You & I ::: The End :::
posted on 19 Jul 2007 18:10 by kiraz in Short-FictionTitle ::: You & I
Chapter ::: The End
Note ::: เรทวันละนิด จิตแจ่มใส ^^
การเปิดใจของคุณชายรูปหล่อ พ่อรวยโคตรสร้างความตื่นตะลึงให้กับสมาชิกคนอื่นๆของบ้านเอสเจกันเป็นแถว นอกจากทงเฮ ซองมินและอีทึกแล้ว ทุกคนต่างก็แปลกใจกับปฏิกิริยาแปลกตาของไอ้คุณชายที่มีต่อน้องเล็กของวง ยิ่งกว่านั้นการประกาศกร้าวของไอ้หมวยเมื่อมีคนแอบสะกิดถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างซองมินกับคยูฮยอน
ซองมินเป็นแฟนฉันเว้ย !
นั่นคือการประกาศตัวของคู่รักฉบับพกพาของบ้าน
คยูฮยอนบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาทั้งอึดอัด ทั้งรำคาญ บางทีก็ถึงขั้นโกรธการโมเมและลามปามถึงเนื้อถึงตัวของซีวอนจนควันออกหู ร่ำๆจะซัดให้สักหมัดสองหมัดก็มีบ่อย แต่พอเห็นท่ายิ้มแบบปากเป็ดกับตาอ้อนๆของไอ้คนตัวโตแล้วมันก็อดมือไม้อ่อนไม่ได้ ยิ่งเมื่อไหร่ที่ถูกรุกเข้ามาใกล้ แถมยังแกล้งมาทำเสียงต่ำๆใกล้หู คยูฮยอนก็จะมีปัญหาใหญ่ทันที เขาจะพูดไม่เป็นคำ เถียงไม่ได้ ตอบโต้ไม่เต็มที่ ได้แต่ยืนตัวอ่อน ใจสั่นให้ไอ้คุณชายมันเนียนลูบหน้าลูบหลัง โดนขโมยจูบแก้มไปก็บ่อยครั้ง
ถอยไปสิวะ
ถอยทำไมเล่า กอดกันแบบนี้อุ่นดีออก คนตัวโตกว่า(เยอะ)กระชับแขนแน่นขึ้น ไม่สนใจสายตาคมดุของร่างในอ้อมแขน ซีวอนผู้ปวารณาตัวเองเป็นแฟนของโจคยูฮยอนมาได้เดือนกว่าเกือบสองเดือนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นเจ้าของร่างขาวจัดถอนใจอย่างยอมแพ้
ตอนนี้เขาสองคนนั่งกันอยู่หน้าทีวีจอยักษ์ของบ้าน จะพูดให้ถูกคือคยูฮยอนนั่งดูละครอยู่ก่อนแล้ว และซีวอนก็ตามมานั่งเบียดแถมยังเนียนดึงฝ่ายแรกเข้าไปกอดเหมือนทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่ใกล้ ชายหนุ่มวางคางกับไหล่ลาด ประสานมือไว้ที่เอวของร่างตรงหน้า เมื่อคยูฮยอนหมดใจที่จะดิ้นรนและกำลังเอนร่างพิงอกเขาอย่างสงบแล้ว ซีวอนก็ถามเสียงอ่อน
มันใกล้จะจบหรือยังเรื่องนี้ เห็นออนแอร์มาตั้งนานแล้ว
ใกล้แล้วล่ะ น่าเสียดาย ถ้าเรื่องนี้จบฉันต้องหาเรื่องใหม่ดูอีก ทำไม.....นายเบื่อเรื่องนี้แล้วหรือ ที่ถามเป็นเพราะว่าทุกครั้งที่ว่างซีวอนจะต้องมานั่งอยู่ตรงนี้กับเขา ถึงจะไม่ทุกครั้งเพราะตารางงานที่ไม่ตรงกันแต่ก็พูดได้เต็มปากว่าทุกครั้งที่ว่างซีวอนก็จะเอาตัวเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องที่คยูฮยอนทำเสมอ
ไม่เบื่อหรอก ดีกว่าให้นายไปเล่นเกมส์
ทำไม
เวลาเล่นเกมส์ทีไรนายลืมฉันทุกทีน่ะสิ ดูละครยังมีหันมาคุยกันบ้าง ได้กอดได้หอมแบบนี้ด้วย จมูกโด่งกดลงบนผิวแก้มขาวแบบไม่ทันให้ตั้งตัว ซีวอนฉีกยิ้มหวาน ดีกว่าเยอะเลยใช่ไหม
ไอ้คนฉวยโอกาส
เด็กหนุ่มผลักใบหน้าหล่อคมให้ห่างจากตัว ละครจบตอนพอดีคยูฮยอนเลยไม่จำเป็นต้องทนเป็นตุ๊กตาให้ไอ้เด็กโข่งบางคนมันกอดต่อไป ร่างสูงเพรียวสะลัดปลาหมึกตัวโตหลุดได้ก็เหยียบซ้ำไปบนขายาวๆเต็มแรง ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีศักดิ์เป็นพี่หรือเป็นเพื่อนที่ควรให้ความเคารพ
คยู รอเดี๋ยวสิ เสียงห้าวร้องเรียกตามหลังมา คยูฮยอนได้ยินเต็มสองหูและคิดว่าคนที่กำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่ตอนนี้ก็คงได้ยินเหมือนกัน คยูฮยอนส่ายหัวหน่ายๆ เดินผ่านร่างซองมินเข้าไปเปิดตู้เย็นเหมือนไม่ได้ยินสรรพเสียงสำเนียงใดทั้งสิ้น
ท่าทางมีความสุขดีนะ เสียงหวานเย้าพร้อมรอยยิ้มสวย คยูฮยอนกระตุกปากยิ้ม
ตรงไหน
แหม ก็ตรงที่มีคนคอยดูแล เทคแคร์ แล้วก็ให้ความสำคัญเราตลอดเวลาไงล่ะ ซองมินบอกเสียงอ่อน พาตัวเองเข้ามานั่งข้างรุ่นน้องที่เคยมีข่าวกิ๊กกันแล้วก็อดขำในใจไม่ได้ ตอนที่เล่นมินิดราม่านั้นทงเฮโกรธซองมินไปเป็นเดือนโทษฐานที่ไม่ยอมเลือกทงเฮให้อยู่ทีมเดียวกัน เหมือนซีวอนเองก็เคืองเบื้องบนไปหลายวันที่ไม่ยอมให้เขามีส่วนร่วมกับเกมนี้เต็มตัว ได้แต่เป็นแขกรับเชิญลอยไปลอยมาในบางตอน ตอนนั้นซองมินคิดว่าซีวอนคงโกรธที่ไม่ได้ทำงานสนุกๆกับเพื่อนๆ มาเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงตอนหลังนี่เอง คุณชายเขาโกรธที่ไม่ได้ทำงานกับน้องใหม่ต่างหากเล่า
ยังไม่ชินอีกหรือคยูฮยอน
จะให้ชินอะไร ซองมินก็เห็นว่ามันมีแต่เรื่องให้รำคาญ
เพราะนายมัวแต่ตั้งแง่ และปักใจว่ามันคือเรื่องน่ารำคาญต่างหากล่ะ ฉันจะบอกให้นะคยูฮยอน ใจนายในตอนนี้น่ะ......รู้สึกดีกับซีวอนไปเกินครึ่งแล้ว คยูฮยอนสำลักน้ำพรวด เด็กหนุ่มใช้หลังมือปาดคราบน้ำออกจากคางมีซองมินใช้ทิชชู่ช่วยซับให้อย่างเบามือ
ซองมินพูดอะไร
พูดเรื่องจริง ถ้านายยังไม่รู้ตัว ฉันก็จะบอกให้ว่าสีหน้านายตอนอยู่กับซีวอนน่ะมีชีวิตชีวาแล้วก็ดูมีความสุขจนคนโสดในบ้านเค้าอิจฉานายกันหมดแล้ว อย่ามัวแต่สร้างกำแพงกั้นตัวเองอยู่เลยน่า ยอมรับเถอะว่านายก็รู้สึกดีที่มีซีวอนอยู่ใกล้
ซองมิน ผมไม่..............
