า! ถ้าไม่ได้ทำผิดแล้วมันจะเอาหลักฐานมาจากไหนล่ะ โจคยูฮยอน ไอ้คนนิสัยแย่ นายนี่มันกวนประสาทที่สุดในโลกเลย! ตะเบ็งเสียงตอบกลับมาพร้อมสะบัดนิ้วกลางใส่หน้าเขา คยูฮยอนทำเสียงหึ มองเจ้าของใบหน้าแดงก่ำที่กำลังวิ่งตุ่บตับเข้าบ้านไปพลางแตะปลายลิ้นไว้กับมุมปาก สมองอันชาญฉลาดคิดและคิดตามคำต่อว่าต่อขานของกระต่ายตัวกลมก่อนจะประมวลคำตอบได้ไม่ยาก
.....ถ้าไม่ได้ทำผิดแล้วมันจะเอาหลักฐานมาจากไหน.....
เรียวปากได้รูปกระตุกยิ้มสมใจ
ฉันจะตีความเอาว่านายทำงานสำเร็จนะ ไบรอัน.
To be continue. ^^

เย้ย เกิดอะไรขั้นกับไบรอันเนี่ย อุตส่าห์คิดว่าไบรอันเป็นคนดีซ๊าอีก
#1 By gyunyu3k (58.9.230.77) on 2007-08-31 17:17