[SF] The First Beat

posted on 21 Aug 2007 18:00 by kiraz in Beat-of-My-Heart

เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจจากคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนเบียดกันอยู่หน้าทางเข้าสตูดิโอทำให้ใครบางคนที่ต้องการจะเดินผ่านทางนั้นต้องถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาคมกริบมองบรรดาแฟนคลับของพระเอกชื่อก้องก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ของคนที่นัดไว้

ฉันเอง ตอนนี้ฉันมาถึงแล้ว อยู่หน้าสตูดิโอ........ว่าไงนะ!...... ปลายสายคงเอ่ยบางข้อความที่ไม่ถูกใจ คิ้วคมจึงขมวดมุ่น ท่าทางเหมือนไม่ค่อยชอบใจเท่าใดนัก นายจะบ้าหรือเปล่า ให้ฉันฝ่าดงผู้หญิงเข้าไปหานายเนี่ยนะ นายจะฆ่าฉันหรือไงคิบอม ไม่ นายให้ใครก็ได้ออกมาเอา ไม่งั้นฉันจะกลับ!

น้ำเสียงที่ห้วนกระชากขึ้นทุกคำที่เอ่ยออกไปบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงเป็นคนที่ใจร้อนอยู่ไม่น้อย ขายาวก้าวเลี่ยงหญิงสาวกลุ่มใหม่ที่วิ่งเร็วๆเฉียดร่างเขาไป ชายหนุ่มสบถในคอ และเสียงสบถนั้นมันคงดังมากพอที่จะทำให้คนที่เดินรั้งท้ายมากับกลุ่มนั้นหันมามองเขาเหมือนไม่แน่ใจ คยูฮยอนตวัดตามองเหมือนจะถาม ฝ่ายนั้นก็เพียงแค่เอียงคอมองจนชายหนุ่มต้องหันหลังให้ ฉันจะรออยู่ด้านหลังก็แล้วกันนะ นายให้ผู้จัดการคิมออกมาเอาก็แล้วกัน อย่าช้านะ ฉันมีธุระต่อ

กดสายทิ้งด้วยความหงุดหงิดใจ วันนี้เขาต้องไปคุยเรื่องหัวข้อรายงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา แต่เพื่อนเขาดันลืมเอกสารสำคัญไว้ที่คอนโดมัน ลำบากเขาที่มีกุญแจสำรองต้องเข้าไปเอามาให้ แล้วตอนนี้มันก็ใกล้เวลานัดเข้าไปทุกทีแล้วด้วย คิมคิบอมมันยังคิดจะให้เขาฝ่าฝูงแฟนคลับมันเข้าไปหาอีก ทำแบบนั้นมันเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ฝันไปเถอะว่าคยูฮยอนยอมเสี่ยง

ขอโทษนะ

คนตัวสูงหันกลับไปมอง เด็กคนเมื่อกี้ยังยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาสวยใสจ้องเป๋งมาที่เขา คยูฮยอนมองหมวกใบโตสีขาวสะอาด มองแว่นกรอบดำทรงเก๋ มองเสื้อแจ๊คเก็ตเนื้อบางต่ำลงไปถึงกางเกงห้าส่วนแล้วก็รองเท้าผ้าใบสีเดียวกับหมวกไหมพรม แล้วก็ได้ข้อสรุปในใจ เด็กมอปลาย!

มีอะไรหรือครับ

ไม่มีอะไรหรอก แต่เมื่อกี้เพื่อนฉันเกือบวิ่งชนนาย ขอโทษแทนพวกเค้าด้วยนะ

ไม่เป็นไร เท่านี้ใช่ไหม ชายหนุ่มย้อนถาม ตอนแรกเขายังคิดด้วยซ้ำว่าเด็กคนนี้จะหยุดรอเอาเรื่องที่เขาสบถหยาบคายใส่พวกหล่อนแต่ชายหนุ่มก็ไม่แคร์ยังคุยโทรศัพท์ต่อ ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะหยุดยืนรอเพียงเพื่อจะขอโทษ แต่คยูฮยอนไม่มีเวลามาสนใจหรอกว่าใครจะคิดอย่างไร ชายหนุ่มยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา คิ้วหนายิ่งขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าเขาเสียเวลาไปอีกห้านาทีแล้ว

ผมต้องไปแล้ว ขอตัว

เดี๋ยว เสียงหวานหยุดเขาไว้อีกครั้ง คยูฮยอนกระแทกลมหายใจให้เห็นชัดว่าเขาไม่พอใจ แต่ฝ่ายนั้นกลับยิ้มใส ยังมีอีกเรื่อง เกี่ยวกับนาย ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ผู้หญิง!....ก็เหมือนกันหมด เห็นผู้ชายหน้าตาดีเป็นไม่ได้ ต้องหาเหตุผลสารพัดจะเข้าใกล้ไม่เว้นแม้แต่ดารานักร้องหรือคนเดินดินธรรมดา เขาไม่น่าเสียเวลาคิดเลยว่าเด็กนี่จะมีมารยาทมาหยุดรอขอโทษ ความจริงก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากเขา เรียวปากสีสดเหยียดตึง ดักทางด้วยเสียงเรียบจัด

