Sweet revenge 14
posted on 28 Jul 2007 18:03 by kiraz in Sweet-Revenge.....ขะ....ขอโทษ
เด็กหนุ่มรุ่นน้องซุกโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง เหลือบตามองคนที่ก้มหน้างุดแล้วก็แค่นยิ้ม นายมันก็เป็นแบบนี้แหละอีซองมิน จิตใจดี อารมณ์อ่อนไหว แล้วก็ยุ่งไม่เข้าเรื่อง
ขอโทษทำไม คนตัวเล็กกว่าหน้าจ๋อย คลานถอยไปนั่งปุ๊กอยู่ที่เดิม
ขอโทษที่ทำให้นายคิดถึงเรื่องเศร้า ฉันเสียใจ
การคิดถึงคนที่เรารักมันไม่ใช่เรื่องเศร้า แล้วถ้านายคิดว่าพูดออกไปแล้วนายจะเสียใจทีหลังต่อไปก็ไม่ต้องพูด ฉันจะได้ไม่ต้องรำคาญ เท่านั้นเองสีหน้าสลดเมื่อครู่ก็หายวับไปกับตา ซองมินร้องเอ๊ะ คอแข็ง ตาขุ่น ปากง้ำขึ้นมาทันควัน ไอ้เด็กบ้า พูดดีด้วยไม่ถึงสิบนาทีก็เอาอีกแล้ว อยากทะเลาะกันนักหรือไง คยูฮยอนหรี่ตามองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเหมือนเคย เด็กหนุ่มหยิบกระดาษโน้ตเพลงขึ้นมาตั้งท่าจะเริ่มซ้อมต่อ ผิดกับร่างกลมขาวที่เอาแต่จ้องเขาจนลูกตาแทบเรืองแสงได้
เมื่อไหร่นิสัยปากเสียของนายจะแก้หายนะ
ฉันเป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแต่นายคนเดียวเท่านั้นแหละที่คิดไปเอง ไม่เชื่อก็ไปถามพวกพี่ๆคนอื่นดูสิ มีใครบอกว่าฉันปากเสียแบบนายบ้าง ซองมินเบ้ปาก นิ้วเล็กชี้หน้าคนตัวสูงกว่าอย่างไม่กลัวเกรง
ก็นายมันตีสองหน้าเก่งนี่ ทำเป็นซอฟท์ต่อหน้าคนอื่นแต่ที่จริงแล้วตรงกันข้าม ฉันล่ะอยากจะรู้นักว่าถ้าพวกนั้นเขามาได้ยินฝีปากนายตอนจิกกัดฉันแล้ว เขาจะยังชื่นชมน้องเล็กคนดีอยู่หรือเปล่า แล้วก็นะ.....ไอ้การมานั่งสอนฉันร้องเพลงนี่มันเพื่ออะไรไม่ทราบ ไหนบอกรำคาญหนักหนาไงที่มีตัวถ่วงเสียงเป็ดแบบฉัน ทำไมยังเสียสละเวลาอันมีค่ามาสอนให้อีก นายต้องการอะไร
ฉันบอกไปแล้วว่าเพื่องานของฉัน นายความจำสั้นหรือไง
อย่างนั้นหรือ เพิ่งรู้ว่านายก็รักอาชีพนี้ด้วย แล้วไม่ทราบว่าตอนนั้นใครมันเป็นคนลั่นปากว่าวงนี้จะล่มจะสลายก็ช่างหัวมันไม่ทราบ ไม่ใช่คุณหรอกหรือครับคุณชายโจ คุณชายโจหัวเราะหึ คว้าแขนเล็กแล้วก็กระตุกจนซองมินหล่นตุ่บเข้ามาซุกอกเข้าให้ ฟักทองต้มหวานดิ้นขลุกขลัก ยันตัวออกทั้งที่หน้าแดงก่ำ นายเข้าใจคำว่างานของฉันหรือเปล่าซองมิน งานของฉัน...ไม่ใช่ของซุปเปอร์จูเนียร์
สุดท้ายก็เพื่อตัวเอง
ก็มันของแน่ นายเองก็เถอะจะบอกว่าตัวเองร้องเพลงเพื่อฉันหรือไง
ทำไมฉันต้องร้องเพื่อนาย ไอ้เด็กบ้า ฉันร้องเพราะฉันไม่อยากแพ้นายต่างหากล่ะ คยูฮยอนยิ้มเป็นต่อ ไม่อยากแพ้แต่ก็ต้องมานั่งให้เขาสอนร้องเพลงนี่นะ กระต่ายโง่เอ๋ย พูดอะไรลืมมองความจริงไปหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นก็ร้องให้เต็มที่ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นแพ้ฉันไม่รู้ด้วย ซ้อมต่อได้แล้วยังเหลืออีกสองเพลงนะ
นายนี่มัน.........