รอยยิ้มหวานจัดของซองมินหยุดทุกคำพูดของเด็กหนุ่มรุ่นน้องไว้แค่ริมฝีปาก ซองมินแตะปลายนิ้วกับกลีบปากสีแดงสด กดย้ำๆเหมือนจะเตือนว่า คยูฮยอนเอ๋ย....อย่าริพูดเรื่องโกหกกับพี่ชายผู้มีประสบการณ์มากกว่าอย่างลีซองมินเลย ทั้งคำพูดและสายตาของเพื่อนรุ่นพี่มันทำให้คยูฮยอนเถียงไม่ออก ได้แต่นั่งอึ้งมองตาอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น
ขอโทษ แต่ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน เจ้าของเสียงคือซีวอนที่กำลังยืนพิงกรอบประตู ใบหน้าหล่อจัดไม่มีรอยแย้มยิ้มดังที่คุ้นตาแต่มันกลับเรียบตึงติดจะเครียดขึงเสียด้วยซ้ำ ซองมินเปิดยิ้มหวานละมือจากริมฝีปากคยูฮยอนเอามาคล้องไว้ตรงไหล่แทน
อย่าเอาไปฟ้องทงเฮนะซีวอน
คิดว่าเป็นเรื่องที่ควรฟ้องไหมล่ะ
ไม่เอาน่า นายกำลังทำให้ฉันกับคยูฮยอนต้องลำบากใจนะ เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้เอง
ซองมิน คยูฮยอนปรามเสียงเบา ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเกรงใจสีหน้าและแววตาของซีวอนด้วย ดวงตาคมหวานมองประสานกันกับดวงตาคมดุแล้วคยูฮยอนก็ต้องแปลกใจที่ซีวอนเป็นฝ่ายหลบไปเสียเอง ตั้งแต่เปิดใจกันมาร่วมสองเดือน ชเวซีวอนไม่เคยหลบตาเขามีแต่จะจ้องเอาๆจนคยูฮยอนเสียอีกที่เป็นฝ่ายไม่ยอมต่อตาด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ซีวอนทำให้คยูฮยอนใจวูบโหวงได้แค่การสนใจแก้วน้ำในมือมากกว่าดวงตาของเขา
ฉันต้องไปแล้วล่ะ นัดกับฮยอกแจไว้ว่าจะออกไปซื้อของ แล้วคุยกันใหม่นะคยู
ซองมินบอกเสียงชื่น หลังจากทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วก็เดินฮึมเพลงออกไปจากห้องแบบไม่รู้สึกรู้สา ทิ้งให้คยูฮยอนนั่งเครียดรอเวลามันจะตูมตามขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ ผ่านไปอึดใจ ซีวอนก็ยังไม่มีมีท่าว่าจะยอมยุติสงครามเย็น คยูฮยอนเองก็รู้สึกว่ามันงี่เง่าเกินที่จะมานั่งสะสมความเครียดให้ตัวเองโดยใช่เหตุแบบนี้ เด็กหนุ่มจึงลุกเอาแก้วน้ำไปเก็บ ก้าวจะพ้นห้องครัวอยู่แล้วถ้าไม่ถูกกระชากกลับไปเสียก่อน
.......อ๊ะ!.......
คยูฮยอนไม่ได้ตัวเล็กอะไรมากมายอย่างทงเฮหรือซองมิน เรียวอุค เขาสูงในระดับมาตรฐานแต่เมื่ออีกฝ่ายคือผู้ชายตัวโตหุ่นนายแบบอย่างชเวซีวอน แค่แรงกระชากด้วยมือข้างเดียวมันก็ทำให้คยูฮยอนเจ็บร้าวไปทั้งแขนได้แล้ว ร่างเพรียวเซปะทะกับขอบโต๊ะ เจ็บเอาเรื่องเหมือนกัน แต่คยูฮยอนก็เป็นผู้ชายแทนที่จะโวยวายว่าเขาเจ็บ เด็กหนุ่มกลับตวัดตามองอีกฝ่ายนิ่ง
คิดจะทำอะไร รู้ไม่ใช่หรือว่าซองมินเป็นแฟนทงเฮมัน
ใช่ นายเองก็รู้ดีนี่ว่าซองมินเป็นแฟนทงเฮ แล้วคิดอะไร
โดนย้อนด้วยประโยคของตัวเองแบบนี้ ด้วยสีหน้าเรียบจัดแบบนี้ ถ้าเป็นปกติซีวอนคงยอมอ่อนให้และง้อคนตรงหน้าไปแล้ว แต่ในเวลานี้....เวลาที่มีแต่ภาพความใกล้ชิดของซองมินและคยูฮยอนติดอยู่ในหัว ซีวอนมองไม่เห็นอะไรแล้วนอกจากความโกรธและโกรธ
หึงจนหน้ามืดมันเป็นยังไง เขาก็เพิ่งเข้าใจในวันนี้แหละ!
