Just You
posted on 26 Jan 2007 14:11 by kiraz in Short-Fiction
คำเตือน ::: หลังจากอ่านเรื่องนี้จบ หลายคนอาจจะมีปฏิกริยาต่างกันไปตามระดับสติในตัว แต่คาดว่าคงมีหลายๆคนที่มีอาการเหมือนแฟนนิสเอง คือ.......ซซซซซซซซซซซ...............(สกรีมอย่างรุนแรง) เพราะฉะนั้น ใครที่กลัว อย่าอ่านค่ะ
Title ::: Just You
Chapter ::: (ตอนเดียวจบ)
Theme ::: Mystery (AND) Horror
Rate ::: นิดๆ ไม่จัดจ้าน
เธอคงไม่รู้เลย ไม่เคยจะเข้าใจในความเปลี่ยนไปที่ฉันมี
เราอยู่ใกล้กันดังเพื่อนที่แสนดีเธอคงรู้สึกแค่นั้น
เพราะฉันซ่อนมันไว้ข้างใน ความในใจที่ตัวฉันมี ไม่เคยบอกให้เธอได้ฟังซักที คำๆนี้ที่ดังอยู่ก้องในใจ เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน หัวใจฉันพูดกับเธอ ทุกที่ที่ได้พบที่ได้เจอ
ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะสัมผัสถึงในใจฉัน
มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน
.
นับจากครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ มาจนถึงตอนนี้ก็ร่วมหลายปีดีดัก ชเว ซีวอนเพิ่งซาบซึ้งกับความหมายของมันในวันนี้เอง ชายหนุ่มผู้ครองตำแหน่งเจ้าชายแห่งซูจูซบใบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างอ่อนแรง
ทำไมหนอ ทำไม
ทำไมไม่เข้าใจหัวใจตัวเองให้เร็วกว่านี้
ทั้งที่คนๆนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง แต่....แต่เขาก็ยังปล่อยให้คนอื่นคว้าไป
นายมันโง่ ซีวอน
โง่อย่างไม่น่าจะให้อภัย!
ซีวอน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ
เจ้าของเสียงทักเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ลักยิ้มที่บุ๋มอยู่มุมปากหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้เจ้าตัวภูมิใจหนักหนากดลึกลงในยามที่ส่งยิ้มทักทายเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง
พี่อีทึก ยังไม่นอนหรือครับ
พี่น่าจะถามนายมากกว่า จะตีสามอยู่แล้วทำไมยังไม่นอน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า
ซีวอนยิ้มหมอง ส่ายหน้าตอบ
แค่นอนไม่หลับน่ะครับ
ทำไมล่ะ หรือเพราะแปลกที่
เพราะปกตินั้นซีวอนจะอยู่คอนโดกับพ่อและแม่ แต่ช่วงนี้พวกเขางานยุ่งแถมยังเลิกงานเสียดึ่กดื่น ซีวอนเลยเลือกที่นอนที่นี่กับเพื่อนคนอื่นๆ อีทึกเลยนึกไปว่าซีวอนอาจจะนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ และซีวอนเองก็เต็มใจที่จะให้อีกฝ่ายรู้แค่นั้น
ครับ แต่ตอนนี้ก็ง่วงมาหน่อยแล้วล่ะ
ง่วงก็ไปนอนซะ จะเช้าอยู่แล้ว
ครับ
ผิดปกติ!
สัญชาตญาณของลีดเดอร์มันตะโกนอยู่ข้างใน ปกติซีวอนมันยอมอะไรแบบนี้ง่ายๆที่ไหน ไม่ย้อนถามก็ต้องกวนตอบกลับมา ไอ้เรื่องที่จะยอมก้มหน้ารับคำสั่งอย่างเรียบร้อยประหนึ่งเอาปากมาด้วยแบบนี้....ไม่เคยรู้ว่าเป็นนิสัยของหมอนี่ด้วย
ซีวอน นายโอเคหรือเปล่า
ผมสบายดี
แต่พี่ว่าไม่ว่ะ นายเหมือนคนอกหัก
กึก!
เหมือนโดนพอสไว้ด้วยปุ่มเดียวคือคำว่าอกหัก คุณชายชเวกระพริบตาปริบ ใบหน้าที่เผือดจนเกือบซีดหันมามองคนพูด ริมฝีปากได้รูปพยายามฉีกเป็นรอยยิ้มหากก็เฝื่อนเต็มที่
พี่พูดเรื่องอะไร คนอย่างผมเนี่ยนะจะอกหัก
เออสิ ยิ่งกว่าอกหักอีกนะ เหมือนคนตรอมใจ
อย่างงั้นเชียว
ไม่มีคำใดจะตอบโต้เมื่ออีทึกย้ำคำได้มั่นใจขนาดนั้น ซีวอนหัวเราะเสียงแผ่ว โบกมือให้แล้วก็เดินขึ้นบ้านไปเงียบๆ ทิ้งให้หัวหน้าวงยืนคิดหนักอยู่คนเดียว
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
ข้อสงสัยของอีกทึกยิ่งชัดเจนและเห็นทางเป็นจริงมากขึ้นในเช้าวันต่อมา ชายหนุ่มเดินแกมวิ่งลงบันไดมาในชุดเตรียมพร้อมสำหรับออกจากบ้าน วันนี้ทั้งกลุ่มมีงานตั้งแต่เช้า ยกเว้นคิบอมที่ต้องแยกไปถ่ายละครอีกเมืองหนึ่ง มาถึงตรงนี้อีทึกจึงถอนสายตาจากคุณชายซีวอนไปหยุดที่เด็กผู้ชายตัวเล็ก ทงเฮก็ยังร่าเริง สดใสเหมือนเคย ไม่มีอาการบ่นออดแอดที่คิบอมต้องแยกไปทำงานเดี่ยวเหมือนช่วงแรกๆ
เจ้าตัวแสบแอบอาศัยจังหวะที่ซองมินเผลอคีบเนื้อชิ้นโตมายัดใส่ปากตัวเอง ทำเอาซองมินโวยลั่นห้องกินข้าว แล้วก็เกิดอาการงอนกันระหว่างคนน่ารักสองคนเหมือนที่เห็นทุกเช้าเย็น
เดือดร้อนถึงคยูฮยอนที่ต้องเสียสละเนื้อส่วนของตัวเองให้คนข้างตัวอย่างรู้หน้าที่
คยูฮยอนมันผอมบักโกรกเพราะอย่างนี้นี่เอง
ไม่ใช่เพราะผมนะ เพราะทงเฮต่างหากล่ะ
ซองมินแย้งเสียงสะบัด ชายตามองทงเฮที่ยังยิ้มโชว์เขี้ยวอย่างไม่รู้สึกรู้สม ซองมินมองตาวิบๆของทงเฮแล้วก็รีบพุ้ยข้าวเข้าปาก....รีบกินก่อนที่จะไม่ได้กินดีกว่า ทงเฮตอนหิวน่ะ อะไรก็ห้ามไม่อยู่หรอก
แต่ถ้าเป็นคนอื่นคยูฮยอนมันคงไม่ยอมสละให้หรอก
ให้สิ ก็คยูฮยอนเป็นคนดีนี่ เนาะ ซองมินยิ้มหวาน คนถูกถามก็พยักหน้ารับ ไม่เถียง ไม่ขัดใจ
มันจะให้อย่างอื่นแทนสิไม่ว่า ทงเฮค่อนเสียงไม่เบานัก ยิ่งเห็นภาพสวีทของซองมินกับคยูฮยอนแล้วก็ยิ่งอยากจะแกล้งพังโต๊ะเสียให้รู้แล้วรู้รอด หวานกันเกินหน้าเกินตาไปหน่อยมั้ง
อิจฉา ก็บอกมาเถอะน่าทงเฮ คยูฮยอนเย้าเสียงนุ่ม ยิ่งทำให้ทงเฮฮึดฮัด
พูดมาก กินเข้าไป!