ซ้อม
ฉันเป็นพี่นายนะ! กระต่ายหัวดื้อได้แต่ฮึดฮัดเพราะทำอะไรไม่ได้ จะไม่ทำตามคำสั่งนั้นก็ไม่ได้ จะทำตามก็ทำใจไม่ได้อีก ซองมินเลยประท้วงด้วยกันขอตัวไปห้องน้ำแล้วก็แวบหายไปคุยกับคนโน้นคนนี้ร่วมชั่วโมง พออารมณ์เย็นลงในระดับใกล้เคียงกับคำว่าดีแล้วจึงเดินเอื่อยกลับมาที่ห้องซ้อม และปรากฏว่าคยูฮยอนเองก็นอนเหยียดยาว หลับฝันดีไปเป็นที่เรียบร้อย
โจคยูฮยอน ตื่นเดี๋ยวนี้นะ !
ร่างขาวจัดเดินฮึมเพลงลงบันไดมาอย่างอารมณ์ดี พอแก้ปัญหาเรื่องเพลงได้ซองมินก็กลับมาเบิกบานได้เหมือนเดิม เท้าป้อมก้าวกระโดดเข้ามาในห้องครัว ร้องหาของกินอันเป็นประโยคติดปากที่ทุกคนเคยชิน แบบนี้แหละซองมิน....โกรธง่ายหายเร็ว อ่อนโยน อ่อนไหวแล้วก็ไม่เคยเก็บความทุกข์ไว้กับตัว ความสุขที่ฉายออร่าจนเปล่งปลั่งไปทั้งใบหน้านั้นทำให้ใครบางคนอดที่จะลอบมองอย่างสงสัยไม่ได้
มีความสุขอะไรหนักหนา ?
คยูฮยอน นายฟังที่พี่พูดอยู่หรือเปล่า
ครับ วันนี้ตอนบ่ายสองผมต้องไปวัดตัวตัดชุดที่บริษัทกับซองมิน ตอนสี่ทุ่มต้องไปคิส แล้วยังไงต่อครับพี่ อีทึกพยักหน้าอย่างพอใจ เอาวะ ถึงตามันจะมองไปอีกทางแต่อย่างน้อยหูมันก็ยังฟัง ลีดเดอร์สุดหล่อตบไหล่น้องเล็กเบาๆ ช่วงนี้งานหนักหน่อยนะ อย่าเพิ่งท้อเสียละ
ไม่หรอกครับ ผมดีใจที่ได้ทำงานนี้ ใช่ เขาดีใจจนแทบอดใจรอวันที่เพลงนี้ขึ้นอันดับหนึ่งไม่ได้เลยล่ะ วันที่ชื่อและหน้าตาของเขาจะเป็นที่รู้จักของคนเกือบทั่วประเทศ วันที่จะมีโปสเตอร์ขนาดยักษ์ติดอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนนและตึกสูง วันที่เขาจะทำให้ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งให้เป็นจริง!
พี่ก็ดีใจที่เห็นนายมีความสุขกับงาน
คิ้มคมย่นเข้าหากัน อีทึกรู้ว่าคนฟังต้องสงสัยคำพูดของเขา เลยยิ้มเสียหวานฉ่ำพลางขยายความเสียงนุ่ม คิดว่าพี่ดูไม่ออกหรือไง ช่วงแรกนายทำงานไปงั้นๆ ยิ้ม หัวเราะ ทำทุกอย่างเหมือนเป็นหน้าที่มากกว่าจะสนุกกับมัน แต่คราวนี้มันต่างออกไป นายมีความตั้งใจ ดวงตานายมีประกาย มีความมุ่งมั่น ที่สำคัญนายมีความสุขจนสามารถฮัมเพลงรักออกมาได้ตลอดเวลาทั้งตอนรู้ตัวแล้วก็ไม่รู้ตัว
อย่างนั้นหรือครับ
ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรหรือเพราะใครหรอกนะ แต่พี่ดีใจที่เห็นนายมีความสุข
ครับ น้องเล็กยังคงรับคำด้วยสีหน้าสงบ ประกายตาวาววับที่โรจน์ขึ้นมาเมื่อตอนแรกหายไปแทบจะทันทีที่ความเย็นชายิ่งกว่าเดิมมันแทรกเข้ามา อีทึกลอบถอนใจ ไม่สำเร็จสินะ
ซองมิน อย่าเพิ่งกิน มาทางนี้ก่อนพี่มีเรื่องจะคุยด้วย ส่งเสียงเรียกเจ้าของแก้มกลมที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆอย่างมีความสุข ซองมินครางอื่อแต่ก็ยอมเดินเข้ามาหาพร้อมพายกรอบเคลือบน้ำตาลห่อใหญ่ คุยไปทานไปได้ไหมครับพี่อีทึก ผมหิว
ตามใจ วันนี้ตอนบ่ายสองนายต้องไปวัดตัวตัดชุดใหม่กับคยูฮยอนที่บริษัทนะ แล้วตอนสี่ทุ่มก็ไปเป็นแขกให้พี่กับฮยอกแจที่คิส คังอินบอกแล้วใช่ไหม ซองมินพยักหน้ารับเร็วๆ แล้วก็บอกต่อว่า ผมไม่ไปกับ...คยูฮยอนได้ไหมครับ
อ้าว ทำไมล่ะ
วันนี้ผมมีธุระสำคัญ จะออกไปข้างนอก แล้วก็จะเลยไปบริษัทเลย อีทึกไม่ขัด แต่คนที่เอ่ยปากถามกลับเป็นคนที่นั่งเงียบมาตลอด จะไปไหน ?
