Why 01
posted on 18 Jan 2007 12:23 by kiraz in Short-Fiction
วันนี้พวกเราตื่นเช้า
หลังได้รับสองรางวัลใหญ่จาก โซล มิวสิคเมื่อเดือนก่อน ผู้จัดการสุดเฮี้ยบของเราเลยใจดีเคลียร์ตารางงานให้ว่างเพื่อการพักผ่อนหนึ่งวัน แค่หนึ่งวันสั้นๆแต่คุณเชื่อไหมว่ามันคือสิ่งที่เราเฝ้ารอมาอย่างใจจดใจจ่อตลอดเดือน วันว่างที่นานครั้งจะมาถึง เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าพวกเราจะใช้วันหยุดครั้งนี้คุ้มค่าเพียงใด
บ้านทั้งหลังคึกครื้นตั้งแต่แปดโมงเช้า พวกเราเริ่มวันใหม่ด้วยเสียงฝีเท้าของทงเฮที่วิ่งเข้าห้องนั้นออกห้องนี้อย่างร่าเริง เสียงหัวเราะของทงเฮดังก้องกังวานจนผมอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้
ทงเฮที่ร่าเริงสดใส
ทงเฮที่เข้มแข็ง
และ...ทงเฮที่เคยร้องไห้ให้กับความรักอย่างน่าเอ็นดู
ช่างเป็นคนที่มีอะไรให้แปลกใจอยู่เรื่อยเลยเชียว
ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไม ทงเฮถึงได้รับความรักจากคนรอบข้างมากมายถึงเพียงนั้น เพราะเป็นทงเฮที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของความมีชีวิตชีวา จึงไม่เคยมีใครปฏิเสธในยามที่ทงเฮต้องการจะอยู่ใกล้คนนั้น
น่าอิจฉาเจ้าพินอคคิโอน้อยจังเลย
“เฮ้ย! ใครปล่อยลิงออกมาเพ่นพ่านแต่เช้าวะ คนจะนอน”
“เรียกเจ้าของมันมารับไปดิ”
“คิบอม อยู่ไหนวะ เอาไอ้ตัวแสบนี่ไปเก็บทีดิ๊!”
เสียงพี่คังอินตะโกนตอบโต้กับพี่เยซองดังมาจากห้องติดๆกัน ขัดความคิดของผมจนต้องเผลอหัวเราะออกมา สงสัยสองห้องนี้คงเป็นหนึ่งในเหยื่อที่โดนทงเฮบุกห้องเข้าไปปลุกแต่เช้าตรู่แน่ๆ แต่ถึงจะโวยวายเสียเต็มบ้านแบบนั้นก็พอฟังออกว่าคนพูดเค้าเอ็นดูเจ้าตัวกวนมากพอดู ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอ กำลังคิดอยู่ว่าควรจะเดินไปล็อคประตูแล้วกลับมานอนต่อหรือควรจะรอให้ทงเฮมาปลุกแล้วก็ลุกไปจากเตียงเสียที
แต่ก็มีคนตัดสินใจแทนเสียแล้ว
คนที่ผมคิดว่ากำลังหลับสนิท ลุกพรวดจากเตียง ขายาวในกางเกงสีเข้มพาเจ้าของมุ่งตรงไปที่ประตูแล้วก็จัดการล็อคลูกบิดแถมคล้องสายโซ่ให้อีกเสร็จสรรพ!
ใบหน้าหล่อจัดเรียบตึงบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แหงอยู่แล้ว ก็เพิ่งได้นอนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง มาโดนขัดจังหวะการนอนตอนที่กำลังหลับสบาย ใครจะไม่เคือง ล็อคประตูเสร็จก็ก้าวยาวๆ กลับมาที่เดิม ล้มตัวลงนอนโดยไม่ลืมที่จะคลุมผ้าจนมิดหัว
ผมมองกองผ้าห่มข้างตัวแล้วก็แอบถอนใจเบาๆ มันจะงี่เง่าเกินไปหรือเปล่าที่ผมอยากให้เค้าเลิกนอนแล้วก็ตื่นขึ้นมาอยู่กับผม จะเอาแต่ใจไปไหมถ้าผมไม่อยากให้เราเสียวันหยุดไปแบบเปล่าประโยชน์ ผมอยากให้เค้าตื่นมาคุยกัน ถามไถ่ถึงช่วงที่เราไม่ได้เจอกัน อยากให้เค้าเล่าให้ฟังถึงช่วงที่เราไม่ได้ไปไหนด้วยกัน
ทำงานกับเรียวอุคกับพี่เยซองเป็นยังไงบ้าง?
