Why 03
posted on 18 Jan 2007 13:42 by kiraz in Short-Fiction
งานเลี้ยงเลิกไปนานแล้ว
แต่ซองมินก็ยังนั่งอยู่เพียงลำพังในห้อง เตียงอีกเตียงก็ยังว่างเปล่า.....ถ้าจะพูดให้ถูกมันไม่เคยถูกใช้งานเลยตั้งแต่คยูฮยอนย้ายมาอยู่ห้องนี้ เตียงที่เขานั่งอยู่นี่ต่างหากล่ะที่เขาและใครคนนั้นเคยนอนซุกกัน คุยกันจนหลับไปทุกคืน เคยตื่นพร้อมกันและนอนคุยกันสักพักก่อนจะลุกไปทำงานพร้อมกัน
แต่มันก็แค่....เคย....นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราต่างคนต่างอยู่
นานเท่าไหร่แล้วที่นายลืมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น
นาย....เลิกรักกัน....มานานแค่ไหนแล้ว
คยูฮยอน
“สุขสันต์วันเกิดนะซองมิน”
เสียงเล็กบอกออกมาเบาๆ ซองมินยิ้มกับตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งที่ซองมินได้รับความรักจากคนมากมายในวันนี้ ทั้งพ่อแม่ น้องๆ และเพื่อนฝูงอีกกลุ่มใหญ่ แต่มันกลับกลายเป็นวันเกิดที่ซองมินไม่อยากจำมากที่สุด อยากลืม ลืมมันให้หมด
“.......คะ....ใครก็ได้....ฮึ่ก...ช่วยผมที....”
เคยมีคนบอกไหม ว่าของทุกอย่างในโลกนี้จะต้องมีสองด้านเสมอ เมื่อมีขาวก็ต้องมีดำ มีกลางวันก็ต้องมีกลางคืน มีดีก็ต้องมีร้าย
ความรักก็เหมือนกัน
เมื่อยามรัก มันทำให้เรารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบนี้เป็นของเรา ทุกอย่างดูสดใสสวยงามไปเสียหมด แต่เมื่อใดก็ตามที่ความผิดหวังมันชนะ โลกทั้งใบ........ก็เหมือนจะไร้ที่ให้เหยียบยืน
จำเอาไว้นะ ซองมิน
- - - - - - - - - - - - - - - -
((KNOCK))
ซองมินหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากข้างนอก คนตัวเล็กลืมตามองแสงสะท้อนจากนาฬิกาเรือนเล็ก......ตีสาม.....ซองมินถอนใจยาว เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นรอบที่สองหลังจากทิ้งช่วงจนเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้ไปแล้ว ร่างเล็กดึงตัวเองจากห้วงความคิดอันมืดมิด ใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ เดินไปเปิดประตูแล้วก็พาลคิดว่าเพื่อนคนไหนคิดจะมาอวยพรวันเกิดเขาตอนตีสามอีกหนอ แต่พอเห็นหน้าแขกในยามวิกาลเท่านั้น
“.............................”
