Foolish Beat 02
posted on 21 Feb 2007 02:55 by kiraz in Foolish-BeatTitle ::: Foolish Beat
Chapter ::: 02
Character ::: Kyu x Min x Bom x Dong
Rate ::: อนุบาล
อึนฮยอกบิดขี้เกียจจนสุดแขนก่อนจะค่อยๆดันตัวเองให้ลุกจากเตียงอย่างยากเย็น ดวงตาเรียวเล็กอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวมองกวาดไปทั่วห้องตั้งแต่ประตู ตู้เสื้อผ้า หน้าต่าง ก่อนจะมาหยุดที่เตียงของรูมเมท ชายหนุ่มย่นคิ้วนิดๆ ขยี้ตา แล้วก็เพ่งสายตามองร่างสองร่างบนเตียงนั้นอีกครั้ง
ไอ่คู่นี้ เอาอีกละ
พึมพำกับตัวเองคนเดียว จากนั้นก็ลุกจากเตียงหยิบผ้าขนหนูเตรียมออกไปอาบน้ำแต่งตัว แต่ก่อนจะออกจากห้องก็ยังไม่วายหันมามองที่เดิมอีกครั้ง ไก่ฮยอกถอนใจกับตัวเอง
มันนอนกันแบบไม่กลัวใครเข้าใจผิดเลยเว้ย
ซองมินกับคยูฮยอนจะเข้ามานอนด้วยอีท่าไหนไม่รู้ แต่ภาพที่เขาตื่นมาเห็นคือภาพที่ร่างสูงของคยูฮยอนกำลังนอนหลับสนิท ตะแคงหันหน้าเข้าหาผนังในอ้อมกอดของหมอนั่นมีหมอนข้างตัวกลมที่ใส่ชุดนอนสีชมพูอ่อนทั้งชุดกอดซุกกันแนบแน่นซะจนน่าอิจฉาปนหวาดเสียว
เอ็งเอ้ย เช้าๆแบบนี้แล้วไปเบียดกันแบบนั้น มันไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงวะ
แล้วไอ้ผ้าห่มที่คลุมถึงแค่เอวน่ะ ถีบมันทิ้งไปซะก็ได้ มันคงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่หรอก เล่นหนาวเนื้อห่มเนื้อซะแนบแน่นขนาดนั้น อึนฮยอกมองไปมองมาจากที่นึกสงสัยปนขำก็ชักจะอิจฉาขึ้นมานิดๆ
ดูเอาเถอะ ก็หลับสนิทกันทั้งสองคนแบบนี้แสดงว่ามันคงนอนสบายกันจริงๆ คยูฮยอนนั้นเสียสละแขนข้างหนึ่งให้เพื่อนรุ่นพี่ของมันหนุนนอนอีกข้างก็โอบมากุมมือซองมินไว้ ใบหน้าหล่อร้ายกาจซุกซบที่เรือนผมสีสว่างของคนข้างหน้า ทั้งที่กำลังหลับตาแต่ริมฝีปากกลับแย้มน้อยๆเหมือนพออกพอใจกับการพักผ่อนครั้งนี้เหลือเกิน
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าฝันดี
ซองมินตื่นนอนหลังจากที่อึกฮยอกตื่นประมาณครึ่งชั่วโมง พอลืมตาได้ก็กวาดตามองหาคนที่อ้อนขอนอนด้วยเป็นลำดับแรกแต่สิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่า ริมฝีปากเล็กคลายเป็นรอยยิ้มบาง หวังอะไรอยู่หรือซองมิน หวังจะให้เขารอจนเราตื่นแล้วค่อยลุกไปจากเตียงพร้อมกันอย่างนั้นหรือ
มากเกินไปหน่อยมั้ง