ทำไมคยูฮยอน! ทำไมต้องทำแบบนี้! ไอ้สันดานความเป็นเซเมะของนายนี่มันแก้ยังไงก็ไม่หายใช่ไหม มันยังแรงอยู่หรือว่าไงถึงได้มองข้ามความรู้สึกของฉัน แล้วไปนั่งตีหน้าชื่นอยู่กับซองมินแบบนั้น คยูฮยอนโกรธจนมือไม้สั่น ไม่ไหวแล้ว เขาอยากฆ่าไอ้บ้านี่!
ซีวอน ฉันไม่ใช่ทั้งเซเมะ ทั้งอุเคะเว้ย ฉันเป็นผู้ชาย นายเข้าใจไหมว่าฉันเป็นผู้ชาย ฉันชอบผู้หญิงรักผู้หญิงมาตลอดชีวิต ไอ้สันดานบ้าบออะไรของนายนั่นน่ะฉันไม่เคยมีแล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย เลิกเอาความคิดของนายมาตัดสินฉันได้แล้ว
แต่เราตกลงกันแล้วว่านายจะให้โอกาสฉัน
แต่นายก็ปิดโอกาสตัวเองไปด้วยคำพูดเมื่อกี้แล้ว และก็นะซีวอน ถ้าฉันคิดว่าชอบผู้ชายเหมือนกัน บอกได้เลยว่าฉันเลือกชอบซองมินหรือเรียวอุคยังจะดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยมารองรับอารมณ์หึงโหดบ้าบอแบบนี้ พอกันที......อื้อ!........ไอ่!.....ปล่อย!...........
เมื่อพูดกันด้วยคำพูดมันไม่รู้เรื่องก็คงต้องให้ร่างกายพูดกันเอง มันเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลมาทุกยุคสมัย แม้แต่ตอนนี้....อย่างน้อยมันก็ทำให้คยูฮยอนเลิกตะเบ็งเสียงแข่งกับเขา ซีวอนเพียงแค่กดอีกฝ่ายลงกับโต๊ะกินข้าว สอดฝ่ามือเข้าตรึงท้ายทอยเล็กแล้วก็ประกบริมฝีปากลงไปหา คยูฮยอนทั้งดิ้นรน ทั้งปัดป้องเท่าที่เรี่ยวแรงจะเอื้ออำนวยแต่ในเมื่อซีวอนตั้งใจจะจูบเขาก็จะไม่ยอมหยุดเพียงแค่จูบเดียวแน่
ริมฝีปากอุ่นร้อนบดคลึง ดูดกลืนริมฝีปากอ่อนบางจนคยูฮยอนแทบไม่เหลือสติเป็นของตัวเอง คนตัวเล็กกว่าได้แต่นอนหอบครางผะแผ่วกับจุมพิตอันยาวนาน จากจาบจ้วง หักหาญ รุนแรง ค่อยแปรเปลี่ยนความอ่อนหวาน บางเบา เรียกร้องการตอบสนองเมื่อคยูฮยอนเผลอตอบรับ เรียวลิ้นร้อนชื้นก็ทวีความรุ่มร้อนให้ผิวเนื้ออ่อนบางสั่นระริกขึ้นด้วยความปรารถนาจากส่วนลึกในอก
....ซีวอน.....พะ....พอแล้ว.......
เสียงคนที่ถูกรุกรานแหบพร่า เจืออาการสะอื้นน้อยๆ ซีวอนละริมฝีปากจากซอกคอหอมกรุ่น วกขึ้นมาหากลีบปากฉ่ำชื้นนั้นอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกหลังจากคืนนั้นที่ซีวอนกล้าแตะต้องคยูฮยอนมากกว่าการกอดและหอม จูบแรกหลังจากคืนที่เมาไม่ได้สติ ไม่แปลกหรอกที่ความปรารถนาของเขามันจะล้นทะลักออกมาจนห้ามแทบไม่อยู่แบบนี้ ฝ่ามือหนาที่สอดผ่านชายเสื้อยืดเข้าไปเฝ้าแต่จะสำรวจผิวเนื้อทั้งอกและเอวของคนที่นอนหอบอยู่อย่างกระหาย ไม่ต่างจากริมฝีปากที่คอยแต่จะเก็บกลืนความหอมหวานจากริมฝีปากบางและผิวขาวเนียนอย่างหลงใหล
คยูฮยอนไม่เต็มใจ เขารู้ แต่ยิ่งโดนห้าม ซีวอนก็ยิ่งต้องการ
......ซีวอน...นี่...นี่มันห้องครัวนะ......
ถ้าฉันจะทำ ที่ไหนฉันก็จะทำ เสียงทุ้มตอบมาจากข้างแก้ม คยูฮยอนสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกฟันคมงับใบหูเหมือนจงใจแกล้ง น้องเล็กของวงรีบยกมือกั้นก่อนที่จะมีการได้เสียกันเกิดขึ้นบนโต๊ะกินข้าวของบ้าน หาทางออกคยูฮยอน หาทางออกด่วนที่สุด!