“ผมเข้าไปได้ไหม”
เสียงทุ้มถามออกมา ซองมินได้กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆโชยมาจากร่างตรงหน้า แม้ใจจะหวั่นเกรงกับการเผชิญหน้ากับคยูฮยอน แต่เมื่อคยูฮยอนยังเป็นเจ้าของอีกครึ่งหนึ่งของห้องนี้เขาก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซองมินเดินมาหยุดหน้าตู้เสื้อผ้าของตัวเอง.....หรือเขาจะไปขอนอนกับอึนฮยอกดี
พรุ่งนี้พวกเขามีงานตั้งแต่เก้าโมงเช้า เป็นไปไม่ได้แน่ๆที่ซองมินจะข่มตาหลับได้ทั้งที่มีใครบางคนอยู่ในห้องแบบนี้ คนตัวเล็กดึงเสื้อคลุมจากที่แขวนมาสวมลวกๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก
“จะไปไหน”
ลมหายใจร้อนผ่าวกระทบเข้ากับข้างแก้มแบบไม่ทันให้ตั้งตัว พอหันกลับมามองก็ถูกดันจนหลังติดกับตู้เสื้อผ้า ซองมินใจหายวาบเมื่อเงาของร่างสูงทาบลงมาปิดกั้นทางหนีของซองมินหมดทุกทาง
“ถอยไป”
“ผมถามว่าจะไปไหน”
“ไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับนายไม่ใช่เหรอไง ถอยไปนะคยูฮยอน”
“ทำไม ซองมินรังเกียจผมถึงขนาดนี้เลยหรือ แค่ห้องที่เคยอยู่ด้วยกันก็ถึงกับทนอยู่ไม่ได้”
“คยูฮยอน นายเมาแล้วก็ไปพักผ่อนซะ อย่าเที่ยวมาหาเรื่องคนอื่นแบบนี้นะ”
มือเล็กผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่คยูฮยอนในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากหินผา ยิ่งซองมินทั้งผลักทั้งดันไปมากเท่าไหร่ก็เสียแรงเปล่าเท่านั้น ท้ายที่สุดก็เป็นซองมินเองที่ต้องยอมแพ้ยืนหอบมองคนตัวสูงอย่างเดือดดาล
ทำให้รัก
ทำให้เจ็บให้ช้ำ
แล้วยังจะมาทำให้ซองมินโมโหอีกหรือ!
“เราสองคนกลายเป็นคนอื่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอซองมิน ตั้งแต่เมื่อเช้าที่ซองมินบอกเลิกผม หรือตั้งแต่แรกที่เรารู้จักกันแล้ว ตลอดเวลาผมไม่เคยเป็นได้มากกว่า.....คนอื่น.....เลย อย่างนั้นใช่มั้ย”
“นั่นมันเป็นเรื่องที่นายน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง”
“จะให้ผมรู้อะไร!!”
เสียงห้าวตะคอกใส่จนซองมินสะดุ้งสุดตัว คนตัวเล็กกว่ามองสีหน้าเจ็บปวดของอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ อะไรอีก....นายยังต้องการอะไรอีกคยูฮยอน
“ถ้าไม่รักกันตั้งแต่แรก ซองมินมายอมคบกันทำไม ถ้าลืมเค้าไม่ได้ทำไมต้องเลือกผม ปฏิเสธผมไปก็ได้นี่ ทำไมต้องทำให้รัก......ผมรักมากขนาดนี้แล้ว....ซองมินก็ยังจะไป”
“นาย....พูดเรื่องอะไร”
ซองมินงงจริง ไม่ได้แกล้งโง่หรืออะไรทั้งนั้น ก็มันน่างงไหมล่ะ คนที่ควรจะเป็นฝ่ายคร่ำครวญเพราะถูกทิ้งมันต้องเป็นซองมิน ซองมินที่กำลังโดนตัดพ้ออยู่ตอนนี้ไม่ใช่หรือไงเล่า!
“ฉันงงไปหมดแล้วนะ ใครไม่รักใคร แล้ว......ฉันต้องลืมใคร.......”
“...............................”
