Foolish Beat 03
posted on 02 Apr 2007 16:49 by kiraz in Foolish-BeatTitle ::: Foolish Beat
Chapter ::: 03
Character ::: Kyu x Min x Bom x Dong
Rate ::: อนุบาล
เพดานสีขาวกระจ่างตาคือสิ่งแรกที่มองเห็น เปลือกตาบางกระพริบถี่ก่อนจะเปิดขึ้นรับภาพเต็มที่ ไม่ผิดแน่....กลิ่นแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ โรงพยาบาลชัวร์ ซองมินนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงอาการเจ็บตรงด้านขวาของศีรษะ พอยกมือขึ้นแตะก็พบว่ามีผ้าแปะอยู่ตรงนั้น
แตกเลยเหรอเนี่ย
ก็แตกเลยน่ะสิ
เสียงคุ้นหูดังมาจากข้างเตียง คนไข้ที่กำลังสำรวจตัวเองเงียบๆหันไปมองเห็นตาเรียวเล็กของเพื่อนสนิทมองตอบกลับมาก็ยิ้มให้
ฮยอกแจ ดีจังที่ตื่นมาเจอนาย นึกว่าต้องอยู่คนเดียวซะอีก
ใครจะทำแบบนั้นได้เล่า เจ็บมากไหม ชายหนุ่มทอดเสียงอ่อนในตอนท้าย ปัดผมข้างแก้มให้พ้นใบหน้าใส ซองมินยิ้มบาง
นิดๆน่ะ คนอื่นๆล่ะ
แยกย้ายกันไปทำงานน่ะ นายล้มไปแบบนั้นเล่นเอาพวกเราตกใจแทบแย่ พี่อีทึกเกือบสติแตกแต่น้อยกว่าพี่ฮีชอล รายนั้นวีนซะจนทีมงานหน้าเหลือแค่สองนิ้ว นี่กว่าจะยอมแยกย้ายกันไปทำงานก็ต้องไล่แล้วไล่อีก
มันเป็นอุบัติเหตุ จะโทษเค้าไม่ได้หรอก
แต่เพราะเค้าเก็บของไม่ดีมันถึงได้ล่วงลงมา เพราะแบบนี้เค้าจึงต้องชดใช้ค่าเสียเวลาให้กับทางบริษัทอีกโข แถมพวกเรายังโชคดีได้หยุดพรุ่งนี้หนึ่งวันเต็มๆเลยนะ ดีไหม ซองมินทำหน้าบู้
ดีที่หัวแตกเนี่ยนะ
ดีที่ได้พักต่างหากเล่า ว่าแต่หิวไหม ฉันซื้อของกินมาเยอะแยะเลย กลัวว่าตื่นมานายจะหิว แต่ไม่ต้องซึ้งน้ำใจนะเพราะพี่อีทึกเป็นคนจ่าย พูดจบอึนฮยอกก็หัวเราะปิดท้าย ซองมินเองก็ล้าเกินกว่าจะตอบเลยได้แต่นอนยิ้มมองอย่างเดียว
ฉันอยากกลับบ้านแล้ว นายไปขอคุณหมอให้หน่อยได้ไหม
เฮ่ย จะดีเหรอ อยู่ดูอาการก่อนไม่ดีเหรอ เผื่อ....