เสียงโหวกเหวกเฮฮาดูจะเป็นเรื่องปกติของชั้นนี้เสียแล้ว ยิ่งในคอนโดที่รวบรวมเอาลิงสารพัดสายพันธุ์มาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้าจนค่ำแบบนี้ยิ่งไม่ต้องเสียเวลาสงสัย เช้าไหนตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนั่นต่างหากล่ะ ผิดปกติ
ซองมินยื่นหน้าเข้าไปในห้องนั่งเล่น เห็นคยูฮยอนกำลังนั่งคุยอยู่ในกลุ่มของอึนฮยอกแล้วก็ทงเฮก็ยิ้มให้....ไม่แปลกใจที่จะเห็นนายอยู่ใกล้กันกับเขา เข้าใจดีเหตุผลที่นายรีบตื่นขึ้นมาในแต่ละวันมันก็เพื่อเขา อยากเจอเร็วๆ อยากใช้เวลากับคนๆนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันเข้าใจดีคยูฮยอน
ร่างเล็กเดินเลยไปหาอีทึกที่กำลังทำหน้านิ่วกับตารางงานในมือ แตะนิ้วลงหว่างคิ้วเรียวของพี่ชายสุดที่รัก บอกเสียงใส
หน้ายับหมดแล้ว ตารางแน่นมากเลยเหรอครับพี่
มาก พี่กำลังกลัวว่าพวกเราจะรับไม่ไหวเอา
ทำไมล่ะครับ ถามพลางหย่อนตัวลงนั่งติดกัน อึทึกถอนใจยาวอย่างหนักใจ
ก็มันเหนื่อยมาพักใหญ่แล้ว ยังไม่ได้พักผ่อนแบบเต็มที่สักวันเลย พี่กลัวว่ามันจะเกินลิมิตร่างกายของพวกเรา จะขอพวกผู้ใหญ่ก็ไม่ได้อีกเรื่องแบบนี้ข้างบนเป็นคนจัดการ แถมช่วงนี้งานก็กำลังไปได้ดี อย่าพูดถึงหนึ่งวันเลยแค่ครึ่งวันยังยากแล้ว
พี่อยากพักผ่อนเหรอครับ
อยาก แต่ถ้าให้เลือกตอนนี้พี่ก็เลือกงานก่อน
แล้วพี่มาเครียดทำไม
ก็พี่เป็นห่วงพวกนาย ซองมินฟังแล้วก็ร้องอ๋อ เหตุผลของพี่อีทึกเล่นเอาซองมินนึกรักคนพูดขึ้นมาอีกโข คนตัวเล็กซบหน้าลงกับต้นแขนอีกฝ่าย คลอเคลียเหมือนลูกแมวน้อยจนอีทึกอดที่จะลูบเส้นผมนุ่มนั้นไม่ได้
พี่เป็นห่วงพวกเรา พวกเราก็เป็นห่วงพี่นะครับ การทำงานของซุปเปอร์จูเนียร์ก็เป็นแบบนี้มาช่วงหนึ่งแล้ว ทุกคนน่าจะปรับตัวได้หมดแล้วนะผมว่า ดูสิ ถึงจะเหนื่อยกันมามากแค่ไหน พอได้นอนหน่อยก็ลุกมาบ้าพลังกันได้เหมือนเดิม ซองมินเว้นช่วงเมื่อต้องละสายตาไปมองอึกฮยอกที่โวยวายเรื่องไร้สาระขึ้นมาอย่างรู้จังหวะ เห็นอีทึกหัวเราะขำก็พูดต่อว่า
อย่ากังวลไปเลยครับ พี่น่ะงานเยอะกว่าพวกเราอีก เมื่อลีดเดอร์ของเรายังไหว พวกเราก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน อีทึกถอนใจยาว ไม่ได้เว่อร์นะ แต่พอฟังเจ้ากระต่ายน้อยพูดแบบนี้แล้วเขารู้สึกเหมือนตารางที่ถูกกำหนดมาเสียเต็มเอี๊ยดทั้งเดือนตรงหน้านี้น่ะ มันกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย
ซองมิน มีใครเคยบอกไหมว่านายน่ะปลอบใจคนเก่งเป็นบ้าเลย
ผมก็แค่พูดความจริง
นอกจากปลอบเก่งแล้วยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีด้วย โชคดีจังที่พี่มีน้องอย่างนาย
ลีดเดอร์เสียงใสหน้าสวยแต่นิสัยแมนโครต-กอดซองมินจนเต็มแรงแขนแล้วก็ฟัดร่างนิ่มจนซองมินแทบช้ำไปทั้งแก้ม ฟักทองน้อยหัวเราะร่าเริงแต่ในวูบหนึ่งของความรู้สึกมันอดที่จะถามตัวเองไม่ได้
แปลกไหมซองมิน คำพูดประโยคเดียวกัน แต่พอได้ฟังจากใครอีกคน ทำไมมันถึงได้ให้ความรู้สึกต่างจากตอนที่พี่อีทึกชมเขาเหมือนขาวกับดำเลยนะ
ทำไมตอนนี้ ซองมินถึงไม่รู้สึกเจ็บร้าวในอกเหมือนเมื่อตอนนั้น
ตอนที่คยูฮยอนพูดมันออกมา
โหย จะมาสวีทอะไรกันอยู่ตรงนี้เนี่ย โลกนี้มีแต่สองเราเลยนะ
ฉันรักเธอ เธอรักฉัน เรารักกัน หลันล้าๆ ก่อนอาหารเช้าไง อิจฉาเหรอ
อึนฮยอกทำหน้ามุ่ย หลังจากผละจากหน้าทีวีเข้ามาแทรกคนทั้งสองได้สำเร็จก็เลยปักหลักยืนอยู่ตรงนั้น ตาเรียวหรี่มองภาพความใกล้ชิดนั้นด้วยสายตาที่ห่างไกลกับคำว่าอิจฉาเยอะ ดีเจคู่หูของอีทึกนึกไปถึงภาพบนเตียงในห้องเมื่อเช้าแล้วก็ยักไหล่
ซองมินมันก็ถึงเนื้อถึงตัวกับคนอื่นเป็นปกตินี่หว่า
สงสัย....จะคิดมากไปมั้ง
สงสัยจะอิจฉาจริงๆซองมิน นายสงเคราะห์รับเป็นแฟนสักวันสองวันซิ
พี่อีทึก ผมคงไม่มีกรรมขนาดนั้นหรอก
อีทึกหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง ขณะที่คนที่ถูกพาดพิงถึงแทบจะถลาเข้ามาบีบคอซองมิน แต่เมื่อกระต่ายน้อยยึดเอาพี่ใหญ่ของวงเป็นที่ป้องกัน อึนฮยอกเลยได้เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับตาแป๋วๆคู่นั้น
ฉันก็คงไม่กรรมหนักถึงต้องเป็นแฟนนายหรอกน่า ขี้เกียจกล่อมนอนทุกคื้น....ทุกคืน
ใครเค้าอยากให้นายกล่อมกัน ผอมบักโกรกขนาดนี้ ขืนกอดมีหวังตื่นเช้ามาฉันคงพรุนทั้งตัวเพราะโดนกระดูกไก่เสียบ เถียงกลับแล้วก็ไม่คิดจะรอฟังต่อ ซองมินดึงอีทึกให้ลุกขึ้นแล้วก็ลากตรงไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไก่ฮยอกต้องค้อนประตูหน้าต่างแถวนั้นเป็นการระบายอารมณ์
เออสิ ใครจะน่ากอดเหมือนไอ้น้องเล็กของนายล่ะ