สนุกไหม?
เหนื่อยหรือเปล่า?
อีกมากมายที่ผมอยากรู้ และคิดว่าแค่หนึ่งวันสั้นๆมันคงไม่พอที่จะเล่าให้ฟังได้ทั้งหมด แต่ผมก็อยากรู้ อยากรู้จากเจ้าตัว ไม่ใช่จากเพื่อนสนิทของผมอีกทีหนึ่ง ไม่ใช่จากทงเฮหรือคนอื่นๆ
.....แต่ผมก็ใจไม่แข็งพอที่จะปลุกคนหลับ..........
(((KNOCK)))
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามที่ผมคาดไว้ ทงเฮยังครึ้มใจที่จะตบมือกับประตูเป็นเพลงจังหวะเพลงสนุกๆตามแต่ที่ตัวเองจะคิดออก ผมรีบเดินไปเปิดประตู เจ้าตัวเล็กก็ยิ้มยิงฟันส่งมาให้แล้วก็อัญเชิญตัวเองเข้ามาในห้องผมเสร็จสรรพ
“ตื่นนานยัง”
“ไม่นาน ก็ตอนที่พี่คังอินตะโกนเมื่อกี้นั่นแหละ”
“เหอะ วันหยุดทั้งที่จะมัวแต่นอนได้ยังไง เดี๋ยวก็ตัวเป็นขนหรอก”
ผมกลั้นยิ้ม ลอบมองที่เตียงของตัวเอง ผ้าห่มก้อนกลมที่หันหลังให้ยังไม่ยอมขยับ ทงเฮเองก็คงเห็นเลยเดินส่ายอาดๆไปเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง พูดด้วยเสียงไม่เบานัก
“นี่ก็ไปอดนอนมาจากไหน คยูฮยอน ใจคอนายจะนอนถึงพรุ่งนี้เช้าเลยหรือไง”
“ทงเฮ ปล่อยเค้านอนไปเหอะ คยูฮยอนคงเหนื่อย” ได้ฟังแบบนั้นทงเฮก็เบิกตากว้าง
“เหนื่อย หมายความว่าไง......เมื่อคืนพวกนาย........”
“ไม่ใช่ คิดอะไรบ้าๆ ฉันหมายถึงเค้าเหนื่อยจากงาน ไม่ใช่อย่างอื่น”
“อ่าว ก็ไม่บอกนี่ว่างานบ้านหรืองานหลวง”
เจ้าตัวแสบลอยหน้าลอยตาพูดทั้งที่ยิ้มไม่จาง ผมขี้เกียจจะต่อคำด้วยเลยเลี่ยงไปหยิบผ้าเช็ดตัว กะจะหนีสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นไปอาบน้ำเสีย แก้มร้อนขึ้นทุกทีแบบนี้ ขืนผมชักช้าเดี๋ยวคงมีแซวต่อ
“ข้าวใหม่ปลามันแล้วดันมานอนเตียงเดียวกันอีก เราก็คิดดิ๊”
ยัง...ยังไม่เลิก
ผมหันไปมองคนที่กำลังคลานขึ้นไปบนเตียง ตอบพอได้ยินกันสองคน
“ได้ข่าวว่าตอนนี้คิบอมก็แลกห้องกับอึนฮยอกแล้วไม่ใช่เหรอ แสดงว่าทงเฮก็ได้รูมเมทคนใหม่แล้วสิ แบบนี้จะเรียกว่า.....ข้าวใหม่ปลามันแล้วดันมานอนเตียงเดียวกัน......ด้วยหรือเปล่า”
ทงเฮไม่ตอบแต่เค้าหัวเราะคิกคักแถมยังกล้าสอดตัวเข้าไปผ้าห่มผืนเดียวกับคนที่กำลังห
ลับ ผมชะงักมือที่กำลังสางผม รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นทงเฮเกยใบหน้ากับซอกคอคยูฮยอน เสียงเล็กติดจะแหบแกล้งฉอเลาะในแบบที่น้อยคนนักจะทำได้
“คยู ตื่นเถอะ........ตื่นนะ.....”