เรื่องของฉัน กระต่ายน้อยตอบเสียงเชิด แล้วก็เดินลอยหน้าลอยตากลับไปหาทงเฮหน้าทีวี คยูฮยอนก็ไม่ซักต่อเดินขึ้นห้องไปแบบไม่สนใจ เล่นเอาคนกลางอย่างหัวหน้าวงถึงกับกุมขมับ
ยูนิตใหม่ มันจะไปรอดไหมหนอกู
ซองมินมีความสุขจนไม่อยากจะเก็บเอาเรื่องรำคาญเล็กๆน้อยๆมาใส่ใจ วันนี้เป็นวันดีของเขา วันที่ซองมินรอคอยมาตลอดหนึ่งเดือน เด็กหนุ่มคว้าเอาหมวกกันน็อคมาถือ ถลาออกจากบ้านตรงไปยังรถสกู้ตเตอร์สีชมพูหวานแล้วก็ต้องเบรคจนแทบหัวขมำ โอ๊ย ไม่นะ เช้าวันนี้จะเป็นวันที่สดใส จะเป็นวันที่สดใส
จะไปไหน
เรื่องของฉัน คำถามเดิมและก็ได้รับคำตอบเดิมแต่ดูเหมือนคนถามจะยังไม่พอใจจึงฉวยพวงกุญแจรูปคิตตี้น้อยไปจากมือขาวไปถือไว้พร้อมรอยยิ้มเป็นต่อ ถามอีกครั้ง จะไปไหน
ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย เอากุญแจคืนมานะ
ฉันไม่คืนจนกว่านายจะบอก ท่าทางมีลับลมคมนัยแบบนี้ นายกำลังคิดจะทำอะไรหรือเปล่าซองมิน
อย่ามากล่าวหากันนะ คิดว่าคนอื่นเขาจะเป็นเหมือนนายหมดหรือไง ฉันมีธุระ...ด่วนด้วย ถ้านายไม่ว่าอะไรก็ช่วยคืนกุญแจให้ฉันด้วย คยูฮยอนหย่อนกุญแจลงกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เท้าเองมองคนตัวเล็กกว่าพร้อมรอยยิ้มเย็น โอเค ฉันไม่อยากรู้แล้วว่านายจะไปไหน เอาเป็นว่าฉันเปลี่ยนใจแล้ว.....ฉันจะไปกับนายแทน......
ไม่ได้นะ ! ร้องตอบไปแล้วก็ต้องหุบปากฉับ
ทำไม ถ้าไม่ได้ไปทำเรื่องผิด ฉันไปด้วยก็ไม่น่าจะมีปัญหานี่ หรือว่า.....นัดใครไว้......
ไม่เกี่ยวกับนาย เอากุญแจคืนมา
งั้นก็เลือกเอาจะยอมให้ฉันไปด้วยดีๆ หรือจะเสี่ยงเข้ามาเอากุญแจเอง.....บอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันไม่ยอมให้เอาคืนไปง่ายๆอย่างที่นายคิดหรอก เรื่องแบบนี้มันต้องมีของแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหน่อย ปากท้าให้เข้าไปหาแต่คยูฮยอนกลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาร่างเล็กเอง ซองมินถอยหลังหน้าตาตื่น จินตนาการอันล้ำเลิศมันคิดไปแล้วว่าของแลกเปลี่ยนที่อีกฝ่ายต้องการไม่พ้นจะต้องเป็นเรื่องที่ซองมินจะต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวไม่ผิดแน่
ถอยไป อย่าเข้ามา! เสียงเล็กตะเบ็งสะกัดการรุกรานของร่างสูง เมื่อไม่ได้ผลซองมินก็คว้าเอาไม้กวาดในโรงรถมาจับไว้มั่น ขืนเข้ามาอีกก้าวเดียว นายเตรียมเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทได้เลย หยุดอยู่ตรงนั้นนะ ไม่งั้นฉันซัดนายแน่
ใครจะซัดใครเดี๋ยวก็รู้
โจคยูฮยอน อย่าเข้ามานะ ไอ้เด็กบ้า!!!!!!
โว้ยยยย!!!!!!!!!!! เสียงดังอะไรกัน ซองมิน คยูฮยอน พวกนายสองคนมาแหกปากอะไรใต้หน้าต่างห้องพี่ มันรบกวนคนนอนดึกนะเว้ย !