ผมไม่สนใจพวกบ้าดาราหรอกนะ

ฉันก็ไม่สนใจผู้ชายมารยาททรามเหมือนกัน

คราวนี้คนตัวเล็กคลายแขนที่กอดอกออก ชี้นิ้วข้างหนึ่งใส่หน้าคยูฮยอนแบบไม่เกรงใจ พวกเราอาจจะผิดที่เกือบชนนาย แต่ในฐานะอารยชน การสบถคำหยาบให้ผู้หญิงได้ยินเป็นการกระทำที่หยาบคายมาก ถ้าไม่เคยมีใครสอน ฉันจะบอกให้ว่ามันทำให้หน้าตาที่นายภาคภูมิใจหมดคุณค่าไปในทันที จำไว้นะ ต่อไปจะได้ไม่ถูกใครติงเรื่องมารยาทอีก

ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานหยด คยูฮยอนชาวาบไปทั้งใบหน้า ความอับอายและความโกรธแล่นพล่านไปตามกระแสโลหิต เด็กมอปลายที่เพิ่งด่าเขาไปนิ่มๆ ยิ้มตาใสเหมือนรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มกัดปากจนเป็นเส้นขาว ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ เสียงแหลมๆของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังมาจากทางเข้าสตูดิโอ

ซองมิน ทำอะไรอยู่ เร็วๆเข้า

ไปเดี๋ยวนี้แล้ว! เจ้าของชื่อซองมินร้องตอบเต็มเสียง ใบหน้าเล็กหันมาทางคยูฮยอนอีกครั้ง คราวนี้กลีบปากอิ่มงามแย้มเป็นรอยยิ้มสวย ใส และจริงใจ ไปละ อย่าเผลอไปหงุดหงิดใส่ใครอีกล่ะ

ร่างขาวจัดวิ่งแกมกระโดดเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสาวโดยไม่หันมามองทางคยูฮยอนอีกเลย ชายหนุ่มตัดความวุ่นวายใจทิ้ง เดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อนำเอกสารไปส่งให้ผู้จัดการคิมตามนัด ฝ่ายนั้นมารออยู่ก่อนแล้วพร้อมทั้งบอกว่าเย็นนี้หลังเลิกงานคิบอมจะโทรหาเขา ชายหนุ่มรับคำแล้วก็ร่ำลาพอเป็นพิธีก่อนจะตรงไปมหาวิทยาลัย

เย็นนั้นคิบอมโทรมานัดทานข้าวเย็นกันตามปกติของหนุ่มโสดที่มีเวลาว่างเมื่อใดก็ต้องหันหน้าเข้าหาเพื่อนสนิทเพราะไม่มีแฟนไว้คอยโทรหาหรือมาทานข้าวเป็นเพื่อน คยูฮยอนอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อได้รับคำชมเรื่องการเตรียมหัวข้อและรายละเอียดของรายงานปลายภาค เขาตอบรับอย่างเต็มใจแล้วก็ตกลงว่าจะไปคอยอยู่ร้านกาแฟใกล้กับจุดที่กองถ่ายละครของคิบอมไปปักหลักทำงานกันในวันนี้

ร่างสูงสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์สีซีดตัวเก่งมีแว่นกันแดดสวมบังดวงตาคมเป็นเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวบนใบหน้า หากรัศมีความดูดีก็ยังแผ่ออกมาให้สาวน้อยใหญ่ที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต้องคอยหันกลับมามองคนแล้วคนเล่า คยูฮยอนกำลังจะลุกออกไปจากร้านแล้วแต่ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เปิดประตูเข้ามาทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งต่อ หญิงสาวหน้าตาสะสวยเกือบทั้งกลุ่มเลือกโต๊ะที่อยู่ด้านหลังเขา คยูฮยอนยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งในนั้นเปิดประเด็นอย่างถึงพริกถึงขิง

ไม่ไหวแล้ว ฉันหมั่นไส้นางร้าย เทคแล้วเทคอีกกับฉากเดียวนั่นน่ะ

นั่นสิ แค่เดินหนีแล้วถูกคิบอมกระชากเข้ามาหาแค่นั้น มันจะหลุดขำอะไรนักหนา น่าโมโห เสียงที่สองเป็นหญิงสาวที่ดูจะแก่กว่าคนแรกหลายปี ท่าทางหล่อนเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัย คยูฮยอนมองผ่านกระจกฝ้าที่กั้นระหว่างโต๊ะเห็นใครบางคนที่กำลังสนใจเมนูเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงใส

อย่าไปว่าเค้าเลยน่า คนมันจะขำห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ คุณคิบอมเองก็ขำเหมือนกัน คุณคิบอม...คนแอบฟังนิ่วหน้า เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเคยได้ยิน แฟนคลับที่เรียกดาราที่ตัวเองชอบว่าคุณ ปกติถ้าดาราคนนั้นแก่กว่า เค้าต้องเรียกโอป้าหรือฮยองกันไม่ใช่หรือ ที่สำคัญถ้าคุณคิบอมเขารู้ว่าพวกเราคิดแบบนี้ มีหวัง....... เรียวปากสวยคลี่เป็นรอยยิ้มร้าย เล่นเอาสาวๆเหล่านั้นกรี๊ดกร๊าดกันทั้งโต๊ะ

ความจริงนะซองมินน่าจะไปเป็นดารา เผื่อพวกเราจะได้ติดสอยห้อยตามไปเข้าใกล้คิบอมบ้าง ซองมินหัวเราะเสียงใส ถึงเป็นได้ก็ไม่เป็นหรอก เราชอบมองคนหน้าตาดี ไม่ชอบเป็นเอง