ฮยอกแจ ฉันไม่เป็นไรแล้ว นะ บอกคุณหมอให้หน่อยเถอะ
เออๆ เดี๋ยวไปถามให้ก่อนละกัน แต่ถ้าหมอบอกให้นอนนายก็ต้องนอนนะ ดื้อมากจะมัดไว้กับเตียงนี่แหละ อึนฮยอกหายไปไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เดินยิ้มร่ากลับเข้ามาในห้อง และก็ให้คำตอบสมกับที่ซองมินรอคอย
แล้วนายจะเสียดายความสงบสุขของโรงพยาบาล ซองมินยิ้มรับเช่นเคย
ใช่ เขาอาจเสียดายที่ไม่ได้นอนพักเงียบๆอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่เสียใจที่จะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพี่น้องคนอื่นๆ ในเวลาที่หัวใจกำลังหววดกลัวความโดดเดี่ยวอย่างแสนสาหัสแบบนี้ อย่าให้ซองมินต้องอยู่เงียบๆคนเดียวเลย
คนทั้งบ้านต้อนรับการกลับมาของซองมินได้วุ่นวายสมกับที่เขาคาดหวัง โดยเฉพาะหัวหน้าวงนั้นพอกลับมาถึงก็วิ่งตรงเข้ามากอดคนเจ็บแน่น อีทึกพึมพัมไม่ได้ศัพท์ ลูบหน้าลูบหลัง ซองมินซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ตัวเองแน่ใจว่าน้องจะไม่เป็นอะไรจริงๆ
พี่อีทึก ผมไม่เป็นไรแล้วครับแค่ตกใจเท่านั้นเอง
ตกใจจนสลบไปนี่นะ ไม่ได้ละ พรุ่งนี้ห้ามนายลุกจากเตียงไปไหนเด็ดขาด ห้ามเดิน ห้ามวิ่ง ห้ามทุกอย่าง อยากได้อะไรบอกอึนฮยอกให้หมอนั่นหยิบให้ อึนฮยอกร้องอ้าวออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ค้านออกมา ร่างสูงเพรียวกำลังนอนกลิ้งบนเตียงตัวเองมีความสุขกับวันหยุดที่จะมาถึงมากจนยอมให้ได้ทุกอย่าง
คนอื่นๆไปไหนกันหมดแล้วล่ะ ทำไมเหลือกันอยู่แค่นี้
แค่นี้คือซองมินที่นั่งอยู่บนเตียง อึนฮยอกที่นอนกลิ้งบนเตียงตัวเอง และชินดงกับซีวอนที่นั่งค้นขนมของคนป่วยกินอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วพ่อพระเอกกับเพื่อนยังไม่กลับมาอีกหรือ
ยังครับพี่ พี่ซังฮยอนโทรมาบอกว่าวันนี้มีปัญหาเรื่องคิวนิดหน่อย อาจจะกลับดึก
คิบอมเหรอครับ ซองมินเดาว่าเป็นคิบอมเพราะอีทึกพูดถึงพระเอก แต่อึนฮยอกกลับหรี่ตามองเขาเหมือนซองมินเพิ่งพูดอะไรผิดไปอย่างนั้น
ไม่ได้หมายถึงคิบอม เค้าหมายถึงพระเอกของนายต่างหากล่ะ
พระเอกของฉัน ใคร?
ก็ใครซะอีกล่ะ ได้ยินคำพูดเหมือนประชดอย่างนั้นซองมินก็ได้แต่งง ชินดงเลยร้องบอกทั้งที่กำลังเคี้ยวขนมเต็มปาก
ก็ซุปเปอร์จูเนียร์คยูฮยอนไง
คยูฮยอนโผล่เข้าในห้องของซองมินกับอึนฮยอกขณะที่เจ้าของกำลังเข้านอนพอดี พอเห็นว่าอึนฮยอกกำลังจัดที่นอนให้รูมเมท ร่างสูงก็ก้าวยาวๆ เข้ามารับหมอนไปตบให้เสียเอง คยูฮยอนช่วยเก็บมุมผ้าปูที่นอนได้คล่องแคล่วสมกับที่ซองมินเทรนด์มากับมือเพราะเมื่อ
ตอนมาถึงใหม่ๆนั้นคุณชายโจแทบทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง อย่าว่าแต่จัดเตียงเลยการจะต้มบะหมี่สักห่อหมอนี่ก็เกือบทำบ้านไหม้มาแล้ว เลยเป็นหน้าที่ของซฮงมินที่ถนัดเรื่องงานบ้านมากกว่าใครถ่ายทอดวิชาความรู้ให้วันละนิดวันละหน่อย มารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเขาทั้งสองคนสนิทกันไปเสียแล้ว