อีกฝ่ายหันหน้าหนี ไม่ยอมอธิบายต่อ เงียบและนิ่งจนซองมินยิ่งโมโห เด็กหนุ่มกระชากเสียงใส่คนตัวสูงกว่าอย่างเหลืออด
“คยูฮยอน เราสองคนเข้าใจตรงกันอยู่หรือเปล่า”
“ซองมินเข้าใจว่ายังไง”
“ต้องให้ฉันพูดด้วยเหรอ ภาพที่เห็นเมื่อเช้ามันไม่ได้ยืนยันทุกอย่างอยู่แล้วหรือไง หรือนายไม่มีข้ออ้างอื่นแล้วถึงต้องเอาเรื่องเหลวไหลไร้สาระมาอ้างเพื่อที่......ที่จะให้มันเป็นอย่างนี้”
“ผมไม่ได้อ้าง”
“ถ้าอย่างนั้นนายยังต้องการอะไรอีก ฉันเป็นฝ่ายถอยออกมานายก็น่าจะดีใจแล้วไม่ใช่หรือไง หรือแค่นี้นายยังไม่พอใจ อยากได้ข้ออ้างอื่นที่มันทำให้นายสบายใจมากกว่านี้อย่างนั้นใช่มั้ย”
“ซองมิน ชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ” พอคยูฮยอนเริ่มฉลาด อีกคนก็สติแตกไปเรียบร้อย เพราะฉะนั้นอย่างหวังว่าซองมินจะหยุดฟังง่ายๆ คนตัวเล็กทุบไหล่กว้างดังปึ่ก คยูฮยอนคงเจ็บไม่น้อยแต่มันก็คงไม่มากไปกว่าที่เขากำลังรู้สึกหรอก
เจ็บจนไม่รู้จะเจ็บอย่างไรอีกแบบนี้น่ะ
เคยเป็นไหม
“ก็ได้คยูฮยอน ถ้านายอยากเลิกกันแบบสบายใจ อยากคบกับทงเฮแบบไม่ต้องรู้สึกผิดบาป นายจะหาเหตุผลอะไรมาโยนให้ฉันก็ได้ บอกใครไปเลยก็ได้ว่าฉันทิ้งนาย เพราะฉันกับคิบอมรักกันเลยทำให้นายต้องเลือกทงเฮ แค่นี้พอที่จะไปรักกันอย่างสบายใจหรือยัง”
เสียงที่เปล่งออกมาเต็มกำลังผสานกับอารมณ์ที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม เป็นผลให้ถ้อยความทั้งหลายแหล่ดังลั่นในความสงบของค่ำคืนนั้น คยูฮยอนแน่ใจว่าคงมีใครสักคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาแน่ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องสนใจในตอนนี้
ภาพคนตัวเล็กที่กำลังยืนซบหน้ากับฝ่ามือทั้งสองข้างนั่นต่างหากล่ะที่ทำให้คยูฮยอนมือไม้สั่นจนแทบจะตัดมันทิ้ง เด็กหนุ่มจับมือเล็กออกจากใบหน้าคนรัก เรียกเสียงอ่อนอย่างรู้สึกผิด
“ซองมิน”
“พอ....พะ.....พอได้แล้ว คยู พอซะที”
“ซองมิน”
“ฉันบอกว่าพอแล้ว ได้ยินไหม คนโง่ พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”
ถ้าคนพูดไม่ได้พูดไปแล้วสะอื้นไปแบบนี้ คยูฮยอนคงจะเชื่ออยู่หรอกว่าซองมินด่าเขาจริงๆ น้องเล็กของวงค่อยประคองใบหน้าน่ารักไว้ด้วยมือทั้งสอง เกลี่ยน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดให้ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้แก่กว่าตัวเองร่วมสองปีอย่างนั้น
“ร้องไห้ทำไม ผมไปแล้วแบบนี้ซองมินน่าจะดีใจไม่ใช่หรือ”
“หยุดได้แล้ว”
ซองมินสะอื้นฮัก ร้องขอให้อีกฝ่ายทำตามใจตนเองกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เจ้าของเสียงนุ่มยังไม่ยอม คยูฮยอนอนุญาตให้สองแขนของตนรั้งเอาร่างเล็กกว่าเข้ามากอด กอดแน่นจนซองมินแทบจมไปกับความอบอุ่นอันคุ้นเคยนั้น
“เท่าที่ผ่านมามันยังไม่พออีกหรือไง ต้องให้ฉันเสียใจตายไปต่อหน้าใช่ไหมนายถึงจะพอใจ”
“ทำไมซองมินต้องเสียใจ ตัวเองเป็นคนบอกเลิกผมเองนะ”
ซองมินเงยหน้ามองคนพูด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำๆนี้มันจะหลุดออกมาจากปากนาย ที่ซองมินต้องมานั่งเสียใจเพราะเรื่องทั้งหมดทั้งปวงนี่มันไม่ได้มาจากคยูฮยอนเองหรือไง เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีค่าพอที่จะอยู่ตรงนั้นแล้ว คยูฮยอนคิดว่าซองมินจะทนไปเพื่ออะไรอีก ในเมื่อนายไม่เห็นว่าฉันสำคัญเหมือนใครอีกคน จำเป็นด้วยหรือที่ฉันต้องเป็นฝ่ายรอให้นายจากไปก่อน
“ฉันบอกเลิกนาย เพราะนายเลือกเขาไม่ใช่หรือคยูฮยอน”
“....ผมไม่ได้เลือกใคร.....”