อีทึกหัวเราะน้อยๆ เลื่อนเก้าอี้ลงนั่งข้างคนตัวสูงที่เอาแต่มองภาพตรงหน้าตาไม่กระพริบ หัวหน้าวงหน้าสวยมองตามสายตาคมแล้วก็นึกเอะใจ
ซีวอน หรือว่านายจะ......... - - - - - -
ทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ซีวอนมีอาการเหมือนคนหลับใน ไม่รับรู้ ไม่ตอบรับ ไม่กระพริบตา เอ...มันยังหายใจอยู่หรือเปล่าวะ อีทึกเลยใช้ศอกสะกิดสีข้างน้องรักเข้าไปหนึ่งที...เน้นๆ....คราวนี้ซีวอนถึงกับคราง หันมามองเขาหน้าตาตื่นเลยทีเดียว
เจ็บนะพี่ ทำอะไรน่ะ
บอกให้รีบกินข้าว มัวแต่มองอะไรอยู่
ไม่ได้มอง
แน่ใจ
ก็....มองไปเรื่อยเปื่อยแหละ พี่อย่าซักเลยน่า
ปากหนักนักนะไอ้คุณชาย อีทึกยักไหล่ หยิบตะเกียบขึ้นมาลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย คนอื่นๆก็มีเรื่องให้คุยกันไปตลอดมื้ออาหาร จนเกือบจะอิ่มกันนั่นแหละ อีทึกจึงวางตะเกียบแล้วเอ่ยขึ้นลอยๆว่า
ซองมิน กับ คยูฮยอน
เคร้ง!!
ขอโทษ ผมลืมโทรศัพท์ ขอขึ้นไปเอาก่อนนะ
พูดจบก็เดินดุ่มๆออกไปจากห้องทันที อีทึกหันมามองคนอื่นๆในโต๊ะแล้วก็ยักไหล่ ซีวอนเอ้ย ปฏิกริยาเกินคาดนะนาย แค่เอ่ยชื่อออกมาก็ผวาขนาดนี้ และแล้ว....ข้อสงสัยของอีทึกก็กระจ่างในบัดเดี๋ยวนั้นเอง
ซีวอนกำลังเป็นโรครัก(คุด)อย่างไม่ต้องสงสัย!
มินิคอนเสริ์ตการกุศลที่ทางค่ายจัดร่วมกับมูลนิธิแห่งหนึ่งได้รับความสนใจจากแฟนๆมาก
ขนาดที่ว่างานจัดขึ้นกลางวันแสกๆ อากาศก็ร้อนแสนร้อนแต่ก็ยังมีคนแห่กันมาดูการแสดงจนแน่นลานการแสดงไปหมด อีทึกยิ้มชื่นเพราะนั่นหมายถึงความนิยมที่จะพุ่งปรี๊ดขึ้นตามอุณหภูมิอากาศด้วย หัวหน้าวงจึงเริงร่าได้ตลอดทั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน ทั้งที่สมาชิกคนอื่นๆนั้นหอบแฮ่กกันเป็นแถว
ซีวอนทิ้งตัวลงนั่งในห้องพักอย่างอ่อนแรง ตาคมมองปราดทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมแบบไม่ต้องรอสมองสั่งงาน ในจำนวนผู้คนที่ขวักไขว่อยู่นี้ คนที่เขามองหากลับเด่นชัดขึ้นมาในสายตา รอยยิ้มอ่อนหวานติดจะอ้อนโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ แววตาใสซื่อ ใบหน้าที่มักจะพราวไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ไม่ว่านายจะแสดงออกแบบไหนเพียงแค่มองแวบเดียว ฉันก็รู้ไปถึงใจนาย
ทั้งที่เป็นอย่างนี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะมองเห็นเขา
ชายหนุ่มขยับนั่งตัวตรง บอกตัวเองให้มองที่อื่น อย่าได้สนใจภาพบาดตาบาดใจนั่นเลย แต่สมองมันก็ต้องแพ้หัวใจอยู่วันยันค่ำ ตามันยังจับจ้องที่กลุ่มนั้นจนถูกดวงตาคมกริบตวัดมองกลับมา
คยูฮยอนเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนจะถาม แต่ซีวอนก็ทำได้แต่ยิ้มตอบกลับไป
น่าสมเพชชะมัด ซีวอน
รักคนมีเจ้าของ เจ็บไปถึงใจเลยไหมล่ะ
ซีวอน เสียงหวานร้องอยู่ข้างตัว พร้อมร่างเล็กที่ทรุดลงนั่งติดกัน ซีวอนสะดุ้งสุดตัวหันไปมองคนตัวเล็กแบบตื่นๆ
ซองมิน
พูดได้แค่นั้นก็เงียบ ได้แต่มองอีกฝ่ายนิ่ง
ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้ดูเงียบๆไปนะ
ก็ไม่เป็นอะไรนี่ คิดมากเหมือนพี่อีทึกอีกคนแล้ว
ก็เราเป็นห่วง ซีวอนเป็นเพื่อนเรานะ
ซองมินบอกเสียงอ่อน หารู้ไม่ว่าประโยคนั้นมันทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที ซีวอนฝืนยิ้มเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร คนตัวสูงทำท่าจะลูบศีรษะเล็กแต่พอเห็นใครบางคนกำลังมองมาจากอีกด้านหนึ่งของห้องก็ต้องลดมือลง ของของใครใครก็ห่วงก็หวงสินะ
ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่เพลียน่ะ
จริงเหรอ งั้นซีวอนดื่มนี่นะ
อะไรน่ะ
ยาวิเศษ ซีวอนมองกระป๋องน้ำผลไม้ในมือแล้วก็ยิ้ม ความเย็นของมันเหมือนยาวิเศษที่ช่วยดับความรุ่มร้อนใจใจเขาได้อย่างน่าทึ่ง คยูฮยอนซื้อมาเผื่อน่ะ บอกว่าเห็นซีวอนซึมๆ หมอนั่นก็เป็นห่วงนายนะ
มือที่กำลังแกะกระป๋องชะงักกึก
ซีวอนมองของในมือนิ่ง
ฝากไปขอบใจคยูฮยอนด้วยนะซองมิน
อื้ม ร่าเริงเร็วๆนะ
คนตัวเล็กบอกทิ้งท้ายก่อนจะโอบซีวอนเข้ามาจุ๊บแก้มไปหนึ่งที กริยาที่ทำกันเป็นปกติในบ้านแต่กลับสร้างความหวั่นไหวให้กับคนตัวสูงจนเกือบจะทำกระป๋องน้ำผลไม้หลุดมือ
ซองมินเดินกลับไปหาคยูฮยอนและทงเฮได้พักใหญ่แล้ว แต่เขายังไม่สามารถถอนสายตาจากของในมือไปได้ ตราบจนเก้าอี้ข้างตัวจับจองอีกครั้งโดยผู้มาใหม่ ซีวอนก็ไม่สนใจจะเงยหน้ามอง
รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง
แล้วไง
ก็ไม่แล้วไง พูดขึ้นเฉยๆ ซีวอน....นายก็เห็นแล้วว่าคู่นั้นเค้ารักกัน ทำไมไม่ตัดใจซะที
ถ้ามันทำได้ง่ายๆอย่างที่พี่พูด ผมจะมานั่งเจ็บอยู่ทำไม
อีทึกถอนใจยาว ลูบไหล่น้องชายอย่างเห็นใจ
พี่รู้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็รังแต่จะทำให้เจ็บกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะตัวนายเอง
แล้วผมต้องทำยังไง บอกตัวเองให้ตัดใจ เลิกคิดถึง เลิกมองหา เลิกห่วงเค้าแต่มันก็ไม่เคยทำได้ซักที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำอะไรในหัวผมมันมีแต่ภาพเค้าเต็มไปหมด ให้ยังไงผมก็เลิกรักเค้าไม่ได้
บางที นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยรักใครเท่าคนๆนั้นมาก่อน ไม่เคยเจอใครที่ทำให้ซีวอนใจกระตุกตั้งแต่แรกเห็น ไม่เคยมีใครที่ทำให้ ชเว ซีวอนต้องคอยกังวล เป็นห่วงเป็นใยในทุกลมหายใจอย่างใครคนนั้น ไม่เคย....มีใครทำให้เขาเจ็บเท่านี้มาก่อนเลย
ซีวอน ใจเย็นๆนะ บางทีเวลามันอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้ หากทำอะไรไม่ได้เราก็คงได้แต่รอ
และกว่าจะถึงวันนั้น ผมคงเป็นบ้าซะก่อน
เฮ่ย อย่ายอมแพ้ง่ายๆแบบนั้นสิ แกก็ออกจะหล่อ บ้านก็รวย สาวติดตรึม
ถ้าทุกอย่างมันแลกกับใจเค้าได้ ผมก็ไม่ลังเล
ไอ้นี่เป็นเอามากเว้ย เอาเถอะๆ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด หาอะไรทำซะจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน มีอะไรก็คุยกับพี่ได้ ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ดีกว่าเก็บเอาไว้คนเดียว เข้าใจมั้ย
คนตัวสูงยิ้มรับ จากนั้นผู้จัดการก็เข้ามาบอกตารางงานที่เหลือของวันทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น ซีวอนบอกตัวเองให้คิดแต่เรื่องงาน งาน และงาน แต่สุดท้ายสิ่งเดียวที่หยุดความสนใจของเขาได้ก็ยังคงเป็นคนๆนั้น....เหมือนเดิม
ซีวอนทำตามคำแนะนำของลีดเลอร์อย่างเคร่งครัดจนน่าถีบ ตื่นขึ้นมาอีทึกก็หาตัวอีกฝ่ายไม่เจอแล้ว ถามคนอื่นๆก็ได้ความว่าซีวอนออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าบอกว่าจะกลับเข้ามาตอนค่ำๆ หัวหน้าวงเลยได้แต่เกาหัวแกร่ก มันจะไปไหนของมันวะ
ซีวอนหายไปไหนทั้งวันไม่มีใครรู้ แต่คุณชายชเวก็กลับมาตอนค่ำตามที่บอก ผิดแต่ว่าสติที่มีอยู่เต็มเปี่ยมตอนออกไปตอนนี้มันเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งน่ะสิ
ซีวอน เมาเหรอเนี่ย
คนตัวสูงส่ายหน้าตอบทั้งที่ตาเยิ้มจนจะเป็นน้ำตาลเอมอยู่แล้ว ซองมิน ทงเฮ คยูฮยอนกำลังดูดีวีดีที่เพิ่งซื้อมาเลยนอนดึกกว่าคนอื่นๆ ถึงได้อยู่ทันเห็นคุณชายมาดเนี๊ยบหมดสภาพอยู่ตอนนี้
ขึ้นห้องไหวหรือเปล่า ให้ฉันพาไปไหม
ไม่เป็นไร ฉัน...อึ่ก....สบายมาก
ยิ้มส่งให้แล้วก็ดันร่างเล็กออกห่าง ซองมินหันมามองอีกสองคนที่เหลืออย่างไม่สบายใจนัก ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่ทงเฮยิ้มร่า
มานั่งนี่เถอะน่า ซีวอนมันจัดการตัวเองได้ เพิ่งเมาครั้งแรกเมื่อไหร่กันล่ะ
งั้นก็เถอะ เกิดหกล้มตกบันไดไป จะเอาที่ไหนไปใช้พ่อเค้าล่ะ
คิดมากน่ะ บอกให้มานั่งนี่ ทงเฮตบเบาะข้างตัวแรงๆ แต่งานนี้ซองมินขอดื้อ
ทงเฮ เราเป็นห่วงซีวอนนี่ ไม่เอาละ นายดูหนังไปกับคยูฮยอนเถอะ เราจะขึ้นไปดูหน่อย
ซองมิน
ทงเฮจิ๊ปากบอกให้รู้ว่ากำลังขัดใจ ดวงตาสีชาเริ่มขุ่นตามแบบฉบับคุณชายที่เอาแต่ใจ อีกแล้วนะ ขัดใจทงเฮอีกแล้วนะ ซองมินขยับจะอธิบายแต่ก็ถูกแทรกขึ้นเสียก่อน
ซองมินมาดูหนังต่อเถอะ เดี๋ยวผมไปดูแลซีวอนให้เอง เจ้านั่นตัวใหญ่ซองมินจัดการเองไม่ไหวหรอก อยู่ดูหนังเป็นเพื่อนทงเฮนี่แหละ คนเค้ากำลังกลัว
คนที่เงียบมาตั้งแต่แรกพอจะพูดก็เล่นเอาคนอื่นเถียงไม่ออก ซองมินเลยยอมตกลงกลับมานอนห่มผ้าอยู่เป็นเพื่อนทงเฮต่อ คยูฮยอนโยนผ้าห่มใส่ทงเฮแล้วก็ไม่รอฟังคำสรรเสริญจากอีกฝ่าย เด็กหนุ่มเผ่นขึ้นบันไดทีละสองขั้นมาถึงห้องของซีวอนอย่างรวดเร็ว
((( KNOCK )))
ซีวอน หลับหรือยัง
ซีวอน
เคาะก็แล้ว เรียกก็แล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับมาจากข้างใน คยูฮยอนเลยลองเปิดเข้าไปเอง
ประตูไม่ได้ล็อคซะด้วย
ในห้องชองซีวอนไม่มืดเกินไปนัก แสงสลัวจากหน้าต่างทำให้เห็นร่างสูงที่นั่งพิงปลายเตียงของตัวเองหลับตาอยู่ เด็กหนุ่มสาวเท้าเข้าไปหา ตบแก้มอีกฝ่ายพอให้รู้สึก
ซีวอน นายมานอนทำไมตรงนี้วะ ขึ้นไปนอนบนเตียงดิ
อืม อย่ายุ่งน่า
วะ เมาแล้วพูดยากอีกรายแล้วสิเนี่ย
คยูฮยอนบ่นเบาๆ ออกแรงลากคนตัวสูงขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างทุลักทุเล นี่ดีนะที่พี่ฮันกยองยังอยู่ที่จีนไม่อย่างนั้นเจ้านี่ได้ถูกสวดยับตั้งแต่พากลิ่นเหล้าติดตัวเข้ามาในห้องนี้แน่ๆ ลากขึ้นมานอนได้สำเร็จก็จัดการหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตา เนื้อตัวให้อย่างดี
เสียงซีวอนครางออกมาเป็นระยะ ฟังแล้วจับใจความไม่ได้จนคยูฮยอนต้องยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ
ซองมิน....ขอโทษนะ.....ฉัน...ขอโทษ
เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ
ขอโทษซองมินทำไมล่ะ ขอโทษฉันนี่ ซองมินน่ะนอนอ้วนอยู่กับทงเฮข้างล่างโน่นแน่ะ
...รัก....