ขาวีนประจำวงโผล่เอาหัวยุ่งๆออกมาจากหน้าต่าง ซองมินหน้าเสียเพราะโดนดุ ขณะที่อีกคนกลับหัวเราะน้อยๆ ตอบกลับไปเสียงชื่น
พี่ซองมินจะออกไปข้างนอกครับ ผมขอติดรถไปด้วยแต่เขาไม่ยอม
ทำไมเป็นงั้นล่ะซองมิน ถ้าต้องไปทางเดียวกันก็ให้น้องมันซ้อนไปหน่อยจะเป็นไรไป หวงนักเดี๋ยววันหลังพี่จะให้ชินดงมันเอาไปขี่กับคังอินสองคนนะ ขอเตือน ซองมินเบิกตากว้าง โห แบบนั้นก็บรรทุกน้ำหนักเกินน่ะสิ
พี่ฮีชอลน่ะ มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ฮีชอลเกาหัวแรงๆ สีหน้าเหมือนพร้อมจะโผจากชั้นสองลงมางับหัวเด็กได้ในพริบตา ถ้าไม่ใช่จะไปไหนก็ไปกันได้แล้ว พี่จะนอนต่อ แล้วอย่าให้ได้ยินเป็นรอบที่สองนะว่าพวกนายไม่เชื่อพี่ ไอ้คู่ดูโอบ้า อีกไม่กี่วันจะร่วมหอลงโรงกันแล้วยังเถียงกันเป็นเด็กๆอยู่ได้ ง่วงโว้ย !
เสียงบ่นของคนสวยเผ็ดดุเบาลงจนเงียบไปเป็นครู่กว่าฮีชอลจะได้ยินเสียงสตาร์ทรถดังขึ้น พี่คนที่สองของบ้านยืดตัวมองลงไป ทันได้เห็นเจ้าของร่างกลมป๊อกที่กำลังซ้อนมอเตอร์ไซค์ของตัวเองโดยมีคนขับเป็นเด็กรุ่นน้องตัวสูงผ่านประตูบ้านออกไป ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่น่าทนนอนฟังมันทะเลาะกันได้ตั้งนานเลย ถ้าเขาโผล่ไปตั้งแต่แรกก็เรียบร้อยไปนานแล้ว
ดุจริง
ฮีชอลซุกตัวลงกับเบาะนุ่มหันหน้าเข้าหาร่างสูงเพรียวเจ้าของเสียงนุ่มที่ยึดเอาเตียงเขาไปครึ่งหนึ่ง ฉันไม่ใจเย็นแบบนายนี่ จะได้นอนฟังเสียงเด็กทะเลาะกันแล้วก็ยิ้มเอาๆแบบนี้น่ะ
มันก็น่ารักดีออกเหมือนพวกเราตอนเจอกันช่วงแรกๆ
ประสาท ว่าแต่ลงไปข้างล่างมาแล้วไม่ใช่หรือไงแล้วกลับมานอนทำไมอีก เจ้าของร่างสูงยิ้มทะเล้น ซุกหน้ากับกลุ่มผมสีเข้มแล้วก็หัวเราะน้อยๆ คิดถึง
ฮีชอลร้องเสียงสูง ตวัดตามองคนพูดแล้วก็พาลพูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ
ฉันง่วง นายยังไม่หิวใช่ไหม
ยัง นอนไปเถอะ ฉันจะรอทานพร้อมนาย
ขอบใจ เท่านั้นเองที่ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่แย้มรอยยิ้มออกมาได้พร้อมกัน เอาเป็นว่ารุ่นใหญ่เขาขอพัก ปล่อยรุ่นเล็กเค้าออกโรงไปก่อนก็แล้วกัน
คยูฮยอนห็นไฟเหลืองกระพริบอยู่ตรงหน้าก็บิดคันเร่งเอาทีเดียว เล่นเอาคนข้างหลังผงะจนร้องลั่นถนน เผลอตัวคว้าเอวคนขับหมับด้วยความตกใจ แต่พอมาถึงแยกสัญญาณไฟคนขับก็เหมือนจงใจแกล้งเบรคทั้งมือทั้งเท้าจนล้อเบียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดยาว ซองมินยั้งใจไม่อยู่เลยโหม่งหมวกกันน็อคโขกหัวคนขับดังโป๊ก
ทำอะไร แม้จะใส่หมวกกันน็อคไว้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ คยูฮยอนเอี้ยวตัวมาถามคนซ้อนเสียงห้วน
นายนั่นแหละทำอะไร เดี๋ยวบิดเดี๋ยวเบรค ถามจริงเกิดมาเคยขี่มอไชค์ไหม คราวนี้เรียวปากสีสดเผยรอยยิ้มขัน ชายหนุ่มหันไปมองท้องถนนด้านหน้าพลางบิดเครื่องเล่นไปด้วย คยูฮยอน นายลงมาซ้อนเลย ฉันจะขับเอง ขืนชับแบบนี้มีหวังฉันได้ฆ่านายก่อนถึงที่หมายแน่
ใจเย็นน่า นายกำลังจะทำให้ตำรวจจราจรรู้ว่าฉันไม่มีใบขับขี่นะ
ว่าไงนะ นาย....นายยังไม่มีใบขับขี่อย่างนั้นหรือ
ตอนนี้ไม่มี คนเป็นพี่ครางยาว ล่อกแล่กมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง อย่านะ....อย่าให้มีหัวปิงปองโผล่มาแถวนี้เลยนะ มีรูปขึ้นหน้าหนึ่งข้อหาขับรถโดยไม่มีใบขับขี่น่ะมันตลกจะตาย ซองมินไม่เอาด้วยเด็ดๆ แล้วทำไมไม่บอก เกิดตำรวจจับได้เป็นเรื่องใหญ่แน่ ลงไปเลยนะฉันจะขับเอง
คยูฮยอนยักไหล่ เห็นสัญญาณเปลี่ยนเป็นไฟเขียวก็ขับต่อไปทันที
คยูฮยอน นายได้ยินฉันพูดไหมเนี่ย
ได้ยิน บอกมาสิว่าจะไปทางไหน ถึงทางแยกข้างหน้าฉันก็จำทางไม่ได้แล้วนะ
คยูฮยอน!