คยูฮยอนมันหุ่นดี มันไม่มีกระดูก เวลากอดมันคงอุ่น ตอนนอนถึงได้เบียดกันจนผ้าห่มหมดความหมายแบบนั้น ฮยอกแจฟึดฟัดอยู่เดี๋ยวเดียวก็วิ่งเร็วๆตามเข้าไปในห้องครัว แล้วความวุ่นวายของวันใหม่ก็เพิ่มเป็นทวีคูณ
วันนี้ก็ยังเหมือนเมื่อวาน
เพราะวันนี้ทั้งวันคยูฮยอนเอาแต่ทำหน้านิ่งแถมยังพูดน้อยกว่าปกติ ไม่ว่าใครเรียกหาหรือชวนคุยเจ้าตัวไม่เคยที่จะตอบรับได้เลยในครั้งแรกเดือดร้อนให้คู่สนทนาต้องคอยสะกิดถามซ้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะรู้สึกตัว เด็กหนุ่มเอาแต่เหม่อ บางครั้งก็พูดงึมงำอยู่ในคอเหมือนคนคิดไม่ตกอยู่ตลอดเวลา และภาพเหล่านี้ก็ทำให้ซองมินต้องคอยลอบมองอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้
เป็นอะไรไปอีกหรือเปล่านะ
มีเรื่องกลุ้มใจอะไรอีกหรือเปล่า หรือมีใครทำให้คิดมากอีก
ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่สนใจ แต่สุดท้ายร่างขาวจัดก็ถือโอกาสตอนที่ทีมงานพักเปลี่ยนฉากเดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างอยู่คนเดียว ไปถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่งคำถามแรกออกไปแบบไม่มีการอารัมภบทให้เสียเวลา
เป็นอะไร วันนี้ทำท่าแปลกๆตั้งแต่เช้าเลยนะ
เหรอครับ
ซองมินขมวดคิ้วฉับ นึกว่าถูกกวนกลับมาแต่พอเห็นสีหน้าเอ๋อๆของคนตัวสูงกว่าแล้วก็ค่อยเข้าใจว่าคยูฮยอนกำลังล่องลอยของจริง....แต่จะลอยไปไหนก็แล้วแต่ว่าเจ้าตัวจะตอบให้รู้หรือเปล่า
มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมเอาแต่ทำหน้าเครียด ดูสิ คิ้วชนกันหมด
ปลายนิ้วเล็กเล็กกดรอยยับตรงหัวคิ้วเข้มแล้วคลึงให้อย่างเบามือ คยูฮยอนยิ้มเนือย จับมือเล็กมากดจูบหนักๆ แล้วก็เลยโอบที่ปรึกษาส่วนตัวมากอดไว้หลวมๆ เสียงทุ้มออดอยู่ข้างแก้มนิ่ม
ผมมีเรื่องต้องคิดล่ะ
อยากจะคิดคนเดียวหรืออยากให้ช่วยคิดล่ะ
รู้ใจ
ซองมินหัวเราะคิก มองหน้าหล่อคมของคนอายุน้อยกว่าอย่างรู้ทัน ยังไม่ทันพูดอะไรกันต่อคยูฮยอนก็ผละออกห่างอย่างเร็วจนซองมินแทบเซ ดวงตาคู่สวยเบิกมองคยูฮยอน เห็นคนตรงหน้าทำท่าอึกอักก็เหลียวไปมองข้างหลังบ้าง
ทงเฮ มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ
ก็ตั้งแต่เห็นคนสวีทกันแบบไม่เกรงใจเพื่อนนั่นแหละ ซองมินหน้าร้อนวูบ หากความอุ่นร้อนเมื่อครู่กลับถูกน้ำเสียงห้วนห้าวของคยูฮยอนสาดกลบไปจนไม่มีเหลือ
เหลวไหล พวกเราไม่ได้เป็นอย่างที่ทงเฮคิดนะ