คยูฮยอนนิ่วหน้านิดๆ ขณะที่กำลังเช็ดแผ่นอกให้คนเมาเจ้าตัวก็เพ้ออะไรต่อมิอะไรออกมาตั้งหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องก็หาสาระไม่ได้จนคนฟังหลุดขำออกมาหลายครั้ง
คยูฮยอน เสียงแหบพร่าของคนเพิ่งได้สติเรียกให้คยูฮยอนละสายตาจากผ้าขนหนูในมือ เด็กหนุ่มยิ้มให้ซีวอนที่นอนหน้าเหวออยู่บนเตียง
นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
นายเมาน่ะ ฉันก็เลยมาดูแล
อย่างนั้นเหรอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว
ตีสอง ทุกคนหลับหมดแล้วล่ะ เหลือแต่ซองมินกับทงเฮกำลังดูหนังอยู่ข้างล่าง
ซีวอนพยักหน้ารับ ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมเขาทั้งสอง คยูฮยอนหยิบผ้าขนหนูกับอ่างน้ำไปเก็บจนเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับมานั่งบนเตียงกว้าง ตาคมกริบจับต้องที่ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนร่วมวงนิ่ง
นายกำลังรักใครอยู่ใช่ไหม
อาการสะดุ้งเฮือกคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด คยูฮยอนถอนใจยาว ถึงจะแค่ละเมอแต่ถ้าลองประติดประต่อดูแล้วมันก็เป็นไปได้ทางเดียว เพราะเรื่องนี้สินะ ที่ทำให้นายซึมเป็นคนละคนแบบนี้
นาย!.....ทำไม....รู้ได้ยังไง!
นายละเมอ
ฉันละเมอว่ายังไงบ้าง!
เรื่องนั้น ช่างเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือนนายว่าเรื่องที่นายหวังไว้น่ะมันเป็นไปไม่ได้หรอกซีวอน คนที่นายรักเค้ามีเจ้าของแล้ว แล้วทั้งคู่ก็รักกันดี นาย...ตัดใจซะเถอะ
หึ นี่น่ะหรือคือคำเตือนของนาย
ซีวอน
ออกไป
อย่าเพิ่งโกรธสิ
ฉันบอกให้ออกไป
นายฟังก่อนสิ ซองมินน่ะ.........
หุบปากนายได้แล้ว!! เสียงห้าวตะโกนลั่นในความเงียบนั้น ซีวอนพูดออกไปแล้วก็ได้แต่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด นายจะรู้อะไรคยูฮยอน อย่างนายจะมารู้อะไรกับฉัน!
คยูฮยอนสะกดใจอย่างยิ่งที่จะไม่ชกปากสวยๆตรงหน้า เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก นับหนึ่งถึงสิบในใจก่อนจะบอกเสียงห้วน ขอโทษที่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของนาย วางใจเถอะ ฉันจะไม่พูดถึงมันเป็นครั้งที่สอง คราวนี้นายจะเป็นจะตายยังไงก็เรื่องของนาย ฉันจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว.....โอ้ย....ไอ้บ้าทำอะไรวะ
เด็กหนุ่มร้องเต็มเสียง แรงกระชากของอีกฝ่ายทำเอาร่างเขาหล่นตุบไปบนเตียงกว้าง เจ็บใช่น้อยแต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจ ดวงตาคมเฉียบตวัดมองคนที่กดร่างเค้าไว้อย่างเอาเรื่อง
หรือจะต้องต่อยกันสักยก มันถึงจะคืนสติวะ!
นายจะมาเข้าใจอะไรคยูฮยอน ตลอดเวลาที่ผ่านมานายรู้ไหมว่าฉันทรมานแค่ไหน ทั้งๆที่รัก ทั้งๆที่ต้องการนายมากถึงเพียงนี้ แต่นาย!!~....นายกลับมองไม่เห็นมัน! ไม่ใช่นายเองหรือไงที่มองข้ามความรักของฉัน แล้วตอนนี้นายจะมาพูดทำซากอะไร!
.......................................
อะ.....อะไรนะ......... - - - -
นาย....นายไม่ได้...ไม่ได้รัก...ซองมินหรอกเหรอ
ตลกมากคยูฮยอน ฉันทำอะไรให้นายเข้าใจว่าฉันรักเขาล่ะ หือ ไม่ใช่นายหรือไงที่หันมาสบตาฉันทุกครั้ง แล้วก็ไม่ใช่นายอีกหรือไงที่หลบหน้าฉันทุกครั้งไป สนุกมากหรือไงที่เห็นฉันรักจนแทบบ้าอยู่แบบนี้
คยูฮยอนสั่นหน้าดิก ปากคอกลายเป็นของหนักเหมือนถูกสาปเป็นหิน
อยากจะแย้ง อยากจะแก้ความเข้าใจผิดให้อีกฝ่าย แต่ก็ทำไม่ได้
ใช่สิ นอกจากซองมินแล้ว นายจะมองใครได้อีกล่ะ รักเค้านี่ รักเค้ามากสินะ
ไม่....ไม่ใช่นะซีวอน นายฟังก่อน.....
หมดเวลาจะฟังแล้วคยูฮยอน ฉันฟังมามากพอแล้ว ฟังคำหวานเลี่ยนๆที่พวกนายพูดกันทุกเช้า กลางวัน เย็นแล้วก็ก่อนนอน ต่อไปนี้ถึงเวลานายฟังฉันพูดบ้าง
ซีวอน เดี๋ยว ซีวอน......อย่า!!..........
เสียงห้ามปรามของคนตัวเล็กกว่าเงียบลงราวกับถูกตัดเมื่อซีวอนเลือกที่จะใช้วิธีตามที่หัวใจ
เรียกร้อง หักหาญ เอาแต่ใจ และจาบจ้วงรุนแรง
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีเสียงครึมครางหลุดมาให้ได้ยินแผ่วๆตามสายลมที่พัดผ่าน ภายในแสงสลัวของพระจันทร์นั้นยังคงทอให้เห็นความเคลื่อนไหวอันเร่าร้อนของร่างสองร่างบนเตียงกว้าง ซีวอนที่ไม่คิดจะหยุดยั้งหัวใจตนเอง และอีกฝ่ายที่อ่อนแรงเกินกว่าจะต้านทานแรงปรารถนาของคนตัวสูงได้
คยูฮยอนอาจจะยังไม่รู้ แต่ซีวอนแน่ใจ
สิ่งที่เกิดขึ้น มันเกินกว่าคำว่าอารมณ์ไปไกล
เสียงครางผะแผ่วในห้องเงียบลงยังไม่ทันได้ถอนหายใจ เด็กหนุ่มหนึ่งในสองที่เอาหูแนบประตูมาตั้งแต่ต้นก็ลุกพรวดขึ้นแล้วก็ลากแขนคนตัวเล็กกว่าเดินตามตัวเองไปหลุนๆ
ทงเฮ จะรีบไปไหนน่ะ ไม่กลับไปดูหนังต่อเหรอ
ไม่ดูแล้ว
แล้วจะไปไหนเล่า
ก็ลากมาเข้าห้องเนี่ย คิดว่าจะพาไหนล่ะจ้ะที่รัก
บ้า พรุ่งนี้มีงานไม่เอาด้วยหรอก
ก็ไม่ได้จะให้เอาซะหน่อย ตัวแสบของวงยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆดันร่างคนรักลงบนเตียงกว้าง
อีกมือหนึ่งก็สอดเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อเนียนใต้เสื้อยืดสีชมพูอย่างช่ำชอง
ทะลึ่ง ทำไมเราต้องมีแฟนเซ็กส์จัดแบบนี้ด้วยเนี่ย
ทงเฮหัวเราะร่า ซุกหน้าลงงับซอกคอขาวอย่างหมั่นเขี้ยว
คิดได้ตอนนี้ก็สายเสียแล้วล่ะที่รัก น่า มาให้กอดซะดีๆ จะได้ไม่แพ้คู่ซีวอนมันไง
ซองมินทำปากยื่น แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้มือทงเฮปลดเสื้อผ้าของจากตัวอยู่ดี
>_________<
The End
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)
หลังจากแต่งเอง จบเอง แล้วก็สครีมอย่างบ้าคลั่งเองแล้ว เราก็มานั่งบ่นงึมอยู่คนเดียว
ฟิกวายของจริง.........ตบท้ายด้วยฟิกเลสเบี้ยนของแท้
อย่าถามหาสาเหตุที่แต่ง บอกแล้วว่าเรื่องนี้เราเน้นธีม Horror
เครดิต ::: เพลง เสียงที่ไม่ได้ยิน (ขอบคุณค่ะ)
PS. กำลังอินกะคู่ด๊องมินมากๆ จะมีใครแต่งให้อ่านมั้ยน้อออ ถ้าไม่มีจะแต่งไว้อ่านเอง หึๆ
Title ::: Just You
Chapter ::: (ตอนเดียวจบ)
Theme ::: Mystery (AND) Horror
Rate ::: นิดๆ ไม่จัดจ้าน
เธอคงไม่รู้เลย ไม่เคยจะเข้าใจในความเปลี่ยนไปที่ฉันมี
เราอยู่ใกล้กันดังเพื่อนที่แสนดีเธอคงรู้สึกแค่นั้น
เพราะฉันซ่อนมันไว้ข้างใน ความในใจที่ตัวฉันมี ไม่เคยบอกให้เธอได้ฟังซักที คำๆนี้ที่ดังอยู่ก้องในใจ เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน หัวใจฉันพูดกับเธอ ทุกที่ที่ได้พบที่ได้เจอ
ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะสัมผัสถึงในใจฉัน
มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน
.
นับจากครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ มาจนถึงตอนนี้ก็ร่วมหลายปีดีดัก ชเว ซีวอนเพิ่งซาบซึ้งกับความหมายของมันในวันนี้เอง ชายหนุ่มผู้ครองตำแหน่งเจ้าชายแห่งซูจูซบใบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างอ่อนแรง
ทำไมหนอ ทำไม
ทำไมไม่เข้าใจหัวใจตัวเองให้เร็วกว่านี้
ทั้งที่คนๆนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง แต่....แต่เขาก็ยังปล่อยให้คนอื่นคว้าไป
นายมันโง่ ซีวอน
โง่อย่างไม่น่าจะให้อภัย!
ซีวอน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ
เจ้าของเสียงทักเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ลักยิ้มที่บุ๋มอยู่มุมปากหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้เจ้าตัวภูมิใจหนักหนากดลึกลงในยามที่ส่งยิ้มทักทายเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง
พี่อีทึก ยังไม่นอนหรือครับ
พี่น่าจะถามนายมากกว่า จะตีสามอยู่แล้วทำไมยังไม่นอน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า
ซีวอนยิ้มหมอง ส่ายหน้าตอบ
แค่นอนไม่หลับน่ะครับ
ทำไมล่ะ หรือเพราะแปลกที่
เพราะปกตินั้นซีวอนจะอยู่คอนโดกับพ่อและแม่ แต่ช่วงนี้พวกเขางานยุ่งแถมยังเลิกงานเสียดึ่กดื่น ซีวอนเลยเลือกที่นอนที่นี่กับเพื่อนคนอื่นๆ อีทึกเลยนึกไปว่าซีวอนอาจจะนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ และซีวอนเองก็เต็มใจที่จะให้อีกฝ่ายรู้แค่นั้น
ครับ แต่ตอนนี้ก็ง่วงมาหน่อยแล้วล่ะ
ง่วงก็ไปนอนซะ จะเช้าอยู่แล้ว
ครับ
ผิดปกติ!
สัญชาตญาณของลีดเดอร์มันตะโกนอยู่ข้างใน ปกติซีวอนมันยอมอะไรแบบนี้ง่ายๆที่ไหน ไม่ย้อนถามก็ต้องกวนตอบกลับมา ไอ้เรื่องที่จะยอมก้มหน้ารับคำสั่งอย่างเรียบร้อยประหนึ่งเอาปากมาด้วยแบบนี้....ไม่เคยรู้ว่าเป็นนิสัยของหมอนี่ด้วย
ซีวอน นายโอเคหรือเปล่า
ผมสบายดี
แต่พี่ว่าไม่ว่ะ นายเหมือนคนอกหัก
กึก!
เหมือนโดนพอสไว้ด้วยปุ่มเดียวคือคำว่าอกหัก คุณชายชเวกระพริบตาปริบ ใบหน้าที่เผือดจนเกือบซีดหันมามองคนพูด ริมฝีปากได้รูปพยายามฉีกเป็นรอยยิ้มหากก็เฝื่อนเต็มที่
พี่พูดเรื่องอะไร คนอย่างผมเนี่ยนะจะอกหัก
เออสิ ยิ่งกว่าอกหักอีกนะ เหมือนคนตรอมใจ
อย่างงั้นเชียว
ไม่มีคำใดจะตอบโต้เมื่ออีทึกย้ำคำได้มั่นใจขนาดนั้น ซีวอนหัวเราะเสียงแผ่ว โบกมือให้แล้วก็เดินขึ้นบ้านไปเงียบๆ ทิ้งให้หัวหน้าวงยืนคิดหนักอยู่คนเดียว
มันต้องมีอะไรแน่ๆ
ข้อสงสัยของอีกทึกยิ่งชัดเจนและเห็นทางเป็นจริงมากขึ้นในเช้าวันต่อมา ชายหนุ่มเดินแกมวิ่งลงบันไดมาในชุดเตรียมพร้อมสำหรับออกจากบ้าน วันนี้ทั้งกลุ่มมีงานตั้งแต่เช้า ยกเว้นคิบอมที่ต้องแยกไปถ่ายละครอีกเมืองหนึ่ง มาถึงตรงนี้อีทึกจึงถอนสายตาจากคุณชายซีวอนไปหยุดที่เด็กผู้ชายตัวเล็ก ทงเฮก็ยังร่าเริง สดใสเหมือนเคย ไม่มีอาการบ่นออดแอดที่คิบอมต้องแยกไปทำงานเดี่ยวเหมือนช่วงแรกๆ
เจ้าตัวแสบแอบอาศัยจังหวะที่ซองมินเผลอคีบเนื้อชิ้นโตมายัดใส่ปากตัวเอง ทำเอาซองมินโวยลั่นห้องกินข้าว แล้วก็เกิดอาการงอนกันระหว่างคนน่ารักสองคนเหมือนที่เห็นทุกเช้าเย็น
เดือดร้อนถึงคยูฮยอนที่ต้องเสียสละเนื้อส่วนของตัวเองให้คนข้างตัวอย่างรู้หน้าที่
คยูฮยอนมันผอมบักโกรกเพราะอย่างนี้นี่เอง
ไม่ใช่เพราะผมนะ เพราะทงเฮต่างหากล่ะ
ซองมินแย้งเสียงสะบัด ชายตามองทงเฮที่ยังยิ้มโชว์เขี้ยวอย่างไม่รู้สึกรู้สม ซองมินมองตาวิบๆของทงเฮแล้วก็รีบพุ้ยข้าวเข้าปาก....รีบกินก่อนที่จะไม่ได้กินดีกว่า ทงเฮตอนหิวน่ะ อะไรก็ห้ามไม่อยู่หรอก
แต่ถ้าเป็นคนอื่นคยูฮยอนมันคงไม่ยอมสละให้หรอก
ให้สิ ก็คยูฮยอนเป็นคนดีนี่ เนาะ ซองมินยิ้มหวาน คนถูกถามก็พยักหน้ารับ ไม่เถียง ไม่ขัดใจ
มันจะให้อย่างอื่นแทนสิไม่ว่า ทงเฮค่อนเสียงไม่เบานัก ยิ่งเห็นภาพสวีทของซองมินกับคยูฮยอนแล้วก็ยิ่งอยากจะแกล้งพังโต๊ะเสียให้รู้แล้วรู้รอด หวานกันเกินหน้าเกินตาไปหน่อยมั้ง
อิจฉา ก็บอกมาเถอะน่าทงเฮ คยูฮยอนเย้าเสียงนุ่ม ยิ่งทำให้ทงเฮฮึดฮัด
พูดมาก กินเข้าไป!