“ทงเฮ”
ทงเฮปรายตามองมายิ้มๆ แตะไหล่คยูฮยอนเขย่าไปมาเหมือนเด็กน้อยเวลารบเร้าจะเอาของเล่นกับพ่อแม่แต่กรณีนี้เป็นการรบเร้าให้ผู้ชายตัวโตคนหนึ่งลุกจากที่นอน ผมเห็นทงเฮกระซิบอะไรก็ไม่รู้สองสามคำแล้วก็แกล้งทำเสียงจี๊ดๆเหมือนหนูร้องข้างหูคยูฮยอนแล้วในนาทีต่อมาเค้าก็ร้องลั่น
“เฮ่ย!!!!~~~”
“ง่วงนอนนะ”
เสียงคนตัวสูงบ่นพรึมกับซอกคอทงเฮ ครับ คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอกตอนนี้ทงเฮกำลังนอนตาโต อ้าปากเหวอ ข้างบนมีร่างสูงของคยูฮยอนกดทับจนแทบมิด เจ้าน้องเล็กของวงกำลังอยู่ในอาการหิวการนอนเต็มแก่เลยซุกหน้ากับซอกคอทงเฮ แถมยังใช้ขาและแขนยาวๆก่ายทับเพื่อนของผมไว้อีกชั้นหนึ่ง
“อ๊าก ! ซองมิน ช่วยด้วย ไอ้บ้านี่มันจะฆ่าฉัน”
“ทงเฮ!”
“...............................................”
เสียงเข้มจัดที่ดังมาจากประตูห้องหยุดอาการโวยวายของทงเฮได้ชะงัดนัก ผมที่ได้แต่ยืนตะลึงเลยพลอยได้สติเดินเข้าไปง้างเอาคยูฮยอนออกมาจากทงเฮได้สำเร็จ เจ้าของเสียงเมื่อครู่ก้าวยาวๆแค่ไม่กี่ก้าวก็ตรงเข้ามารั้งแขนทงเฮให้ลุกขึ้นยืน คิบอมมองหน้าเจ้าตัวเล็กโดยไม่พูดไม่จาอึดใจหนึ่งแล้วก็กึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนของผมออกจากห้องไปโดยมีเสียงประท้วงของเจ้าตัวแสบดังเป็นซาวนด์ประกอบไปตลอดทาง
สองคนนั่นจะไปเคลียร์กันที่ไหน ยังไงผมเองก็สุดจะรู้ (ไกลสุดคงไม่เกินห้องนอน)
รู้แต่ว่าตอนนี้ ทงเฮได้ปลุกคยูฮยอนสำเร็จแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอ จะนอนต่อก็ได้นะ”
ผมบอกเขาอย่างนั้นเพราะปกติน่ะคยูฮยอนจะอารมณ์เสียสุดๆเวลาที่โดนรบกวนการนอนจนทำให้ต้องตื่นโดยไม่ได้ตั้งใจแบบนี้ แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าช้าๆ มองไปทางประตูแล้วก็หัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น
“ขำอะไร”
“เปล่า ไปล้างหน้าก่อนนะ”
คยูฮยอนไม่โกรธ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของเขาทำให้หัวใจของผมหยุดทำงานไป
เสี้ยววินาทีหนึ่ง ผมรู้ว่าคยูฮยอนขำทงเฮ แต่ทำไมผมถึงไม่กล้าคิดต่อไปก็ไม่รู้ว่าทำไม
ทำไม?