จริงน่ะ แล้วนายไปกอดซองมินทำไมหาคยูฮยอน เพื่อนฉันเสียหายนะเว้ย
ผมก็กอดเหมือนที่กอดคนอื่นๆในวง พวกเราไม่ได้คิดอะไรกันแบบนั้นสักหน่อย ใช่ไหมครับซองมิน ซองมินยังยืนนิ่งจนเมื่อถูกคนข้างตัวสะกิดซ้ำจึงได้แย้มริมฝีปากให้ทงเฮ ยิ้มสั่นๆและได้แต่หวังว่าเพื่อนรักคงไม่ทันสังเกตเห็น...ความทรมานในใจนี้ ขออย่าให้มีใครรับรู้เลย
ก็ภาพมันฟ้อง ฉันก็คิดน่ะสิ พอทงเฮทำปากยื่น คยูฮยอนบีบจมูกเล็กนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว
ไร้สาระ เอาเวลาไปคิดเรื่องที่มันเป็นไปได้เถอะ
ได้ยินหรือยังซองมิน
ชัดเจนดีไหม
หรือยังไม่สาแก่ใจ ต้องให้เค้าย้ำใส่หน้าอีกรอบถึงจะรู้ตัว
เรื่องของซองมินกับคยูฮยอน มันเป็นไปไม่ได้
ขอบตาทั้งคู่ร้อนผ่าวจนไม่อาจจับภาพความเคลื่อนไหวใดๆได้อีก ลึกในอกมันปวด แน่น ร้าวแล่นขึ้นมาถึงคอ ซองมินคิดว่าอีกไม่กี่วินาทีความรู้สึกที่เก็บกดมาตลอดมันคงได้ปะทุออกมาพร้อมน้ำตาเป็นแน่ บอกตัวเองให้หลบออกมาจากตรงนั้นเงียบๆ ไปไหนก็ได้ ไปให้ไกลๆ จะได้ไม่ต้องเห็น ไม่ต้องได้ยิน ไม่ต้องรับรู้เรื่องที่มันทำร้ายใจมากไปกว่านี้
อยากร้องไห้ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่นัยน์ตามันกลับแห้งผากจนเจ็บ
ในปากรับรู้ถึงรสขมปร่าที่เกลียดแสนเกลียด
เจ็บ เจ็บเหลือเกิน
ใครก็ได้ ช่วยผมที
ระวัง!!!
เสียงตะโกนดังแหวกความจอแจขึ้นมาแบบไม่มีใครคาดคิด ตามด้วยเสียงล้มโครมครามของฉากไม้ที่วางไว้สำหรับจัดฉากต่อไป เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมามองที่มาของมันอย่างตกใจ และภาพร่างเล็กในชุดคุ้นตาที่กำลังนอนนิ่งอยู่ใต้นั้นก็ทำให้คยูฮยอนผละจากทงเฮราวกับลูกธนูที่ถูกเหนี่ยวออกไปเต็มแรง
เสียงห้าวร้องหาเจ้าของร่างเล็กดังก้องสตูดิโอ
ซองมิน!!
จบไปอีกหนึ่งตอน ตกลงใจแล้วว่าจะจบให้ได้ภายในห้าตอน เพราะไม่อย่างนั้นคงได้แฉความโง่ของพระเอกออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วน้องมิ้นท์ก็จะเจ็บมากขึ้นเป็นเงาตามตัว สงสารมิ้นท์ แต่เรื่องนี้ก็โทษใครไม่ได้ ถ้าจะผิดก็ผิดที่โจ้มันดันหล่อ เมื่อหล่อแล้วก้ต้องเลวด้วย ต้องทำให้มิ้นท์เจ็บปวด (จำเป็น?) ยิ่งหล่อก็ยิ่งเลว ยิ่งเลวกจะยิ่งเท่ แล้วคนแต่งก็ยิ่งหลงหัวปักหัวปำ ฮ่าๆๆ
สองตอนแล้ว ฝากด้วยนะคะ ^^

#1 By นารุ อุ๊โย่วๆ~~ on 2007-02-21 15:17