ซีวอน นายอย่าโกรธเรื่องงี่เง่าได้ไหม ก็รู้อยู่ไม่ใช่หรือว่าซองมินเป็นแฟนทงเฮ
ฉันเลิกหึงเรื่องนั้นแล้ว แต่ทนไม่ได้ที่นายบอกว่านายจะรักคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน ถ้ารู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดมันจะทำให้ต้องเสียนายไปให้พวกอุเคะแบบนั้น ฉันปล้ำนายทุกวันอย่างที่ทงเฮมันบอกดีกว่า
คยูฮยอนตาเหลือกกับประโยคนั้น ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้าไอ้คุณชายมันบ้าทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ เขาจะตื่นเช้าขึ้นมาในสภาพไหน เรื่องแบบนี้มันก็รู้กันอยู่ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก สมองรีบคิดหาทางรอดให้ตัวเองก่อนที่ความอดทนขีดสุดท้ายของซีวอนจะหมดลง
โอเค ซีวอน ฉันผิดเองที่พูดไม่ทันคิดทำให้นายต้องโกรธ เอาเป็นว่าฉันขอโทษ พอใจยัง เอาวะ ในเมื่ออีกฝ่ายมันแรงกว่า เขาก็คงต้องยอมอ่อนให้เพราะดูท่าแล้วขืนแรงกลับคงเป็นคยูฮยอนเองที่จะเสีย ไอ้คนที่มันมีแต่ได้น่ะมันไม่สะทกสะท้านหรอก
ต่อไปจะไม่พูดจาทำร้ายน้ำใจกันด้วย
เออ
ห้ามไปคลอเคลียคนอื่นนอกจากฉันด้วย
ข้อนี้นายเก็บเอาไว้บอกตัวเองดีกว่าซีวอน คยูฮยอนคิดในใจแต่ก็ยังพยักหน้ารับ ยังไม่ทันที่ซีวอนจะเรียกร้องอะไรให้คยูฮยอนหนักใจอีก เสียงกระแอมของบุคคลที่สาม สี่ ห้าหก เจ็ด....ก็ดังมาจากประตูห้อง ซีวอนเพียงแค่เลิกคิ้วมอง ขณะที่คยูฮยอนแทบจะแทรกพื้นครัวหนีด้วยความอับอาย หมด...หมดกันวิถีแห่งความแมนของตระกูลโจ โดนไอ้ซิมบ้ามันย่ำยีป่นปี้บนโต๊ะทานข้าวหมดแล้ว
พวกพี่มีอะไรหรือครับ
ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ แต่พอดีว่าตอนนี้มันใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วว่ะซีวอน พวกพี่ต้องใช้โต๊ะกินข้าวน่ะ นายช่วยย้ายขึ้นไปใช้เตียงในห้องแทนได้ไหม ลีดเดอร์ของวงบอกหน้าซื่อ ซึ่งซีวอนเองก็หน้าด้านได้โล่ห์ ร่างสูงยอมดันตัวเองลุกขึ้น กระนั้นก็ยังยึดข้อมือของคยูฮยอนไว้ไม่ยอมให้ชิ่งหนีไปได้ง่ายๆ คุณชายเจ้าเล่ห์ยิ้มแจกให้อีทึก คังอิน ชินดง เยซอง และเรียวอุคจนครบคนแล้วก็กึ่งจูงกึ่งลากน้องสิบสามออกมาจากห้องครัวด้วยมาดสิงโตหนุ่มผู้ผยองในชัยชนะของตนเอง
คยูฮยอน ซีวอนไปไหนแล้วล่ะ เสียงทักจากคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำให้คยูฮยอนถอนใจพรืด ตกลงคนทั้งบ้านเข้าใจว่าถ้าวันไหนไม่เห็นซีวอนอยู่บ้านก็ต้องมาถามเขาอย่างนั้นใช่ไหม และที่น่าเจ็บใจคือ เขาดันรู้คำตอบด้วยนี่สิ
กลับบ้านครับ เห็นว่ามีนัดกับพ่อแม่
เออใช่ ช่วงนี้เจ้านั่นมาค้างที่นี่ประจำ พี่เกือบลืมไปแล้วว่าปกติซีวอนมันอยู่คอนโดกับพ่อแม่ แล้ววันนี้นายไปออกไปไหนหรือ คยูฮยอนส่ายหน้า เปิดนิตยสารรถแข่งดูไปทีละหน้า ข้างตัวมีเรียวอุคที่กำลังอ่านจดหมายแฟนคลับจากต่างประเทศพร้อมกับหัวเราะคิกคักไม่ขาดระยะ อีทึกมองภาพความสงบสุขนั้นแล้วก็อดที่จะเปรยขึ้นมาไม่ได้
พอไม่มีซีวอนมันเข้ามาวุ่นวายกับนายแล้ว ดูบรรยากาศมันสงบแบบแปลกๆเนาะ
น้องเล็กชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เงยหน้ามองคนพูดก่อนจะก้มลงสนใจหนังสือในมือต่อเหมือนไม่สนใจ อีทึกยิ้มมุมปาก จุดชนวนแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงตัวเอง คยูฮยอนคงเข้าใจ.....ความสงบแบบแปลกๆ....ที่เขาพูดถึง เพราะเจ้าน้องเล็กเองกำลังรู้สึกถึงมันอยู่เต็มอกแต่ก็พยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทางที่ไม่ทุกข์ร้อน ไม่ใส่ใจที่เห็นกันจนชินตา
ความสงบแบบแปลกๆ หรือ ความรู้สึกที่เรียกกันง่ายๆว่าความเหงา ยังไงล่ะ
.
.
.
คยูฮยอนน่า ยิ้มหน่อยสิ นานๆทีได้ออกมาเดินข้างนอกด้วยกัน มัวแต่ทำหน้าเบื่อมันจะสนุกอะไรเล่า กระต่ายน้อยทำเสียงออดอ้อนหลังจากที่ไปฉุดคยูฮยอนขึ้นมาจากเตียง บังคับขู่เข็ญให้ออกมาเป็นเพื่อนเดินเล่นดูแสงสีในเมืองยามค่ำคืน เพราะเหตุผลเดียวคือ เหงาที่แฟนตัวเองไม่อยู่
ก็หน้ามันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว จะให้ทำยังไงเล่า
ทำแบบตอนที่อยู่กับซีวอนไง ยิ้มๆ เขินๆ
พูดไป นั่นมันซองมินตอนโดนทงเฮจีบแล้ว ซองมินหัวเราะคิก ชี้ชวนให้คยูฮยอนดูดิสเพลย์ของร้านนั้นร้านนี้อย่างเพลิดเพลิน ภาพที่คนทั่วไปเห็นก็จะเป็นภาพเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งกับแฟนสาวหน้าตาน่ารักที่กำลังเดินควงแขนกัน ชี้ชวนให้ดูนั่นดูนี่กันอย่างน่าเอ็นดู ซองมินเดินมาได้สักพักก็รู้สึกหิวเลยชวนคยูฮยอนทานอาหารอิตาเลี่ยน ฝ่ายหลังไม่ขัดใจนอกจากจะเปลี่ยนเส้นทางไปทางซ้ายมือที่ตรงไปยังเป้าหมาย