ผมกำลังตักแบ่งแกงกิมจิฝีมือพี่ฮันกยองใส่ถ้วยใบใหญ่เป็นใบที่สามคิบอมก็เดินหน้าตึง
เข้ามากระแทกตัวนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง พ่อพระเอกละครคนดีกรอกตาไปมาแล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่อยู่คนเดียวพอถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ หลายคำเข้าก็เล่นเอาพี่ฮีชอลฉุนกึก
“ไม่ต้องถามหรอกฮีชอล อาการแบบนี้ตีความได้อย่างเดียว”
“อะไร” พี่ฮันกยองหัวเราะหึๆ
“ก็โดนอภินิหารลูกลิงเล่นงานเข้าน่ะสิ”
“อีกแล้วเหรอ คิบอม”
คิบอมไม่ตอบและนั่นก็แปลว่าใช่ พี่ฮีชอลเลยหันมาสนใจข้าวในหม้อต่อ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับว่าทำไมคนที่กระตือรือร้นเรื่องคนอื่นอยู่ตลอดเวลาอย่างพี่ฮีชอลถึงได้หมดไฟเอาง่ายๆแบบนี้ ก็คิบอมกับลูกลิงของเค้าน่ะเป็นแบบนี้ประจำแหละ ถ้าในอาทิตย์หนึ่งแล้วสองคนนี้ไม่ขัดใจกันเลยนั่นสิเรื่องแปลก
แต่เท่าที่ผมรู้ ต้นเหตุของเรื่องก็มักมาจากเพื่อนสนิทของผมเองนั่นแหละ
และสุดท้ายคนที่จะต้องยอมก็ไม่พ้นคิบอมเอง
“คราวนี้เรื่องอะไรเหรอคิบอม หรือแย่งกันดูทีวีอย่างคราวที่แล้วอีก”
“ไม่ใช่หรอก”
เอ๊ะ!
“งั้นเรื่องอะไร มีใครเอาบทละครนายไปซ่อนอีกแล้วเหรอ”
ถูกแล้วครับ คราวก่อนทงเฮนึกคึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ หลังจากที่ผมเห็นเค้าบ่นๆๆเรื่องงานของคิบอมอยู่วันสองวัน เช้าหลังจากนั้นบทละครของพ่อพระเอกก็มีอันต้องจรลีไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าชินดง เล่นเอาคิบอมหาอยู่ครึ่งวัน โกรธจนพูดไม่ออกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคนทำไม่ยอมรับผิดแถมยังเถียงหน้าตายว่า
ก็ดีแล้วไง จะได้มีเวลาเงยหน้ามองคนอื่นบ้าง ก้มอ่านแต่บทอยู่นั่นทั้งวัน
ผลก็คือคิบอมต้องชดเชยเวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วยการท่องบทจนเกือบเช้า เล่นเอาช่างแต่งหน้าแทบจะกรี๊ดเมื่อเห็นสภาพพระเอกในเช้าวันต่อมา
“คุยกันดีๆเถอะน่า สุดท้ายนายก็ต้องง้ออยู่ดีไม่ใช่เหรอ”
พี่ฮันกยองชี้ทางสว่างให้อย่างอารมณ์ดี ทุกทีคิบอมมักจะตอบมาสักคำสองคำ หรือหลุดหัวเราะขำคนรักของเค้าอย่างเอ็นดู แต่คราวนี้......ดูแปลกๆไปแฮะ
“คิบอม เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า พี่ผมไม่กินข้าวนะ จะออกไปข้างนอก”
“หา ออกไปข้างนอก วันหยุดเนี่ยนะ”
พี่ฮีชอลถามเสียงสูง เค้าคงประหลาดใจเหมือนผมกับพี่ฮันกยองนั่นแหละ ก็คิดดูสิครับ ขนาดวันทำงานปกติเจ้าคู่รักหวานแหววแห่งปีเนี่ยจะต้องตัวติดกันทุกลมหายใจ หรือถ้าต้องแยกกันทำงานมันจะโทรหากันอยู่นั่นตลอดทั้งวัน แล้วตอนเย็นคิมคิบอมก็จะมาโผล่แถวๆที่พวกผมทำงานกันทั้งที่มันไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย
แล้ววันนี้......วันที่มีเวลาว่างหนึ่งวันเต็มๆ คิบอมกลับบอกว่าจะไปข้างนอก!