ซองมินรู้ตัวอีกที....ก็รักไปเสียแล้ว
คยูฮยอนช่วยอึนฮยอกปูเตียงโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทำไปก็หันมายิ้มให้เจ้าของเตียงที่นั่งอยู่บนเตียงอึนฮยอกเป็นระยะๆ พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ตามมานั่งมองหน้าซองมินพร้อมรอยยิ้มประจบ
เรียบร้อยแล้วครับ
ซองมินยิ้มตอบ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ยังมีรอยชื้นจากการสระเบามือ
เหนื่อยไหม
อีกฝ่ายส่ายหน้า ยืดตัวมองแผลข้างศีรษะซองมินแล้วก็นิ่วหน้านิดๆ
เจ็บมากไหมครับ
ไม่เท่าไหร่แล้วล่ะ ขอบใจนายมากนะ
คนตัวเล็กบอกเสียงอ่อน คิดไปถึงเรื่องที่เพื่อนๆเล่าให้ฟังเมื่อตอนเย็นแล้ว ใจมันก็เหมือนจะพองจนแทบล้นอก
คยูฮยอนเหมือนคนบ้า พุ่งเข้าหานายทั้งที่พวกฉันยังไม่ทันขยับตัวด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ความห่วงใยที่นายแสดงออกครั้งนี้ มันทำให้ฉันที่กำลังจะตายไปเพราะความรักของตัวเองยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง นายจะรู้ไหมคยูฮยอน นายจะรู้หรือเปล่าว่าความอ่อนโยนของนายมันทำอะไรกับหัวใจของฉันบ้าง
ไม่เป็นไรครับ ปกติผมก็ช่วยซองมินจัดเตียงอยู่แล้วนี่
ซองมินถอนใจพรืด หมดกัน คนกำลังซึ้งในใจ นายนี่มันบื้อจริงๆเลย
ไม่ได้หมายถึงเรื่องเตียง ฉันกำลังพูดถึงเรื่องที่นายช่วยฉันเมื่อเช้าต่างหากล่ะ คยูฮยอนร้องอ๋อแล้วก็เริ่มเกาจมูก ซองมินเลยรู้ว่าเจ้าน้องเล็กกำลังเกิดอาการเขินขึ้นมาแล้ว ร่างสูงขยับเข้าใกล้ จับมือซองมินมานวดเล่นอย่างเคยมือ
ไม่เป็นไรเหมือนกันครับ ผมแค่อุ้มซองมินไปขึ้นรถเอง พี่ซึงฮยอนต่างหากที่ขับรถพาซองมินไปโรงพยาบาล
ยังไงก็ขอบใจ ชินดงบอกว่าพราะนายรื้อเศษไม้กองเท่าภูเขาได้เร็ว ฉันเลยไม่ต้องเสียเลือดมาก ไม่งั้นก็คงแย่เหมือนกัน ขอบใจอีกครั้งนะ
คยูฮยอนยักไหล่ ยังคงสนุกกับการคลึงนิ้วเล็กเล่นจึงตอบไปซื่อๆ
เรื่องเล็กน้อยครับ ซองมินอย่าคิดมากเลย ถ้าเพื่อนเราคนไหนเป็นแบบซองมิน พวกเราก็ต้องช่วยกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ พอดีว่าผมอยู่ใกล้เลยเป็นอย่างที่รู้นั่นแหละครับ
นั่นสินะ
ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ซองมิน คยูฮยอนก็ต้องวิ่งเข้าไปช่วยอยู่แล้ว
มันเป็นเรื่องธรรมดาออก เป็นใครก็เดาได้
ไม่จำเป็นต้องเป็นซองมิน คยูฮยอนก็เป็นห่วง
มันน่าดีใจไม่ใช่หรือที่อีกฝ่ายซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองแบบนี้
แล้วลีซองมินยังจะหวังอะไร หวังให้ตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ให้คยูฮยอนรักและห่วงใยมากกว่าใคร เป็นคนพิเศษที่ต่างไปจากคนอื่นๆในใจของคยูฮยอน หวังให้อีกฝ่ายคิดถึงแต่เรื่องของลีซองมิน อย่างนั้นใช่ไหม