ซ้ายหรือขวา
โว้ย! ฉันเกลียดนาย
เร็ว ไม่บอกฉันจะตรงไปแล้วนะ
ซ้าย! ไอ้คนบ้า ฉันไม่น่ายอมให้นายมาด้วยเลย ตะโกนเสียเต็มเสียง คยูฮยอนยิ้มกับตัวเองเอียงหน้ามาหาใบหน้าหวานนิดๆ เล่นเอาคางมาวางเกยไว้บนไหล่กันแบบนี้ถึงนายไม่ตะโกนฉันก็ได้ยินเต็มสองหูอยู่แล้วอีซองมิน แล้วก็จงรู้ไว้ด้วยว่าการได้นั่งซ้อนรถฉันน่ะเป็นสิทธิพิเศษที่นอกจากแม่และไบรอันแล้วไม่เคยมีใครได้รับมาก่อนนะจะบอกให้ นายควรจะดีใจไม่ใช่มาแหกปากด่าฉันแข่งกับเสียงรถแบบนี้
ซองมินเบะปาก น่าดีใจตายล่ะ
จอดๆๆ จอดตรงหน้าร้านข้างหน้านี่แหละ
นิ้วเล็กชี้ดิ๊กๆข้ามไหล่คนขับไปยังหน้าตัวตึกขนาดสองคูหา ชั้นล่างแค่มองเข้าไปก็รู้แล้วว่าเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งด้วยโทนสีหวานทั้งร้าน คยูฮยอนมองคนตัวเล็กที่วิ่งดุ๊กๆเข้าไปเกาะกระจกร้านแล้วก็รีบวิ่งกลับมาหาเขาด้วยอารมณ์ที่ต่างกับเมื่อครู่นี้ลิบลับ
ขอบใจมาก นายจะไปไหนก็ไปเถอะ แล้วเจอกันที่บริษัท
เสียงเล็กบอกแบบไม่เว้นช่องไฟให้แทรกได้ คยูฮยอนมองเจ้าของรถที่พยายามปล้ำกับหมวกกันน็อคของตัวเองแต่ตายังจับไปที่ตู้กระจกของทางร้านเหมือนเจอของถูกใจแล้วกลัวว่าใครจะมาแย่งไป มันก็ร้านกาแฟธรรมดาที่มีของหวานพวกเบเกอรี่ขายด้วย จะตื่นเต้นอะไรหนักหนา
มานี่มา ฉันแกะให้
มือขาวจัดรั้งเอาหัวเขาเข้าไปหา ซองมินอุทานเบาๆ ใจนั้นอยากจะเข้าไปในร้านให้เร็วที่สุดแต่มันติดหมวกเจ้ากรรมที่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออก พอคยูฮยอนยื่นมือเข้ามายุ่ง เอ๊ย ยื่นมือเข้ามาช่วย จากศัตรูก็สามารถอนุโลมให้เป็นมิตรชั่วคราวก็ได้
เงยหน้าขึ้นสิ กระต่ายน้อยเชิดหน้าขึ้นอย่างว่าง่าย
เรียบร้อยแล้ว
ขอบใจ ขอกุญแจรถด้วย ว่าแล้วก็ไม่รอให้คยูฮยอนขยับ มือเล็กฉวยเอากุญแจแล้วก็วิ่งฝุ่นตลบเข้าร้านไปทันที คยูฮยอนส่ายหน้าไปมา ยังไม่ทันรู้เลยว่าจะรีบมาทำไมกันหนักหนากะอีแค่กินกาแฟ อยู่ที่บ้านไม่มีน้ำร้อนชงกินเองหรือไง เด็กหนุ่มถอดหมวกกันน็อค หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม แล้วก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง
ร่างขาวอวบกำลังยืนตาวาวอยู่หน้าตู้โชว์ของร้าน สังเกตท่าทางการทักทาย พูดคุยกับพนักงานแล้วรู้ชัดเลยว่าซองมินเป็นขาประจำของร้านนี้แน่นอน เมื่อคนตัวสูงเดินเข้าไปหาแล้วก็สวมหมวกลงบนศีรษะอีกฝ่าย ซองมินก็ยังมองตอบตาโต
นายยังอยู่อีกหรือ
นายรีบออกจากบ้านมาแต่ไก่โห่ แถมยังอารมณ์ดีตั้งแต่เช้าก็เพราะจะมาซื้อเค้กแค่นั้นน่ะหรือ ใบหน้าหวานซับสีเรื่อ ก่อนเจ้าตัวจะพยักหน้ารับซื่อๆ อื้อ แต่มันไม่ใช่เค้กธรรมดานะ
คยูฮยอนบีบปลายจมูกตัวเองแรงๆ แค่นี้น่ะนะ....นายทำท่ามีความลับแถมยังประกาศก้องไม่ให้ฉันตามมาด้วยเพียงเพราะของหวานรสชาติชวนอ้วกเนี่ยนะ อีซองมิน!