อีทึกหัวเราะน้อยๆ เลื่อนเก้าอี้ลงนั่งข้างคนตัวสูงที่เอาแต่มองภาพตรงหน้าตาไม่กระพริบ หัวหน้าวงหน้าสวยมองตามสายตาคมแล้วก็นึกเอะใจ
ซีวอน หรือว่านายจะ......... - - - - - -
ทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ซีวอนมีอาการเหมือนคนหลับใน ไม่รับรู้ ไม่ตอบรับ ไม่กระพริบตา เอ...มันยังหายใจอยู่หรือเปล่าวะ อีทึกเลยใช้ศอกสะกิดสีข้างน้องรักเข้าไปหนึ่งที...เน้นๆ....คราวนี้ซีวอนถึงกับคราง หันมามองเขาหน้าตาตื่นเลยทีเดียว
เจ็บนะพี่ ทำอะไรน่ะ
บอกให้รีบกินข้าว มัวแต่มองอะไรอยู่
ไม่ได้มอง
แน่ใจ
ก็....มองไปเรื่อยเปื่อยแหละ พี่อย่าซักเลยน่า
ปากหนักนักนะไอ้คุณชาย อีทึกยักไหล่ หยิบตะเกียบขึ้นมาลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย คนอื่นๆก็มีเรื่องให้คุยกันไปตลอดมื้ออาหาร จนเกือบจะอิ่มกันนั่นแหละ อีทึกจึงวางตะเกียบแล้วเอ่ยขึ้นลอยๆว่า
ซองมิน กับ คยูฮยอน
เคร้ง!!
ขอโทษ ผมลืมโทรศัพท์ ขอขึ้นไปเอาก่อนนะ
พูดจบก็เดินดุ่มๆออกไปจากห้องทันที อีทึกหันมามองคนอื่นๆในโต๊ะแล้วก็ยักไหล่ ซีวอนเอ้ย ปฏิกริยาเกินคาดนะนาย แค่เอ่ยชื่อออกมาก็ผวาขนาดนี้ และแล้ว....ข้อสงสัยของอีทึกก็กระจ่างในบัดเดี๋ยวนั้นเอง
ซีวอนกำลังเป็นโรครัก(คุด)อย่างไม่ต้องสงสัย!
มินิคอนเสริ์ตการกุศลที่ทางค่ายจัดร่วมกับมูลนิธิแห่งหนึ่งได้รับความสนใจจากแฟนๆมาก
ขนาดที่ว่างานจัดขึ้นกลางวันแสกๆ อากาศก็ร้อนแสนร้อนแต่ก็ยังมีคนแห่กันมาดูการแสดงจนแน่นลานการแสดงไปหมด อีทึกยิ้มชื่นเพราะนั่นหมายถึงความนิยมที่จะพุ่งปรี๊ดขึ้นตามอุณหภูมิอากาศด้วย หัวหน้าวงจึงเริงร่าได้ตลอดทั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน ทั้งที่สมาชิกคนอื่นๆนั้นหอบแฮ่กกันเป็นแถว
ซีวอนทิ้งตัวลงนั่งในห้องพักอย่างอ่อนแรง ตาคมมองปราดทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมแบบไม่ต้องรอสมองสั่งงาน ในจำนวนผู้คนที่ขวักไขว่อยู่นี้ คนที่เขามองหากลับเด่นชัดขึ้นมาในสายตา รอยยิ้มอ่อนหวานติดจะอ้อนโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ แววตาใสซื่อ ใบหน้าที่มักจะพราวไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ไม่ว่านายจะแสดงออกแบบไหนเพียงแค่มองแวบเดียว ฉันก็รู้ไปถึงใจนาย
ทั้งที่เป็นอย่างนี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะมองเห็นเขา
ชายหนุ่มขยับนั่งตัวตรง บอกตัวเองให้มองที่อื่น อย่าได้สนใจภาพบาดตาบาดใจนั่นเลย แต่สมองมันก็ต้องแพ้หัวใจอยู่วันยันค่ำ ตามันยังจับจ้องที่กลุ่มนั้นจนถูกดวงตาคมกริบตวัดมองกลับมา
คยูฮยอนเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนจะถาม แต่ซีวอนก็ทำได้แต่ยิ้มตอบกลับไป
น่าสมเพชชะมัด ซีวอน
รักคนมีเจ้าของ เจ็บไปถึงใจเลยไหมล่ะ
ซีวอน เสียงหวานร้องอยู่ข้างตัว พร้อมร่างเล็กที่ทรุดลงนั่งติดกัน ซีวอนสะดุ้งสุดตัวหันไปมองคนตัวเล็กแบบตื่นๆ
ซองมิน
พูดได้แค่นั้นก็เงียบ ได้แต่มองอีกฝ่ายนิ่ง
ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้ดูเงียบๆไปนะ
ก็ไม่เป็นอะไรนี่ คิดมากเหมือนพี่อีทึกอีกคนแล้ว
ก็เราเป็นห่วง ซีวอนเป็นเพื่อนเรานะ
ซองมินบอกเสียงอ่อน หารู้ไม่ว่าประโยคนั้นมันทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที ซีวอนฝืนยิ้มเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร คนตัวสูงทำท่าจะลูบศีรษะเล็กแต่พอเห็นใครบางคนกำลังมองมาจากอีกด้านหนึ่งของห้องก็ต้องลดมือลง ของของใครใครก็ห่วงก็หวงสินะ
ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แค่เพลียน่ะ
จริงเหรอ งั้นซีวอนดื่มนี่นะ
อะไรน่ะ
ยาวิเศษ ซีวอนมองกระป๋องน้ำผลไม้ในมือแล้วก็ยิ้ม ความเย็นของมันเหมือนยาวิเศษที่ช่วยดับความรุ่มร้อนใจใจเขาได้อย่างน่าทึ่ง คยูฮยอนซื้อมาเผื่อน่ะ บอกว่าเห็นซีวอนซึมๆ หมอนั่นก็เป็นห่วงนายนะ
มือที่กำลังแกะกระป๋องชะงักกึก
ซีวอนมองของในมือนิ่ง
ฝากไปขอบใจคยูฮยอนด้วยนะซองมิน
อื้ม ร่าเริงเร็วๆนะ
คนตัวเล็กบอกทิ้งท้ายก่อนจะโอบซีวอนเข้ามาจุ๊บแก้มไปหนึ่งที กริยาที่ทำกันเป็นปกติในบ้านแต่กลับสร้างความหวั่นไหวให้กับคนตัวสูงจนเกือบจะทำกระป๋องน้ำผลไม้หลุดมือ
ซองมินเดินกลับไปหาคยูฮยอนและทงเฮได้พักใหญ่แล้ว แต่เขายังไม่สามารถถอนสายตาจากของในมือไปได้ ตราบจนเก้าอี้ข้างตัวจับจองอีกครั้งโดยผู้มาใหม่ ซีวอนก็ไม่สนใจจะเงยหน้ามอง
รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง
แล้วไง
ก็ไม่แล้วไง พูดขึ้นเฉยๆ ซีวอน....นายก็เห็นแล้วว่าคู่นั้นเค้ารักกัน ทำไมไม่ตัดใจซะที
ถ้ามันทำได้ง่ายๆอย่างที่พี่พูด ผมจะมานั่งเจ็บอยู่ทำไม
อีทึกถอนใจยาว ลูบไหล่น้องชายอย่างเห็นใจ
พี่รู้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็รังแต่จะทำให้เจ็บกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะตัวนายเอง
แล้วผมต้องทำยังไง บอกตัวเองให้ตัดใจ เลิกคิดถึง เลิกมองหา เลิกห่วงเค้าแต่มันก็ไม่เคยทำได้ซักที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำอะไรในหัวผมมันมีแต่ภาพเค้าเต็มไปหมด ให้ยังไงผมก็เลิกรักเค้าไม่ได้
บางที นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยรักใครเท่าคนๆนั้นมาก่อน ไม่เคยเจอใครที่ทำให้ซีวอนใจกระตุกตั้งแต่แรกเห็น ไม่เคยมีใครที่ทำให้ ชเว ซีวอนต้องคอยกังวล เป็นห่วงเป็นใยในทุกลมหายใจอย่างใครคนนั้น ไม่เคย....มีใครทำให้เขาเจ็บเท่านี้มาก่อนเลย