ร้านที่ซองมินกับคยูฮยอนเลือกมาทานเป็นร้านที่พวกเขาเคยมาด้วยกันหลายครั้งแล้ว ตัวร้านอยู่บนชั้นสองของตึกทางขึ้นของร้านจะอยู่ในซอกเล็กๆด้านข้าง ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะไม่เห็น ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านเป็นลูกค้าประจำหรือขาจรที่ได้รับการบอกต่อมาจากเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักซึ่งแน่นอนว่าจะพัฒนาเป็นลูกค้าประจำต่อไป ซองมินครวญเพลงรักหงุงหงิงแล้วก็ซบใบหน้าลงกับต้นแขนของคยูฮยอนเหมือนคู่รักกันไม่มีผิด ทั้งสองคนคงมีความสุขแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆถ้าทั้งซองมินและคยูฮยอนไม่เหลือบไปเห็นคนคู่หนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากทางขึ้นของร้านที่พวกเขากำลังจะเข้าไป
ท่าทางแบบนั้นมันคุ้นตาเสียจนซองมินไม่สามารถหลอกตัวเองได้ว่ามันไม่ใช่คนรักของเขา
ลีทงเฮ
ดูเหมือนทงเฮเองก็เห็นซองมินแล้ว เด็กหนุ่มชะงักไปจนคนข้างตัวต้องกระตุกแขนเตือน เจสสิกากำลังเงยหน้าน้อยๆ ส่งเสียงถามอยู่ข้างตัวแต่ทงเฮไม่ทันได้ฟังเพราะมัวแต่มองมาทางซองมิน
นายเห็นเหมือนฉันเห็นไหมคยูฮยอน คยูฮยอนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เด็กหนุ่มโอบไหล่เล็กไว้มั่นอย่างน้อยก็ขอยึดไว้ก่อนล่ะ เพื่อไม่ให้ซองมินวิ่งหนีเตลิดไป แล้วก็เพื่อไม่ให้ทงเฮเจ็บตัวด้วยอีกทาง เสียงนุ่มกระซิบเตือนแม้ว่ามันจะฟังแล้วขัดกับภาพตรงหน้าก็ตาม
ใจเย็นๆซองมิน มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ ทงเฮอาจจะมีธุระ
อือ ธุระสำคัญจนต้องโกหกฉันว่าต้องกลับบ้านไปหาคุณแม่ ฉันเพิ่งรู้ตอนนี้เองคยูฮยอนว่าแฟนเก่าน่ะเขาเรียกอีกอย่างว่าแม่ได้ด้วย แม้จะพยายามกดน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่ร่างเล็กก็สั่นสะท้านจนคยูฮยอนรู้สึก ยิ่งเห็นทงเฮเดินแกมวิ่งเข้ามาใกล้ ซองมินก็ยิ่งเย็นวาบในอก กระต่ายน้อยหันหลังกลับทันทีที่ตั้งตัวได้ คยูฮยอนเองก็เห็นแล้วว่าซองมินคงหนีทงเฮไปได้ไม่ไกลเลยยอมปล่อยมือ ปล่อยให้ทงเฮโผเข้าฉุดคนรักเอาไว้เอง
ซองมิน อย่าเพิ่งไป
ซองมินยอมหยุดตามคำขอนั้น ดวงตากลมสวยปรายมองมือที่ยึดต้นแขนตัวเองไว้อย่างเย็นชา เอาสิ จะโกหกอะไรอีกล่ะ ซองมินรอฟังอยู่ อยากพูดอะไรก็พูดมาก่อนที่ซองมินจะไม่มีใจไว้ฟังนายอีก ลีทงเฮ
อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนาย
ขอบใจ มีอะไรจะพูดอีกไหม
ฉันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเจสแล้วนะ ที่ออกมาเนี่ยก็เพราะว่าฉันต้องมาเป็นเพื่อนซีวอนมัน แล้วเจสเขาก็มาเป็นเพื่อนสเตลล่า ตอนนี้สองคนนั่นกำลังคุยกันอยู่ ฉันกับเจสเลยต้องแยกออกมาก่อน จริงๆนะซองมิน ฉันไม่เคยนอกใจนายนะ
แล้วทำไมไม่บอกกันตรงๆ โกหกทำไม
ก็มันพูดยากนี่นา แล้ว....ซีวอนมันก็ไม่อยากให้พูดด้วย
ซองมินฟังแล้วก็เม้มปากแน่น ความจริงแค่ทงเฮเลือกที่จะตามมาอธิบายให้ซองมินเข้าใจมากกว่าอยู่กับผู้หญิงคนนั้นซองมินก็หายเคืองไปได้โขแล้ว แต่เรื่องอะไรจะยอมให้ได้ใจกันง่ายๆ ถึงเจตนาจะบริสุทธ์แต่ทงเฮก็ยังติดค้างเรื่องที่โกหกซองมินอยู่ดี
นายว่าซีวอนมากับใครนะทงเฮ ?
ประโยคนี้ซองมินไม่ได้เป็นคนถาม แต่เป็นเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนดูสถานการณ์อยู่วงนอกมาได้อึดใจ หลายชื่อที่ทงเฮพูดออกมามันทำให้คยูฮยอนรู้สึกเย็นวาบในอกไม่ต่างจากซองมินเลย ยิ่งเห็นทงเฮหลบตา คยูฮยอนก็ยิ่งมั่นใจ ไอ้คนที่มันโผล่เข้ามาบอกว่ามีนัดกับพ่อแม่ตั้งแต่ไก่โห่ที่แท้ก็กำลังเฮฮาปาร์ตี้กับสาวสวยอยู่ในร้านข้างบนนี่เองสินะ
คยูฮยอนกดยิ้มมุมปาก เดินกลับไปยังร้านนั้นอีกครั้งมีทงเฮและซองมินวิ่งตามมาติดๆ พอจะเดินขึ้นไปก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินลงมา เสียงหัวเราะคุ้นหูทำให้คยูฮยอนยิ่งแน่ใจ เด็กหนุ่มถอยลงมายืนตรงทางออก รอและรอจนร่างสูงโผล่ออกมาจากตัวตึก
ทงเฮ อ้าว ซองมินมาได้ยังไงน่ะ
เสียงทุ้มเอ่ยทักอย่างแปลกใจ เพราะไม่ทันสังเกตเลยไม่เห็นว่ามีใครบางคนยืนพิงผนังตึกอยู่ด้านหลังและมองภาพที่ซีวอนเดินเคียงคู่ลงมากับสาวสวยคนหนึ่งด้วยดวงตาวาววับ คยูฮยอนบอกตัวเองว่าเขากำลังโกรธ โกรธเพราะไม่ชอบให้ใครมาโกหก หลอกลวง โกรธที่ซีวอนทำเหมือนเขาเป็นของเล่น โกรธเหมือนลูกผู้ชายที่โดนหยามน้ำหน้า ไม่มีเหตุผลอื่น ไม่มีความรู้สึกอื่น ไม่ได้หวงและไม่ได้หึงอย่างแน่นอน !
เป็นอะไรกัน ทำไมทำหน้าแบบนั้น ซีวอนหัวเราะในคอ ทักเหมือนเป็นเรื่องขบขัน ขณะที่ทงเฮรู้สึกเหมือนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง
ซีวอน....ข้างหลัง...... คนตัวสูงหันกลับไปมอง แล้วก็ใจหายวาบ
คยู
ไง
พลั่ก !