สูงเกินไปหรือเปล่าซองมิน
ลางเลือนเกินไปไหม
มากเกินไปหรือเปล่ากับความหวังของนาย
ซองมิน เป็นอะไรครับ ปวดหัวหรือเปล่า
เสียงทุ้มเรียกอยู่ไม่ไกล ซองมินรีบดึงตัวเองออกจากห้วงความคิดอันเจ็บปวดก่อนจะส่ายหน้าจนผมเส้นเล็กกระจาย ผมยุ่งๆกับตาวิ้งๆ มันน่ารักอย่างที่คยูฮยอนชอบเลย
อย่าทำแบบนี้สิครับ เดี๋ยวจะกระเทือนแผลนะ
ไม่เป็นไรแล้ว ฉันง่วงแล้วล่ะ
งั้นเรานอนกันเถอะครับ ถึงพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุด แต่สำหรับคนป่วยแล้วพี่อีทึกห้ามไม่ให้นอนดึกโดยเด็ดขาด ร่างสูงค่อยประคองคนตัวเล็กให้ลุกจากเตียงฮยอกแจ ซองมินพยายามฝืนตัวเองจากความใกล้ชิดนั้นโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว ร่างเล็กขึ้นเตียงได้ก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเองโดยไม่ต้องรอให้คยูฮยอนทำให้ แต่พอเห็นว่าคยูฮยอนกำลังจะเอนตัวลงนอนด้วย ซองมินก็ท้วงทันที
คยูฮยอน นายจะนอนห้องนี้เหรอ
ครับ คืนนี้ผมจะนอนกับซองมิน
แต่เมื่อคืนก็นอนไปแล้วนะ
แล้วนอนอีกไม่ได้เหรอครับ คยูฮยอนออดเสียงนุ่ม เจอตาแป๋วๆแบบอ้อนได้อ้อนเอาเข้าแบบนี้ ซองมินก็อึกอักไปเหมือนกัน คนตัวเล็กกว่าโบกไม้โบกมือไปมาเหมือนทำอะไรไม่ถูก ไม่ใช่ไม่อยากให้นอน ซองมินหวังว่าจะได้อยู่กับคยูฮยอนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นคืนนี้
คืนที่ซองมินอยากนอนร้องไห้จนแทบเก็บน้ำตารอไม่ได้แบบนี้
ถ้าคยูฮยอนอยู่แล้วเขาจะทำยังไง
เด็กหนุ่มก้มหน้า บังคับเสียงไม่ให้สั่นในยามที่บอกเหตุผลที่คิดได้ในวินาทีนั้นกับเจ้าของดวงตาคม ฉัน.....ฉัน ฉันมีไข้นิดหน่อยน่ะ กลัวว่ามันจะติดนาย คืนนี้นายกลับไปนอนที่ของนายเถอะนะ รอให้ฉันอาการดีกว่านี้ก่อนแล้วค่อยมานอนเตียงนี้
คยูฮยอนถอนใจเฮือก พอไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มทำหน้าบึ้งตามฉบับคุณชายที่เคยถูกตามใจมาจนเคยตัว เสียงที่เคยอ่อนนุ่มเลยเริ่มรวนตามอารมณ์
ผมอยากนอนกับซองมินนี่นา ยิ่งซองมินไม่สบายผมก็ยิ่งต้องอยู่ ถ้าเกิดผมไปนอนที่อื่นแล้วใครจะดูแลซองมินล่ะครับ เกิดไข้ขึ้นตอนดึกๆจะทำยังไง
นายก็ไม่ต้องมาห่วง!
ไม่ต้องมาคอยดูแล ไม่ต้องกังวล
เพราะถ้าทำแบบนั้น ฉันก็จะยิ่งตัดใจจากนายยากขึ้น
นายเข้าใจไหมคยูฮยอน!
ซองมินเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นขาว กลัว กลัวว่าจะหลุดความคิดเหล่านั้นไปให้คยูฮยอนได้ยินจริงๆ ถึงแม้จะอึดอัดที่ต้องเก็บมันไว้ ต้องทรมานกับความรักที่หาทางออกไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าต้องถูกเกลียด ซองมินไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะของเขากับคยูฮยอนในตอนนี้
นาย กลับไปห้องตัวเองเถอะ
ซองมิน ผมพูดมาตั้งเยอะ ซองมินยังไม่เข้าใจอีกเหรอ
ฉันบอกแล้วว่า.........