ซีวอน ใจเย็นๆนะ บางทีเวลามันอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้ หากทำอะไรไม่ได้เราก็คงได้แต่รอ
และกว่าจะถึงวันนั้น ผมคงเป็นบ้าซะก่อน
เฮ่ย อย่ายอมแพ้ง่ายๆแบบนั้นสิ แกก็ออกจะหล่อ บ้านก็รวย สาวติดตรึม
ถ้าทุกอย่างมันแลกกับใจเค้าได้ ผมก็ไม่ลังเล
ไอ้นี่เป็นเอามากเว้ย เอาเถอะๆ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด หาอะไรทำซะจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน มีอะไรก็คุยกับพี่ได้ ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ดีกว่าเก็บเอาไว้คนเดียว เข้าใจมั้ย
คนตัวสูงยิ้มรับ จากนั้นผู้จัดการก็เข้ามาบอกตารางงานที่เหลือของวันทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น ซีวอนบอกตัวเองให้คิดแต่เรื่องงาน งาน และงาน แต่สุดท้ายสิ่งเดียวที่หยุดความสนใจของเขาได้ก็ยังคงเป็นคนๆนั้น....เหมือนเดิม
ซีวอนทำตามคำแนะนำของลีดเลอร์อย่างเคร่งครัดจนน่าถีบ ตื่นขึ้นมาอีทึกก็หาตัวอีกฝ่ายไม่เจอแล้ว ถามคนอื่นๆก็ได้ความว่าซีวอนออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าบอกว่าจะกลับเข้ามาตอนค่ำๆ หัวหน้าวงเลยได้แต่เกาหัวแกร่ก มันจะไปไหนของมันวะ
ซีวอนหายไปไหนทั้งวันไม่มีใครรู้ แต่คุณชายชเวก็กลับมาตอนค่ำตามที่บอก ผิดแต่ว่าสติที่มีอยู่เต็มเปี่ยมตอนออกไปตอนนี้มันเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งน่ะสิ
ซีวอน เมาเหรอเนี่ย
คนตัวสูงส่ายหน้าตอบทั้งที่ตาเยิ้มจนจะเป็นน้ำตาลเอมอยู่แล้ว ซองมิน ทงเฮ คยูฮยอนกำลังดูดีวีดีที่เพิ่งซื้อมาเลยนอนดึกกว่าคนอื่นๆ ถึงได้อยู่ทันเห็นคุณชายมาดเนี๊ยบหมดสภาพอยู่ตอนนี้
ขึ้นห้องไหวหรือเปล่า ให้ฉันพาไปไหม
ไม่เป็นไร ฉัน...อึ่ก....สบายมาก
ยิ้มส่งให้แล้วก็ดันร่างเล็กออกห่าง ซองมินหันมามองอีกสองคนที่เหลืออย่างไม่สบายใจนัก ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่ทงเฮยิ้มร่า
มานั่งนี่เถอะน่า ซีวอนมันจัดการตัวเองได้ เพิ่งเมาครั้งแรกเมื่อไหร่กันล่ะ
งั้นก็เถอะ เกิดหกล้มตกบันไดไป จะเอาที่ไหนไปใช้พ่อเค้าล่ะ
คิดมากน่ะ บอกให้มานั่งนี่ ทงเฮตบเบาะข้างตัวแรงๆ แต่งานนี้ซองมินขอดื้อ
ทงเฮ เราเป็นห่วงซีวอนนี่ ไม่เอาละ นายดูหนังไปกับคยูฮยอนเถอะ เราจะขึ้นไปดูหน่อย
ซองมิน
ทงเฮจิ๊ปากบอกให้รู้ว่ากำลังขัดใจ ดวงตาสีชาเริ่มขุ่นตามแบบฉบับคุณชายที่เอาแต่ใจ อีกแล้วนะ ขัดใจทงเฮอีกแล้วนะ ซองมินขยับจะอธิบายแต่ก็ถูกแทรกขึ้นเสียก่อน
ซองมินมาดูหนังต่อเถอะ เดี๋ยวผมไปดูแลซีวอนให้เอง เจ้านั่นตัวใหญ่ซองมินจัดการเองไม่ไหวหรอก อยู่ดูหนังเป็นเพื่อนทงเฮนี่แหละ คนเค้ากำลังกลัว
คนที่เงียบมาตั้งแต่แรกพอจะพูดก็เล่นเอาคนอื่นเถียงไม่ออก ซองมินเลยยอมตกลงกลับมานอนห่มผ้าอยู่เป็นเพื่อนทงเฮต่อ คยูฮยอนโยนผ้าห่มใส่ทงเฮแล้วก็ไม่รอฟังคำสรรเสริญจากอีกฝ่าย เด็กหนุ่มเผ่นขึ้นบันไดทีละสองขั้นมาถึงห้องของซีวอนอย่างรวดเร็ว
((( KNOCK )))
ซีวอน หลับหรือยัง
ซีวอน
เคาะก็แล้ว เรียกก็แล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับมาจากข้างใน คยูฮยอนเลยลองเปิดเข้าไปเอง
ประตูไม่ได้ล็อคซะด้วย
ในห้องชองซีวอนไม่มืดเกินไปนัก แสงสลัวจากหน้าต่างทำให้เห็นร่างสูงที่นั่งพิงปลายเตียงของตัวเองหลับตาอยู่ เด็กหนุ่มสาวเท้าเข้าไปหา ตบแก้มอีกฝ่ายพอให้รู้สึก
ซีวอน นายมานอนทำไมตรงนี้วะ ขึ้นไปนอนบนเตียงดิ
อืม อย่ายุ่งน่า
วะ เมาแล้วพูดยากอีกรายแล้วสิเนี่ย
คยูฮยอนบ่นเบาๆ ออกแรงลากคนตัวสูงขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างทุลักทุเล นี่ดีนะที่พี่ฮันกยองยังอยู่ที่จีนไม่อย่างนั้นเจ้านี่ได้ถูกสวดยับตั้งแต่พากลิ่นเหล้าติดตัวเข้ามาในห้องนี้แน่ๆ ลากขึ้นมานอนได้สำเร็จก็จัดการหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตา เนื้อตัวให้อย่างดี
เสียงซีวอนครางออกมาเป็นระยะ ฟังแล้วจับใจความไม่ได้จนคยูฮยอนต้องยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ
ซองมิน....ขอโทษนะ.....ฉัน...ขอโทษ
เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ
ขอโทษซองมินทำไมล่ะ ขอโทษฉันนี่ ซองมินน่ะนอนอ้วนอยู่กับทงเฮข้างล่างโน่นแน่ะ
...รัก....
คยูฮยอนนิ่วหน้านิดๆ ขณะที่กำลังเช็ดแผ่นอกให้คนเมาเจ้าตัวก็เพ้ออะไรต่อมิอะไรออกมาตั้งหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องก็หาสาระไม่ได้จนคนฟังหลุดขำออกมาหลายครั้ง
คยูฮยอน เสียงแหบพร่าของคนเพิ่งได้สติเรียกให้คยูฮยอนละสายตาจากผ้าขนหนูในมือ เด็กหนุ่มยิ้มให้ซีวอนที่นอนหน้าเหวออยู่บนเตียง
นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
นายเมาน่ะ ฉันก็เลยมาดูแล
อย่างนั้นเหรอ ตอนนี้กี่โมงแล้ว
ตีสอง ทุกคนหลับหมดแล้วล่ะ เหลือแต่ซองมินกับทงเฮกำลังดูหนังอยู่ข้างล่าง
ซีวอนพยักหน้ารับ ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมเขาทั้งสอง คยูฮยอนหยิบผ้าขนหนูกับอ่างน้ำไปเก็บจนเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับมานั่งบนเตียงกว้าง ตาคมกริบจับต้องที่ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนร่วมวงนิ่ง
นายกำลังรักใครอยู่ใช่ไหม
อาการสะดุ้งเฮือกคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด คยูฮยอนถอนใจยาว ถึงจะแค่ละเมอแต่ถ้าลองประติดประต่อดูแล้วมันก็เป็นไปได้ทางเดียว เพราะเรื่องนี้สินะ ที่ทำให้นายซึมเป็นคนละคนแบบนี้
นาย!.....ทำไม....รู้ได้ยังไง!