“แล้วที่ฉันเห็นมันหมายความว่ายังไง นายจะบอกว่าระหว่างนายกับทงเฮ....เป็นเรื่องที่ฉันกับคิบอมเข้าใจผิดไปเองอย่างนั้นเหรอ”
.
.
.
“ผม....ไม่ได้มีอะไรกับทงเฮ”
คยูฮยอนตอบเสียงแผ่วหลังจากที่เงียบไปอึดใจ ร่างสูงซุกหน้ากับไหล่เล็ก ไม่สนใจอาการทั้งผลักทั้งดันของคนในอ้อมกอด ซองมินหันหน้าหนีเมื่อจมูกโด่งเริ่มระรานจากซอกคอลามมาถึงปลายคางและผิวแก้มเขา กลิ่นฉุนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกหวิวๆในอก หากก็ยังใจแข็งเค้นเสียงใส่คนเมาแบบไม่ค่อยจะสมบทบาทนัก
“แล้วทำไมนายถึงไม่ยอมอธิบายมาตั้งแต่ต้น เงียบอยู่ทำไม”
“เพราะผมคิดว่า...บางที...ซองมินอาจจะดีใจที่มันเป็นแบบนั้น”
“หมายความว่าไง”
“ซองมินรักผมหรือเปล่า”
เสียงห้าวถามอยู่ข้างแก้ม ซองมินเหล่ตามองหน้าหล่อๆนั่นแล้วก็นึกอยากทำร้ายร่างกายคนขึ้นมาตะหงิดๆ มันจะมาถามเอาพริกเกลืออะไรในตอนนี้
“โจคยูฮยอน นายจะเฉไฉอีกนานไหม ถ้าไม่คิดจะคุยกันให้รู้เรื่องนายก็ปล่อยฉันได้แล้ว เลิกกอดไว้แบบนี้เสียที ฉันหายใจไม่ออก”
“ผมไม่ได้เฉไฉ แค่อยากรู้ระหว่างผมกับพี่อึนฮยอกซองมินรักใครมากกว่ากัน”
ซองมินชะงักกึก อาการดิ้นรนเมื่อครู่เลยพลอยหยุดค้างไปด้วย
“แล้วอึนฮยอกมาเกี่ยวอะไรด้วย”
แค่ได้ฟังชื่อนั้นจากปากอีกฝ่าย คยูฮยอนก็แค่นยิ้ม คนรักที่อายุน้อยกว่าซองมินถึงสองปีอาศัยแรงที่เยอะกว่าเกี่ยวเอวซองมินแล้วรั้งครั้งเดียว ร่างก็เขาก็หล่นตุ่บลงบนเตียงนุ่ม ย้ายนิวาสถานจากหน้าตู้เสื้อผ้ามาอยู่บนเตียงเรียบร้อย
“คยูฮยอน คุยกันให้รู้เรื่องก่อนนะ!”
เสียงเล็กร้องลั่นเมื่อคยูฮยอนทำท่าว่าจะไม่ยอมสานต่อเรื่องที่พูดอยู่ให้จบ ริมฝีปากร้อนผ่าวกดแนบกับผิวเนื้อนุ่มทั่วใบหน้าเนียน ซ้ำร้ายยังทำท่าจะปิดปากซองมินด้วยวิธีดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลมาหลายต่อหลายครั้ง แต่คราวนี้ซองมินไม่หลงกล
กระต่ายน้อยเอียงหลบแล้วก็กัดลงไปบนไหล่อีกฝ่ายเสียเต็มแรง(ฟัน)
“เจ็บ!”
แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่คยูฮยอนก็ไม่ยอมถอยหนีไปไหน ร่างสูงยังคงกดทับซองมินไว้จะมีก็แต่เพียงอาการพูดไม่ฟังเมื่อกี้เท่านั้นที่ดูจะหายไปราวกับปลิดทิ้ง ซองมินทำตาขุ่น จ้องเอาๆจนอีกฝ่ายยอมแพ้ เอ่ยเสียงเบา
“ซองมินยังรักเค้า....ใช่ไหม”
“ใคร”
“พี่อึนฮยอก”
“..............นายกำลังพูดเรื่องอะไร”
ซองมินเห็นอีกฝ่ายเม้มปากแน่น ตาคมที่เคยพราวระยับด้วยแววเจ้าเล่ห์ตอนนี้กลับแห้งผากไม่ต่างจากดินขาดน้ำ “ผมรู้ ซองมินเคย.....รัก....เค้ามาก่อน”
“คยูฮยอน”
“ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจเพราะคิดว่ายังไงเสียสักวันผมคงทำให้ซองมินลืมเค้าได้ ยิ่งตอนที่ผมขอคบกันแล้วซองมินตกลงผมยิ่งมั่นใจ แต่พอนานวันเข้า....ผมถึงรู้......ไม่สิ ผมน่าจะรู้...น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว...โธ่เว้ย.....” ซองมินนั่งนิ่ง เพราะไม่คิด ไม่คิดมาก่อนว่าเหตุผลของเรื่องทั้งหมดมันจะมาจากเรื่องในอดีตของเขาเอง เมื่อเห็นคยูฮยอนพลิกตัวไปซุกหน้ากับหมอนท่าทางเหมือนคนอ่อนแรง ซองมินจึงสั่งตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งช้าๆ
รู้ได้ยังไง
คยูฮยอนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง
“ทงเฮบอกนาย...อย่างนั้นหรือ”
ความเงียบนั่นคือคำตอบว่าใช่ และซองมินก็แน่ใจเพราะเรื่องนี้เขาไม่เคยปริปากบอกใครนอกจากเพื่อนสนิทอย่างทงเฮ แล้วทำไม....เองมันตั้งนานล้านปีมาแล้ว ทำไมทงเฮถึงเอามันมาพูดอีก
“ทำไมจู่ๆพวกนายถึงเอาเรื่องนี้มาคุยกัน”
ซองมินถามเสียงแผ่ว ตากลมมองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง ท่าทางภายนอกเหมือนไม่ทุกข์ร้อนแต่ข้างในนั้น หัวใจมันกำลังเต้นเป็นจังหวะที่ทั้งแรงและหนักจนเจ็บไปทั้งอก
“ทำไมคยูฮยอน”
“เพราะผมถาม”
“ทำไมนายถึงถาม!”
“เพราะซองมินเอาแต่ละเมอถึงเค้าทุกวันยังไงล่ะ!”
คนตัวเล็กกระชากเสียงถาม อีกฝ่ายก็ตอบมาแรงไม่แพ้กัน คยูฮยอนผุดลุกขึ้นนั่งแล้วก็กระแทกเท้าไปหยุดหน้าตู้เสื้อผ้า เด็กหนุ่มพยายามหาตำแหน่งให้ตัวเองแต่สุดท้ายก็ต้อวมาหยุดยืนต่อหน้าคนที่นั่งตาแป๋วอยู่บนเตียง
“.......เมื่อกี้....พูด....อะ...อะไรนะ.....”
“พูดเรื่องละเมอ ทำไม คิดว่าผมโกหกหรือไง”
“ฉันละเมอเหรอ”
คยูฮยอนแค่นยิ้ม อยากจะหัวเราะออกมาเหมือนกันแต่เห็นสีหน้าของคนที่รักแล้วมันขำไม่ออก มือเรียวล้วงเอาซองบุหรี่ที่ยับย่นออกมาเคาะสองสามทีหวังจะระบายอารมณ์ให้มันหายหงุดหงิดสักมวนสองมวน แต่ก็ถูกซองมินปัดมันทิ้งไปเสียก่อน
“นอกจากเรื่องนี้แล้วมีเรื่องอื่นอีกไหม”
“........................”