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของมนุษย์ร่วมโลกอีกสี่ชีวิต คยูฮยอนได้ส่งกำปั้นแบบไม่มีรูเข้าใส่ครึ่งปากครึ่งจมูกของพระเอกหน้าหยกแบบไม่ยั้งแรง และไม่ใช่แค่หมัดเดียว พอซีวอนเซเสียหลักไปด้านหลัง เท้าขนาดพอดีในรองเท้าผ้าใบราคาแพงก็ถูกส่งเข้ากระแทกท้องคนตัวสูงอีกครั้งหนึ่ง เต็มๆแรงเท้า
เฮ้ย! ซีวอน เป็นไงมั่งวะ
คยู พอแล้ว คยู เดี๋ยวซีวอนก็ตายหรอก ซองมินร้องลั่น โผเข้ากอดน้องเล็กเอาไว้เต็มตัว เล่นเอาทงเฮที่กำลังประคองเพื่อนรักโวยขึ้นทันควัน ซองมิน! ห้ามกอดแบบนั้นนะ แค่ดึงแขนไว้ก็พอ
ทงเฮบ้า ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราก็ไม่ไหวหรอก
โธ่เว้ย! นายใจเย็นก่อนได้ไหมคยูฮยอน นี่มันข้างถนนนะเว้ย
ใช่ ใจเย็นนะคยู ใจเย็นเหมือนที่คยูบอกเราไง นะ รอฟังซีวอนอธิบายก่อนนะ
.
.
.
ปล่อยเถอะ ผมไม่เป็นไรแล้ว
ซองมินครางอย่างอดไม่ได้ ใช่สิ นายจะเป็นอะไรล่ะคยูฮยอน ก็นายเป็นฝ่ายซัดซีวอนมันนี่ ซองมินเงยหน้ามอง แม้แต่ในยามโกรธจัดคยูฮยอนก็ไม่แสดงอารมณ์ใดออกมานอกจากรังสีความน่ากลัวที่แผ่คลุมจนซองมินรู้สึกอึดอัด ดวงตาคมดุจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงที่ยังนั่งอยู่บนพื้นถนน เด็กหนุ่มยกยิ้มสะใจ ปลดแขนซองมินออกจากตัวแล้วก็เดินหายไปในกับฝูงชนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นโดยไม่มีใครกล้าทักท้วงหรือตามไปแม้แต่ชเวซีวอน
ทำลงไปแล้ว เขาทำลงไปแล้ว
ไม่ใช่เผลอหรือไม่มีสติ แต่เขาตั้งใจต่อยหมอนั่นไปเต็มแรง ทั้งที่ควรจะสะใจที่ได้เอาคืน ทั้งที่ควรดีใจให้ได้มากกว่านี้แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ใจโง่ๆนี่มันก็ยังนึกห่วงไปว่าไอ้บ้านั่นจะเจ็บมากหรือเปล่า สมองก็ยังไม่ยอมลบภาพดวงตาคมกริบที่มองเขาอย่างตัดพ้อ เท่านั้นยังไม่พอ เขากำลังเสียใจ เสียใจที่ทำให้หมอนั่นเจ็บปวด ทั้งๆที่....ทั้งๆที่ถูกหลอกแบบนั้น แต่ความโกรธแค้นมันกลับไม่ได้ครึ่งของความเสียใจที่กำลังซ่านซึมไปทั้งอก
.....ทำไม....ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้
ไม่ใช่คำถาม แต่มันคือคำตอบที่เขาเพิ่งค้นพบมัน คำตอบของทุกอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจในแวบแรกที่เห็นซีวอนกับผู้หญิงคนนั้น เขากำลังหึงหมอนั่น
คยูฮยอนลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก แม้แต่ในความมืดเขาก็ยังจำได้ว่าเจ้าของร่างสูงที่เดินเข้ามาหยุดข้างเตียงเขาเป็นใคร ไม่รู้ว่าทำไมถึงจำได้ รู้แต่ว่าพอได้ยินเสียงฝีเท้าแบบนี้ ลักษณะการเดินแบบนี้ และกลิ่นหอมแบบนี้ มันก็จะโยงไปหาคนๆหนึ่งโดยไม่มีตัวเลือกอื่นเลย เปลือกตาบางปิดลงอีกครั้งเมื่อร่างนั้นทรุดลงนั่งบนพื้นข้างเตียง
คยูฮยอนกลั้นใจรอว่าอีกฝ่ายจะเริ่มเรื่องอย่างไร แต่จนแล้วจนรอดซีวอนก็ไม่ยอมเอ่ยคำใด หรือที่โดนหนึ่งหมัดกับหนึ่งลูกถีบไปเมื่อหัวค่ำมันทำให้ประสาทการพูดของนายเสื่อมไปด้วย กระดาษแผ่นหนึ่งถูกวางไว้ข้างหมอน ก่อนที่คนที่นำมันมาจะก้มลงแตะริมฝีปากกับเรือนผมนุ่มเบาๆ ไม่มากกว่านั้น ซีวอนออกจากห้องไปเงียบๆไม่ต่างจากตอนเข้ามา
.....................................................
................................
................
คยูฮยอนพับกระดาษแผ่นนั้นก่อนจะสอดมันเก็บไว้ใต้หมอน ซีวอนฉลาดที่รู้ว่าขืนดื้อดึงพูดอะไรไปตอนนี้เขาก็ไม่มีทางฟังถึงได้เขียนเป็นจดหมายอธิบายเรื่องราวทั้งหมดมาแบบนี้ แม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นความคิดของใครระหว่างไอ้คุณชายชเวจอมเจ้าเล่ห์ กับคู่รักคอฟฟี่เมทนั่น แต่คยูฮยอนก็ยอมรับว่าเนื้อหาในจดหมายมันทำให้ความรู้สึกของเขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก
มากพอที่จะใจดีเดินไปเปิดประตูให้คนที่กำลังรออยู่ด้านนอกมาทั้งคืน
ร่างสูงลุกพรวดขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนในห้อง เพราะฉะนั้นเมื่อคยูฮยอนเปิดประตูออกไปจึงได้เห็นสิงโตเชื่องๆตัวหนึ่งยืนปั้นหน้าสงบเสงี่ยมรออยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้เชิญ แค่คยูฮยอนเดินกลับเข้าห้องซีวอนก็อัญเชิญตัวเองตามหลังเข้าไป แถมยังปิดประตูล็อคให้เสร็จสรรพ นับว่าเป็นโชคดีของทั้งคู่ที่เรียวอุคเลือกจะนอนกับเยซองและอึทึกก็ไปค้างที่หอของฮีชอล วันนี้เลยมีแต่คยูฮยอนครองห้องอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มเดินไปทรุดนั่งบนเตียงตัวเองมองร่างสูงที่นั่งลงบนเตียงของเรียวอุคแล้วก็ถามเสียงแผ่ว