นายละเมอ
ฉันละเมอว่ายังไงบ้าง!
เรื่องนั้น ช่างเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือนนายว่าเรื่องที่นายหวังไว้น่ะมันเป็นไปไม่ได้หรอกซีวอน คนที่นายรักเค้ามีเจ้าของแล้ว แล้วทั้งคู่ก็รักกันดี นาย...ตัดใจซะเถอะ
หึ นี่น่ะหรือคือคำเตือนของนาย
ซีวอน
ออกไป
อย่าเพิ่งโกรธสิ
ฉันบอกให้ออกไป
นายฟังก่อนสิ ซองมินน่ะ.........
หุบปากนายได้แล้ว!! เสียงห้าวตะโกนลั่นในความเงียบนั้น ซีวอนพูดออกไปแล้วก็ได้แต่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด นายจะรู้อะไรคยูฮยอน อย่างนายจะมารู้อะไรกับฉัน!
คยูฮยอนสะกดใจอย่างยิ่งที่จะไม่ชกปากสวยๆตรงหน้า เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก นับหนึ่งถึงสิบในใจก่อนจะบอกเสียงห้วน ขอโทษที่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของนาย วางใจเถอะ ฉันจะไม่พูดถึงมันเป็นครั้งที่สอง คราวนี้นายจะเป็นจะตายยังไงก็เรื่องของนาย ฉันจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว.....โอ้ย....ไอ้บ้าทำอะไรวะ
เด็กหนุ่มร้องเต็มเสียง แรงกระชากของอีกฝ่ายทำเอาร่างเขาหล่นตุบไปบนเตียงกว้าง เจ็บใช่น้อยแต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจ ดวงตาคมเฉียบตวัดมองคนที่กดร่างเค้าไว้อย่างเอาเรื่อง
หรือจะต้องต่อยกันสักยก มันถึงจะคืนสติวะ!
นายจะมาเข้าใจอะไรคยูฮยอน ตลอดเวลาที่ผ่านมานายรู้ไหมว่าฉันทรมานแค่ไหน ทั้งๆที่รัก ทั้งๆที่ต้องการนายมากถึงเพียงนี้ แต่นาย!!~....นายกลับมองไม่เห็นมัน! ไม่ใช่นายเองหรือไงที่มองข้ามความรักของฉัน แล้วตอนนี้นายจะมาพูดทำซากอะไร!
.......................................
อะ.....อะไรนะ......... - - - -
นาย....นายไม่ได้...ไม่ได้รัก...ซองมินหรอกเหรอ
ตลกมากคยูฮยอน ฉันทำอะไรให้นายเข้าใจว่าฉันรักเขาล่ะ หือ ไม่ใช่นายหรือไงที่หันมาสบตาฉันทุกครั้ง แล้วก็ไม่ใช่นายอีกหรือไงที่หลบหน้าฉันทุกครั้งไป สนุกมากหรือไงที่เห็นฉันรักจนแทบบ้าอยู่แบบนี้
คยูฮยอนสั่นหน้าดิก ปากคอกลายเป็นของหนักเหมือนถูกสาปเป็นหิน
อยากจะแย้ง อยากจะแก้ความเข้าใจผิดให้อีกฝ่าย แต่ก็ทำไม่ได้
ใช่สิ นอกจากซองมินแล้ว นายจะมองใครได้อีกล่ะ รักเค้านี่ รักเค้ามากสินะ
ไม่....ไม่ใช่นะซีวอน นายฟังก่อน.....
หมดเวลาจะฟังแล้วคยูฮยอน ฉันฟังมามากพอแล้ว ฟังคำหวานเลี่ยนๆที่พวกนายพูดกันทุกเช้า กลางวัน เย็นแล้วก็ก่อนนอน ต่อไปนี้ถึงเวลานายฟังฉันพูดบ้าง
ซีวอน เดี๋ยว ซีวอน......อย่า!!..........
เสียงห้ามปรามของคนตัวเล็กกว่าเงียบลงราวกับถูกตัดเมื่อซีวอนเลือกที่จะใช้วิธีตามที่หัวใจ
เรียกร้อง หักหาญ เอาแต่ใจ และจาบจ้วงรุนแรง
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีเสียงครึมครางหลุดมาให้ได้ยินแผ่วๆตามสายลมที่พัดผ่าน ภายในแสงสลัวของพระจันทร์นั้นยังคงทอให้เห็นความเคลื่อนไหวอันเร่าร้อนของร่างสองร่างบนเตียงกว้าง ซีวอนที่ไม่คิดจะหยุดยั้งหัวใจตนเอง และอีกฝ่ายที่อ่อนแรงเกินกว่าจะต้านทานแรงปรารถนาของคนตัวสูงได้
คยูฮยอนอาจจะยังไม่รู้ แต่ซีวอนแน่ใจ
สิ่งที่เกิดขึ้น มันเกินกว่าคำว่าอารมณ์ไปไกล
เสียงครางผะแผ่วในห้องเงียบลงยังไม่ทันได้ถอนหายใจ เด็กหนุ่มหนึ่งในสองที่เอาหูแนบประตูมาตั้งแต่ต้นก็ลุกพรวดขึ้นแล้วก็ลากแขนคนตัวเล็กกว่าเดินตามตัวเองไปหลุนๆ
ทงเฮ จะรีบไปไหนน่ะ ไม่กลับไปดูหนังต่อเหรอ
ไม่ดูแล้ว
แล้วจะไปไหนเล่า
ก็ลากมาเข้าห้องเนี่ย คิดว่าจะพาไหนล่ะจ้ะที่รัก
บ้า พรุ่งนี้มีงานไม่เอาด้วยหรอก
ก็ไม่ได้จะให้เอาซะหน่อย ตัวแสบของวงยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆดันร่างคนรักลงบนเตียงกว้าง
อีกมือหนึ่งก็สอดเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อเนียนใต้เสื้อยืดสีชมพูอย่างช่ำชอง
ทะลึ่ง ทำไมเราต้องมีแฟนเซ็กส์จัดแบบนี้ด้วยเนี่ย
ทงเฮหัวเราะร่า ซุกหน้าลงงับซอกคอขาวอย่างหมั่นเขี้ยว
คิดได้ตอนนี้ก็สายเสียแล้วล่ะที่รัก น่า มาให้กอดซะดีๆ จะได้ไม่แพ้คู่ซีวอนมันไง
ซองมินทำปากยื่น แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้มือทงเฮปลดเสื้อผ้าของจากตัวอยู่ดี
>_________<
The End
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)
หลังจากแต่งเอง จบเอง แล้วก็สครีมอย่างบ้าคลั่งเองแล้ว เราก็มานั่งบ่นงึมอยู่คนเดียว
ฟิกวายของจริง.........ตบท้ายด้วยฟิกเลสเบี้ยนของแท้
อย่าถามหาสาเหตุที่แต่ง บอกแล้วว่าเรื่องนี้เราเน้นธีม Horror
เครดิต ::: เพลง เสียงที่ไม่ได้ยิน (ขอบคุณค่ะ)
PS. กำลังอินกะคู่ด๊องมินมากๆ จะมีใครแต่งให้อ่านมั้ยน้อออ ถ้าไม่มีจะแต่งไว้อ่านเอง หึๆ