ฉันคิดว่า.....คิดว่า............................... - - - - -
นั่นสิ นายคิดว่าอะไรคยูฮยอน ?
แล้วมันพิเศษยังไง ดวงตาคู่สวยพราวระยับเมื่อยามได้เอ่ยถึงเรื่องที่ถูกใจ ซองมินกระตุกแขนน้องเล็กเข้าไปใกล้ นิ้วเล็กจิ้มปั่กๆไปยังตำแหน่งของเค้กชิ้นเล็กน่ารับประทานที่วางเรียงกันอยู่ชั้นบนสุด มันพิเศษเพราะว่ามันจะมีแค่เดือนละครั้งเท่านั้นน่ะสิ ทำแค่เดือนละครั้ง จำกัดจำนวนชิ้นแล้วก็ไม่รับจองด้วย คราวนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมฉันต้องรีบออกมาซื้อ
แล้วทำไมต้องทำท่าทางมีพิรุธขนาดนั้น
พูดอะไรของนาย ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้อยู่แล้ว ทุกคนในบ้านรู้ดีว่าทุกวันนี้ของเดือนฉันจะต้องออกมาซื้อเค้กร้านนี้ นายไม่เห็นหรือไงว่าพี่อีทึกไม่ถามสักคำตอนฉันบอกว่าจะออกมาข้างนอก ทั้งที่ปกติพี่อีทึกต้องรู้ทุกเรื่องของพวกเรา นายนั่นแหละคิดอะไรเกินจริงไปหรือเปล่า คยูฮยอนถอนใจนิดๆ คนตัวสูงมองไปรอบร้านที่ตอนนี้มีลูกค้าแค่สองโต๊ะริมกระจกก่อนจะหันมาหาคนข้างตัว
ปกตินายมาคนเดียวหรือ
อื้อ บางทีทงเฮ ฮยอกแจกับรยออุคก็มาด้วยบ้าง พี่ฮีชอลก็เคยมาด้วยครั้งหนึ่งเหมือนกัน แต่พี่ชินดงมาด้วยกันบ่อยที่สุด ตาคู่สวยยังไม่ละจากตู้โชว์ ดูเหมือนซองมินจะตัดสินใจเลือกได้สองชิ้นแล้วแต่ก็ยังลังเลว่าระหว่างนโปเลียนกับบลูเบอรี่มูสเค้ก เค้าควรจะเลือกชิ้นไหนเป็นชิ้นที่สาม เอ......หรือจะเอาทั้งสองชิ้น
แล้วคนอื่นล่ะ
ใครล่ะ อืม....ถ้าเอาไปแค่สามชิ้นแล้วเกิดอยากกินชิ้นที่เหลือที่หลังล่ะ
ก็.....คนอื่นที่ไม่ใช่คนในบ้าน ที่สำคัญ....ถ้าพี่ชินดงมาขอกินด้วย สามชิ้นมันไม่พออยู่แล้ว
นายหมายถึงเพื่อนฉันเหรอ ไม่หรอก ไม่ค่อยมีใครว่างตรงกัน ถ้าอย่างนั้น....เอาไปทั้งสี่ชิ้นก็คงไม่เป็นไรหรอกเนาะ คยูฮยอน นายว่าสองชิ้นนี้อันไหนจะอร่อยกว่ากัน
คยูฮยอนแทบไม่ต้องมองเค้ก แค่เห็นหน้าคนถาม คำตอบมันก็ปิ๊งขึ้นมาในหัวทันที
คงอร่อยเหมือนกันนั่นแหละ เอาทั้งสองชิ้นสิ
ซองมินย่นคอแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เป็นการบอกให้รู้ว่าได้คำตอบที่ถูกใจมากถึงมากที่สุด กระต่ายน้อยส่งเสียงบอกพนักงานสาวที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่หลังตู้กระจกอย่างคุ้นเคย สิบนาทีต่อมาคนตัวเล็กก็ประคองกล่องสี่เหลี่ยมสีแดงเข้มผูกด้วยริบบิ้นสีเงินยวงออกมาจากร้านอย่างทะนุถนอม คยูฮยอนมองพวงแก้มยุ้ยที่แดงปลั่งเพราะความดีใจแล้วก็อดที่จะเตือนไม่ได้
ซองมิน ตอนบ่ายมีวัดตัวนะ
รู้แล้ว ไม่สายหรอก บริษัทอยู่ใกล้แค่นี้เอง คนอ่อนวัยแต่เป็นผู้ใหญ่กว่าถอนใจหนักหน่วง
ช่างเถอะ ระวังสายวัดของช่างมันจะคาดไม่รอบเอวก็แล้วกัน ! ทิ้งคำพูดทำร้ายจิตใจกันไว้แล้วก็เดินดุ่มแยกไปอีกทาง ซองมินเอียงคอมองตาม ก่อนดวงตาทั้งคู่จะเบิกกว้างขึ้นทีละนิด ทีละนิด และกว่าจะหาลิ้นตัวเองเจอ โจคยูฮยอนก็ไปไกลเกินรัศมีที่จะได้ยินแล้ว
คยูฮยอน นายหาว่าฉันอ้วนเหรอ!