เจ็บมากไหม
ก็นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ซีวอนตอบพลางจับจมูกดึงโยกไปมา ดีนะที่เป็นของจริงขืนเป็นของปลอมคงได้วิ่งกลับไปให้คุณหมอใส่ใหม่แทบไม่ทัน ชายหนุ่มนั่งเกาจมูกตัวเองไปก็เหลือบตามองอีกคนไปด้วย คยูฮยอนนั่งเท้าแขนไปด้านหลัง หรี่ตามองเขานิ่ง ซีวอนมองแล้วรู้สึกเหมือนมันจะสลับบทบาทกันยังไงก็ไม่รู้แฮะ ความจริงเขาต้องนั่งท่านั้นแล้วก็มองคยูฮยอนแบบนั้น ส่วนคยูฮยอนก็จะต้องนั่งหงอย เพราะความรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเจ็บตัวโดยที่ซีวอนไม่มีความผิดไม่ใช่หรือไง
หายโกรธแล้วนะ
ก็คงงั้น ฉันยอมรับว่านายไปดูแลเขาเพราะคำสั่งของพ่อกับแม่และในฐานะญาติห่างๆ แต่เรื่องที่นายโกหกฉันมันก็เป็นอีกเรื่อง ซีวอนโอดเสียงอ่อน คลานข้ามจากเตียงเรียวอุคไปหาคยูฮยอน แล้วก็ฉวยมือน้องเล็กมากุมไว้
นายโกรธที่ฉันโกหกหรือคยูฮยอน
ก็ส่วนหนึ่ง
ก็ส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนล่ะ คยูฮยอนเม้มปากแล้วก็คลายอยู่สองสามรอบ พอซีวอนอดทนจะรอเอาคำตอบโดยไม่มีการงอแง คนตัวเล็กกว่าก็ใจอ่อน ฉันไม่ชอบที่นายไปกินข้าวกับผู้หญิงคนนั้น
ทำไม
ก็คนมันไม่ชอบ นายจะซักเอาพริกเกลือทำไมซีวอน
ปากเอ่ยถ้อยคำเหมือนจะรุนแรงแต่เพราะน้ำเสียงอ่อนเบากอรปกับร่างเพรียวที่เอนลงซบกับไหล่กว้างมันทำให้ซีวอนดีใจจนไม่อาจซักถามเอาเหตุผลใดได้ต่อ แขนแข็งแรงรั้งเอาร่างหอมกรุ่นให้เข้ามากอดแน่นขึ้น กอดไว้แน่นๆแบบนั้นเป็นครู่กว่าจะสามารถเอ่ยคำออกมาได้
ขอบใจนะคยูฮยอน ขอบใจมาก
ไม่ต้องขอบใจฉัน แค่นายรักษาสัญญาก็พอ
สัญญา ฉันสัญญาด้วยเกียรติของสิงโตที่หล่อที่สุดในโลกเลย ให้ตายเถอะ อะไรมันจะดีใจได้ขนาดนี้เนี่ย คยูฮยอนยิ้มบาง มือทั้งสองที่กำหมัดแน่นค่อยคลายออกแล้วก็เลื่อนขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างเป็นคำตอบที่ทำให้หัวใจของผู้ชายอีกคนเต้นโลดยิ่งกว่าเดิม
เช้าวันต่อมาก็มีคนเห็นลีดเดอร์ของวงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้าน พร้อมกับเรียกหาคุณชายชเวหน้าตาตื่น ทงเฮที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่กับซองมินอดที่จะถามไม่ได้ว่า
มีอะไรหรือครับพี่ ซีวอนมันคงยังไม่ตื่นมั้ง
แล้วเป็นยังไงมั่ง ได้ข่าวว่าปากแตก แถมเบ้าตาก็ยังช้ำเป็นแพนด้าเลยอย่างนั้นเหรอ
เรื่องอะไรน่ะพี่อีทึก
ซองมินถามขึ้นมาบ้าง อีทึกวางเป้ลงบนโซฟา ทรุดลงนั่งแล้วก็ร่ายต่อทันที ก็คังอินมันโทรไปบอกว่า ซีวอนมันโดนคยูฮยอนซัดเข้าให้เกือบเสียโฉม เรื่องจริงหรือข่าวลือซองมิน
จริงครับพี่ แต่ถ้าจะให้ชัวร์พี่ถามเจ้าตัวเองดีกว่า ลงมาโน่นแล้ว ร่างสูงใหญ่วิ่งเร็วๆลงบันไดมาพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส และออร่าแห่งความสุขสมที่เปล่งประกายเจิดจ้าเล่นเอาสมาชิกคนอื่นๆของบ้านแสบตากับเป็นแถว นอกจากรอยแดงนิดๆตรงปลายจมูก ใบหน้าหล่อจัดก็ยังหล่อคมคายเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน พอหันมาเห็นพี่ชายหน้าสวยนั่งเอ๋ออยู่ ซีวอนก็ทักยิ้มๆ
อ้าว กลับมาแล้วหรือครับพี่ ทำไมกลับเร็วจังเลย ไปค้างหอพี่ฮีชอลไม่ใช่หรือ
เออ ก็ใช่ ดูนาย......มีความสุขดีนะ
ไอ้หล่อของบ้านไม่ตอบเป็นคำพูด แต่ก็ยักคิ้วแผล่บเป็นคำตอบให้หัวหน้าวงเข้าใจจนทะลุปรุโปร่ง ทงเฮส่ายหน้ายิ้มๆ ดีแล้วที่มันเข้าใจกันได้ ยิ้มจนปากจะจบรอบท้ายทอยแบบนี้แสดงว่ามันได้กลับมาคุ้มกับที่ต้องเจ็บตัวแหงมๆ หนึ่งในขาแร็พของวงยื่นหน้าเข้าจุ๊บแก้มนิ่มของกระต่ายน้อยหนักๆ ก่อนจะบอกเสียงนุ่ม
วันนี้เราทำกับข้าวกินกันเองไหม ไม่ได้ทานกับข้าวฝีมือซองมินนานแล้วนะ
เอาสิ อยากทานอะไรเดี๋ยวทำให้
ฉันทานอะไรก็ได้ ซีวอนนายอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม จะทำฉลองให้ อุตส่าห์มีน้ำใจถาม มันยังมีหน้ามาส่ายหัวตอบ ขอบใจว่ะ แต่มื้อนี้อยากชวนคยูออกไปกินข้างนอกด้วยกัน อุตส่าห์ได้หยุดทั้งที พวกนายจะมาขลุกอยู่แต่ในบ้านแบบนี้มันไม่คุ้มนะเว้ย