แค่กๆๆ....เอ่อ.....ขอโทษนะพวกนาย ไม่ได้ตั้งใจจะขัดหรอก แต่ช่วยนึกออกด้วยว่าฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้เหมือนกัน แล้วก็นะคยูฮยอน....ถึงนายไม่นอนกับซองมิน มันก็ยังมีรูมเมทอย่างฉันอยู่เว้ย เกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวฉันดูแลเอง นายน่ะไปนอนได้แล้ว
การเรียกร้องความมีตัวตนของอึนฮยอกได้ผลดีเกินคาด
ซองมินกับคยูฮยอนเบนสายตามาหาชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังใช้ตาเรียวๆจ้องพวกเค้ามา
จากมุมหนึ่งของห้อง ถ้าเขาไม่ส่งเสียงขึ้นมาลีซองมินกับโจคยูฮยอนคงลืมไปแล้วว่าในห้องนี้ยังมีสุดหล่อลีฮยอกแจที่กำลังนั่งฟังการสนทนาของพวกมันด้วยความอึดอัดใจอีกคน
ไอ้คนหนึ่งก็รักเค้าจนยอมใจอ่อนได้ทุกครั้ง
ไอ้อีกคนก็ซื่อบื้อไม่รู้สักทีว่าเค้ารัก เอาแต่อ้อนได้อ้อนเอาอยู่นั่น
ฮยอกแจเห็นแล้วอยากจะจับหัวมันโขกกันให้รู้แล้วรู้รอด เผื่อมันจะมองเห็นทางสว่างกันได้บ้าง
ฉันนึกว่านายออกไปข้างนอกซะอีก
ฟัง ฟังไอ้น้องสิบสามมันพูด น่าเสกซองมินเข้าท้องให้จุกตายนัก
ไม่ได้ออกเว้ย ยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน ขอโทษทีฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน นายแหล่ะออกไปได้แล้ว แล้วก็ปิดไฟให้ด้วย ขอบใจ
ถูกเจ้าของห้องคนหนึ่งไล่เอาตรงๆ ส่วนอีกคนก็ดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิดหัว คยูฮยอนเลยต้องยอมถอยออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ประตูปิดลงทิ้งไว้แต่ความสลัวในห้องนอนของสองเพื่อนรัก อึนฮยอกนั่งลงข้างคนที่นอนบนเตียง ลูบไหล่เล็กเบามือ
เสียท่าเด็กจนได้นะ
แรงสั่นไหวของไหล่เล็กยิ่งชัดเจน อึนฮยอกเลยแทรกตัวลงนอนเตียงเดียวกัน ชายหนุ่มดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอด ลูบแผ่นหลังซองมินโดยไม่พูดอะไรอีก
ครู่ใหญ่กว่าเสียงเล็กจะยอมเอ่ยคำ
รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เมื่อเช้า นายละเมอ
ละเมอหรือ นี่ฉันเป็นเอามากขนาดนั้นเชียว
ความจริงฉันเผลอคิดว่านายสองคนรักกันด้วยซ้ำ แต่.....ช่างเถอะ นอนซะ
แต่เขาไม่ได้รักฉันอย่างนั้นใช่ไหม
ซองมิน ซองมินบิดริมฝีปากยิ้ม ใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้งเหมือนเด็กๆ
ไม่เป็นไรหรอก ฉันเจ็บจนชินแล้ว ถ้ามันจะเจ็บมากกว่านี้มันก็ไม่แปลก นายรู้อะไรไหมฮยอกแจ คยูฮยอนน่ะฉลาดที่สุดเลยนะ เวลาใดที่ฉันเหมือนจะตัดใจได้เขาจะต้องเข้ามาทำให้ฉันรักเขายิ่งกว่าเดิม ทำแบบไม่รู้ตัวด้วยนะ แล้วมันก็ได้ผลด้วย ฉันยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวัน ในขณะที่เขา...ก็ยังไม่รู้ตัวเหมือนเดิม
แบบนั้นเค้าเรียกว่าโง่แล้ว
คนคนหนึ่งทุ่มเทความรักให้ตนเองมากขนาดนี้ คนฉลาดที่ไหนมันจะไม่รู้ตัวได้อีก หรือจะเป็นอาการเฉพาะคนฉลาดของลีซองมิน ฮยอกแจปัดปอยผมนิ่มให้พ้นใบหน้าเล็ก ชายหนุ่มใจหวิววับเมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ยังเปรอะทั่วแก้มเนียน นานเท่าไหร่แล้วกับการรักเขาข้างเดียว นานเท่าไหร่แล้วกับความเจ็บปวดของนาย ซองมิน
หลับเถอะ บางทีพรุ่งนี้มันอาจจะดีกว่าวันนี้ก็ได้
ซองมินยิ้มทั้งที่ยังหลงเหลือรอยสะอื้นไม่จาง
รักนายนะฮยอกแจ
เออ!
ตอบให้ซองมินหัวเราะคิกแล้วก็พริ้มตาหลับอย่างว่าง่าย
อึนฮยอกผ่อนลมหายใจยาว
อดทนหน่อยนะซองมิน
บางทีเวลาอาจจะช่วยนายได้ แม้ไม่ช่วยให้สมหวัง
ก็อาจจะช่วยให้.....ลืม.....เด็กคนนั้นไปจากใจนายเสีย
หากมันทรมานมากนัก ฉันก็หวังให้นายลืมมันซะซองมิน
ลืมคยูฮยอนซะ!