ซองมินกระแทกเท้าอย่างขัดใจ ไอ้เด็กบ้า เอาวันที่สดใสของฉันคืนมานะเว้ย! ปากบางขยับอุบอิบพลางแขวนกล่องเค้กกับแฮนด์รถอย่างระมัดระวัง คว้าหมวกกันน็อคมาสวมแล้วก็ต้องชะงัก ร่างหนาที่เดินยิ้มร่ามาแต่ไกลนั่น มันคุ้นตาชอบกลแฮะ
ซองมิน มาทำอะไรแถวนี้
อ่า สวัสดีครับคุณมินคยู ผมมาซื้อเค้กร้านนี้น่ะครับ มินคยูหันไปมองแล้วก็ยิ้มออกมาทันที บังเอิญจังเลยนะ ฉันก็นัดแฟนไว้ที่ร้านนี้พอดี ที่เค้าว่าเค้กอร่อยเนี่ยสงสัยจะจริงนะ
ซองมินยกนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายเป็นการรับรอง หันมองหน้าหลังแล้วก็ถามเสียงใส
แฟนคุณมินคยูยังไม่มาหรือครับ
ยัง ฉันมีธุระเลยออกมาก่อนเวลานัดน่ะ พอดีธุระเสร็จเร็วเลยมารอก่อน เออนี่ เรียกฉันว่าพี่ไบรอันก็ได้นะ เรียกชื่อจริงบางทีมันก็ไม่คุ้นหู ว่าแต่ซองมินรีบไปไหนหรือเปล่า เข้าไปนั่งในร้านเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ
ซองมินทำหน้าคิด เขาไม่ได้รีบไปไหน ตอนนี้เหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด แต่ถ้าจะให้ไปนั่งด้วยมันก็....ไม่ค่อยวางใจ ซองมินอาจจะคิดมากเกินไปแต่เมื่อกี้เขาเพิ่งแยกจากคยูฮยอน มันบังเอิญเกินไปไหมที่ไบรอันก็ดันโผล่มาในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้
จะเข้าไปนั่งคนเดียวก็เขินเพราะปกติร้านนี้ก็มีแต่ผู้หญิง นะ ถือว่าช่วยกันแล้วเดี๋ยวจะเลี้ยงเค้กเป็นการตอบแทน ไม่ต้องขอรอบสอง กระต่ายน้อยถอดหมวกกันน็อควางกลับที่เดิม ทันที
โอเค ไปกันเถอะครับ
เวลามาซื้อเค้กที่นี่นั้นปกติแล้วซองมินมักจะซื้อใส่กล่องกลับไปกินที่บ้าน พอได้มานั่งละเลียดฟองครีมนุ่มลิ้นและเค้กเนื้อนุ่มในบรรยากาศหวานๆแบบนี้ มันก็ทำให้ได้รสชาติอันน่าหลงใหลไปอีกแบบเหมือนกัน คนตัวเล็กครางออกมาอย่างพอใจเมื่อเค้กชิ้นที่สองถูกยกมาเสริ์ฟ มีไบรอันนั่งยิ้มเอ็นดูอยู่ตรงข้าม
อร่อยมากเลยหรือ
ไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดได้ยังไงเลยล่ะครับ
ดีนะ ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน อึ่ก! คนมีชนักปักหลังเรื่องน้ำหนักมองคนพูดตาคว่ำ แกล้งพูดหรือไงครับ เมื่อกี้เพื่อนพี่ไบรอันก็เพิ่งพูดเรื่องนี้กับผมไปนะ
ใคร คยูฮยอนน่ะหรือ
จะใครซะอีกล่ะ หาว่าผมอ้วนจนสายวัดของช่างคาดเอวได้ไม่ครบรอบ ไม่รู้ไปสรรหาคำพูดมาจากไหน หยาบคายที่สุด ไบรอันหัวเราะจนตัวสั่น ครั้นถูกคนตัวเล็กจ้องตาดุ ชายหนุ่มก็เสยกแก้วชาขึ้นจิบทั้งที่กำลังขำแทบแย่ ก็รู้อยู่หรอกว่าคยูฮยอนมันปากคอจัดจ้านแต่ก็ไม่บ่อยที่น้องชายคนนี้จะสนใจมนุษย์อื่น แสดงว่าซองมินคงทำให้คยูฮยอนสะดุดตาสะดุดใจเอาจริงๆ
คยูฮยอนมาด้วยหรือแล้วไปไหนแล้วล่ะ
ไม่รู้สิครับ ผมนึกว่า.....ทั้งสองคนจะนัดกันเสียอีก
เฮ้ย พี่มีเดทกับแฟนจะนัดมันออกมาเป็นก้างทำไมล่ะ แล้วตกลงไอ้ตัวร้ายนั่นมันไปไหนแล้ว ซองมินบู้ปาก ส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วก็เลยเล่าถึงวีรกรรมการขับขี่ของเจ้าน้องสิบสามเป็นการระบายความคับข้องใจและฟ้องไบรอันไปในตัว
คิดดูนะครับ ตัวเองไม่มีใบอนุญาตขับขี่แล้วยังซ่าขนาดนั้น เกิดโดนจับขึ้นมาจะทำยังไง
อย่าไปเชื่อมันมาก ไอ้เจ้านั่นมันมีใบขับขี่สากลทั้งรถเล็กรถใหญ่ตั้งแต่อายุครบสิบแปดได้สองวันแรกแล้ว ซองมินถือช้อนค้าง ตกลง....นี่เขาโดนไอ้เด็กบ้านั่นอำอีกแล้วใช่ไหม!