ซองมินอยากออกไปข้างนอกไหม ซองมินมองหน้าหล่อๆของแฟนตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า
ไม่อยาก เฮ้อ~ เมื่อไหร่ทงเฮจะเลิกหล่อนะ หล่อได้หล่อเอาแบบนี้ ซองมินใจคอไม่ดีเลย อยู่ใกล้ๆแล้วมันพาลจะละลายเอาง่ายๆ ไม่ไหวๆ
งั้นก็ไม่ไปเนาะ
ทงเฮว่าแล้วก็จบประเด็นด้วยการจุ๊บเบาๆบนแก้มอิ่มอีกข้าง ซีวอนมองแล้วก็ให้อ่อนใจกับตัวเอง หวานกันเข้าไป อย่าให้ถึงทีกูบ้างก็แล้วไป ตามใจกันไม่มองซ้ายมองขวาเลยนะพวกนาย
ทงเฮกำลังจะสวนกลับว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่ซีวอนไม่อยู่ฟังแล้ว พอได้ยินเสียงฝีเท้าลงบันไดมายังไม่ทันได้เห็นตัว ไอ้คุณชายมันก็กระดิกหางเป็นพวงริกๆ รี่เข้าไปรอตรงบันไดบ้านทันที ซึ่งก็เป็นดังที่คาด คยูฮยอนกำลังเดินลงมาด้วยสีหน้าไม่บอกอารมณ์เหมือนเคย
ตื่นแล้วหรือ หิวไหม คนถูกถามส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อเห็นอีทึกกับคู่รักคอฟฟี่เมทนั่งอยู่หน้าทีวีก็ยิ้มให้ ถามเสียงนุ่ม ไม่ไปไหนกันหรือวันนี้
ไม่ไป วันนี้จะทำกับข้าวกินกันเองที่บ้าน
จริงดิ ซองมินทำเผื่อผมด้วยนะ ไม่ได้ทานกับข้าวฝีมือซองมินนานแล้วนี่นา ทงเฮอยากหัวเราะให้ลั่นห้องเมื่อได้เห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของไอ้คุณชายมัน ซีวอนเบะปาก เบียดตัวยักษ์ๆของตนลงแทรกระหว่างคยูฮยอนกับซองมินจนทงเฮขึงตาใส่ (โทษฐานแตะเนื้อต้องตัวกระต่ายน้อยโดยไม่ตั้งใจ)
วันนี้ฉันอยากไปทานข้าวข้างนอกนะคยู แล้วก็คิดว่าจะไปดูหนังรอบดึกต่อด้วย
ก็ไปสิ พรุ่งนี้นายมีงานตอนบ่ายนี่ กลับดึกก็ไม่น่าจะมีปัญหา ได้ยินอย่างนั้นซีวอนก็ยิ้มกว้าง เอี้ยวตัวไปยักคิ้วใส่ทงเฮเป็นความนัยว่า เห็นไหม รักกันจริงมันต้องตามใจกันแบบนี้เว้ย กระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่ถึงสามวินาที คยูฮยอนก็บอกต่อว่า
แต่นายไปคนเดียวนะ ฉันจะดูละคร
อะไรนะ
วันนี้จูมงตอนอวสานแล้ว ฉันไม่ไปไหนหรอก
น้องเล็กของบ้านบอกแล้วก็หยิบรีโมทมากดเปลี่ยนช่อง หมดความสนใจในตัวคนรักหมาดๆไปเรียบร้อย ทงเฮมองหน้าเพื่อนรักแล้วก็เริ่มรู้สึกตัวว่าเขาจะกลั้นหัวเราะต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงลากซองมินวิ่งเข้าในครัวอย่างรวดเร็ว ส่วนอีทึกก็ออกจากบ้านไปหาคนรักอีกรอบ ทิ้งให้ซีวอนนั่งอึ้งอยู่ข้างคยูฮยอนเพียงลำพัง
คำถามประจำวันนี้ คือระหว่าง คุณชายชเวซีวอน กับ ตอนอวสานของละครเรื่องหนึ่ง
อะไรสำคัญกว่ากันเอ่ย?
คยูฮยอนน่า ~ ~ ~
หนวกหู ฉันจะดูละคร
The End
Fanismz ::: เป็นไงล่ะนายเอกเรื่องนี้ ถึงจะต้องเป็นฝ่ายรับแต่ก็ยังแมนได้อีก โฮ่ๆๆ ตอนจบมาเร็วทันใจ ตอนนี้กำลังลุ้นอยู่ว่าคู่ต่อไปจะเป็นใครกับใคร (หัวเราะเหิด) มาค่ะ อยากอ่านคู่ไหนก็เอาคอมเม้นท์มันส์ๆมาแลกกันไป
ช่วงนี้แฟนนิสยังยึดมั่นสโลแกนเดิม ลองว่าถูกใจกันแล้ว ก็ขออะไร...ก็ให้กันได้ >///<

อ๊ากกกกกกกกก ตาโจคยูฮยอนน่ารักจิงๆเลยอ่ะ...เเมนได้อีก ลูกเอ๊ยยย
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชายโจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายจะฆ่าเรารึไง!!!!
อ่านไปยิ้มไปจนแก้มจะแตกแล้ว
อย่างนี้ล่ะมั้งที่เค้าเรียกว่าฟิควายจริงๆ
คือมันหวานก็จริง แต่ก็แมนกันทั้งคู่อ่ะ
ดูแล้วมันเหมือนเป็นเรื่องจริงที่เกิดในชีวิตจริงๆเลยแหละ
อ่านไปก็ลุ้นไปอยู่
เมื่อไหร่วอนมันจะปล้ำคยูซะที???
อ่านแล้วให้แปลกใจ มันอดทนได้ไงตั้งน๊านตั้งนาน
เป็นไปไม่ได้เด็ดๆ
พออ่านไปเรื่อยๆถึงได้รู้
จริงๆคือมันไม่เคยเลิกหื่นเลยซักวินาที--*--
เห็นชัดเลยตอนกดลงกับโต๊ะกินข้าว(ตอนนี้ใครไม่เห็นก็ตาบอดแระ-*-)
แล้วยังที่จะชวนไปดูหนังรอบดึก
คิดไรป่าววะวอน????
แกไม่คิดแต่เราคิดนะเว้ยยยยยยยยย
กริ๊บกริ้ววววว~~
ปล.ตอนแรกเห็นลงในเอสเอ็มเลยไปบล๊อกของไรท์เตอร์ปรากฏว่ายังไม่ลงเลยมาอ่านในนี้ก่อนแล้วค่อยตามไปเม้นท์ที่บล๊อกต่ออีกรอบ
ปล2.เราไม่คิดว่าเม้นท์เราถูกใจไรท์เตอร์หรอกนะ แต่อยากอ่านบอมมินอ่า>____<~ ถือว่าสงสารลูกนกลูกกา แต่งเหอะค่ะ อยากอ่านมากๆ
ปล3.อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึงหน้าหล่อๆของคยูTT TT
#1 By 2oo6th on 2007-07-19 18:30