“คยูฮยอน”
“ไม่มี”
“ไม่มี!!” ซองมินย้ำเสียงสูง “ถ้าไม่มีแล้วแค่อาการละเมอเนี่ยมันทำให้นายคิดไปไกลได้ขนาดนี้เลยเหรอ นายบ้าหรือเปล่าคยูฮยอน เรื่องมันตั้งกี่ปีมาแล้วนายจะเก็บเอามาคิดให้มันได้อะไรขึ้นมา”
“แล้วผมคิดฝ่ายเดียวหรือไง ซองมินเองถ้าไม่ได้คิดถึงเค้าแล้วจะเก็บมาฝันถึงบ่อยๆหรือ”
“บ้า บ้าที่สุดเลย นายรู้มั้ยว่าฉันเสียใจแค่ไหนที่นายทำแบบนั้น รู้ไหมว่า.....ว่าฉันต้อง...โอ๊ย ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงละเมอแบบนั้นมันอาจจะเพราะเหตุผลหลายๆอย่างแต่ไม่ใช่เพราะว่าฉันยังรักไอ้ไก่นั่นอยู่แน่ เรื่องนี้มันจบไปตั้งนานแล้วทั้งฉันทั้งทงเฮรู้เรื่องนี้ดี”
“จะบอกว่าไม่ได้รักพี่อึนฮยอกแล้วงั้นสิ”
“ก็เออน่ะสิ!”
คนตัวเล็กตวัดเสียงตอบ ตากลมวาววับด้วยความโกรธ
ใช่ ซองมินกำลังโกรธ
โกรธมากๆ
โจคยูฮยอน นายทำแบบนี้ได้ยังไง แค่ฉันละเมอ แค่สนิทสนมกับอึนฮยอก นายก็เก็บเอาไปคิดมาก หาเรื่องทำให้เราสองคนต้องเสียใจจงใจทำให้ฉันเข้าใจเพราะเหตุผลโง่ๆ นายสงสัยทำไมไม่พูด นายข้องใจทำไมถึงไม่ถาม
“จะไม่รัก จะเลิกคบกันเพราะใจนายมันหมดรักกันแล้ว ฉันไม่ว่า....ถึงมันจะเจ็บ ฉันก็จะยอมรับมัน ถึงต้องเสียใจฉันก็จะทน แต่นาย.....นายมีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาฉันแบบนั้น”
มีสิทธิ์อะไรมาคิดว่าซองมินไม่รัก!
“ซองมิน”
“ออกไป”
“ซองมิน ฟังผมก่อน” ร่างสูงขยับเข้าใกล้แต่แล้วก็ต้องชะงัก
ซองมินที่ออกปากไล่เขาด้วยน้ำเสียงเรียบจัดกำลังเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยที่เคยระยิบระยับด้วยความรื่นรมย์คลอรื้นด้วยหยดน้ำใส อีกไม่นานเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามเก็บกักไว้คงหลุดมาให้ได้ยิน คยูฮยอนได้แต่มองมันนิ่ง ทำอะไรไม่ได้แม้จะปวดแปลบในใจจนต้องเผลอครางในความเงียบนั้น
“ผมเสียใจ”
“ออกไป”
“ซองมิน”
“ถ้านายไม่ไป ฉันจะไปเอง”
TBC >>> จบตอนหน้าจ้ะ
ต้องมาต่อก่อนที่บ้านจะโดนปาระเบิด หง่า....ขอโทษคนที่ชอบให้จบแบบเศร้าด้วยนะคะ คนแต่งโดนไซโคหนักทั้งจากคนอ่านและเพื่อนใกล้ตัว หากไม่แต่งภายในวันสองวันนี้คาดว่าชีวิตคงไม่ปลอดภัยเป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้น where where is where where (ไหนๆก็ไหนๆแล้ว) อ่านตอนจบของเรื่องนี้ด้วยนะคะทุกคน ^^
edit @ 29 Sep 2008 16:54:27 by Kiraz