พี่ไบรอัน มีเรื่องไหนที่จะเชื่อหมอนั่นได้บ้างครับ ตอนนี้ผมไม่รู้เลยว่าเรื่องไหนเขาพูดจริง เรื่องไหนเขาโกหก วันก่อนเขาเพิ่งบอกผมว่าเขาเรียนร้องเพลงกับคุณแม่ของเขามาตั้งแต่จำความได้..... ไบรอันเบิกตากว้าง วางถ้วยชากระทบจานรองดังกึ่ก!
อะไรนะ คยูฮยอนเล่าเรื่องคุณน้าให้นายฟังอย่างนั้นหรือ
ครับ ผมถามเขาเองแหละ เขาก็เอารูปในโทรศัพท์ให้ดู คุณแม่สวยนะครับแต่น่าเสียดายไม่น่าอายุสั้นเลย สรุปเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือครับ ไบรอันไม่ตอบแต่กลับจ้องหน้าซองมินจนเจ้าตัวชักเล็กชักเงอะงะ เอ เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าหว่า ไหงพี่มาจ้องกันตาไม่กระพริบแบบนี้ล่ะ
ซองมิน
ครับ
แล้ว....คยูฮยอนเล่าเรื่องอื่นให้ฟังอีกหรือเปล่า หยุดคิดนิดเดียวก็สั่นหน้าจนผมกระจาย
ไม่ครับ คุยไปคุยมาเจ้านั่นก็ชวนผมทะเลาะเสียก่อน กวนประสาทจะตาย พูดกันดีๆได้ไม่ถึงสามคำเป็นอันต้องทะเลาะกันทุกที ตอนแรกก็นึกว่าจะดีแล้วเชียวนะ......ตอนที่เกิดเรื่องนั่น.......... ซองมินหมายถึงเรื่องที่ทำให้เขาต้องไปนอนค้างที่คอนโดของคยูฮยอนในคืนนั้น แต่ไบรอันกลับคิดไปถึงอีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องรูปปาปาฯ นั่นน่ะหรือ
พี่รู้เรื่องนี้ด้วยหรือครับ เออ เค้าก็รู้ทั่วบ้านทั่วเมืองนี่เนาะ ดวงตาคู่เล็กชำเลืองมองคนตัวสูง กำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะพูดเรื่องที่อยู่ในใจออกไปดีไหม ไบรอันเหมือนเดาใจซองมินได้ ชายหนุ่มยิ้มบางดักคออย่างรู้ทัน
สงสัยคยูฮยอนล่ะสิ
ครับ กล้าถามซองมินก็กล้าตอบ...ตามตรง
ซองมิน ฉันอาจจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมาก แต่อย่างหนึ่งที่ฉันรับรองได้เต็มปากเลยก็คือ เรื่องคราวนี้ไม่ใช่ฝีมือของคยูฮยอนแน่นอน บางทีถ้าอยากรู้ตัวคนทำ นายอาจจะต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างกว่านี้....ฉันบอกได้แค่นี้แหละ.....
คนรักของไบรอันมาถึงพอดี ซองมินเอ่ยขอบคุณไบรอัน บอกลาคนทั้งคู่แล้วก็เดินออกมาจากร้านพร้อมปัญหาใหม่ที่พี่ชายของคยูฮยอนจับยัดใส่มือเอามาให้คิดต่ออย่างตั้งใจ
ถ้าคยูฮยอนไม่ได้ทำ แล้วใครเป็นคนทำ ?
Fanismz ::: จบตอนที่สิบสี่
หึๆๆ

คุณชายโจชอบอำกระต่ายน้อย
แต่ซองมินนี่น่ารักมากเลย ต้องมาซื้อเค้กให้ตรงเวลา อ่า...น่ารักจริงๆเลยค่ะ
#1 By (125.26.183.3) on 2007-07-28 18:21