“ผมจะออกไปหาเพื่อนน่ะ ไม่ต้องรอทานข้าวนะ”
“ตกลงจะออกไปจริงๆเหรอ”
“ครับ”
แปลกจริงๆด้วย
ผมยืนอึ้งแกมหนักใจได้ไม่นานพี่ฮีชอลก็ใช้ให้ไปตามคนที่ยังเหลืออยู่บ้านให้ลงมาทานข้าว เรื่องแบบนี้น่ะง่ายมากครับแค่ไปเกาะตรงบันไดแล้วก็ตะโกนขึ้นไปแป็บเดียวเสียงฝีเท้าเป็นสิบคู่ก็จะวิ่งตึงๆแข่งกันลงมาจับจองที่ของตัวเอง ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้นเพราะในที่สุดแล้วทุกคนก็จะนั่งที่ประจำของตัวเองเสมอ....หรืออยากออกกำลังก่อนอาหาร?
ทุกคนลงมากันเกือบครบแล้ว ครับ เกือบครบเพราะแค่มองผ่านปราดเดียวผมก็รู้ได้ทันทีว่ามีใครบางคนยังไม่ลงมา คยูฮยอน คิบอม ทงเฮ แล้วก็อึนฮยอก คิบอมน่ะบอกว่าจะไม่กินข้าวตัดไปได้แต่อีกสามคนนี่สิ หายไปไหนของเค้า
“หายไปไหนหมดเนี่ย” พี่อีทึกถามเมื่อเห็นเก้าอี้ว่างไปตั้งสี่ตัว
“คิบอมออกไปหาเพื่อน ส่วนอีกสามคนไม่รู้เหมือนกัน”
คนอื่นๆในห้องร้องฮือกันขึ้นมาตั้งแต่ที่พี่ฮีชอลตอบเรื่องคิบอมแล้ว ปฏิกริยาก็ไม่ต่างจากที่พวกผมเป็นหรอกครับ ตะลึงกันโดยถ้วนหน้า
“เฮ้ย มันเรื่องอะไรกันวะ!!” พี่คังอินร้องถาม ผมก็ขี้เกียจอยู่ตอบเลยอาสาไปตามที่เหลือให้ กะจะเดินไปปลุกคนที่อยู่ในห้องในสุดก่อนก็เป็นอันต้องชะงักอยู่หน้าห้องแรกสุด
คยูฮยอนกับทงเฮอยู่ด้วยกันในนั้น
ตอนแรกผมคิดว่าเจ้าไก่คงอยู่ด้วยแต่เสียงคลายล็อคของห้องในสุดก็ดังขึ้นแล้วเจ้าไก่ก็เดินออกมาจากในนั้น
แสดงว่า........พวกเขาอยู่ด้วยกันแค่สองคน
ผมสูดลมหายใจลึก พยายามทำเป็นไม่สนใจอาการวูบโหวงในอกและมือที่กำลังสั่นของตัวเอง เมื่อทั้งสองคนยังไม่มีทีท่าที่จะรู้ว่าตอนนี้มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยผมจึงต้องเคาะประตูให้สัญญาณ คยูฮยอนหันมามองขวับเหมือนทงเฮที่ปลดแขนตัวเองออกจากต้นคอของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วพอกัน
“ซองมิน!”
ทงเฮเรียกชื่อผมออกมา ขณะที่อีกคนหนึ่งกลับเสมองหน้าต่างไปซะอย่างนั้น
ข้างนอกนั่นน่ะ มันมีอะไรน่าสนใจกว่าการที่นายจะตอบคำถามฉันหรือคยูฮยอน
“....ทำอะไรกันอยู่....”
ผมถามเสียงเรียบ เมื่ออีกสองคนเงียบผมก็ไม่งี่เง่าพอที่จะเซ้าซี้ อีกอย่างก็คือผมรู้ลิมิตของตัวเองดีถ้าขืนยังยืนอยู่ตรงนั้นนานอีกนิดเดียวผมอาจจะไม่มีแรงที่จะพาตัวเองออกมาจากห้องนั้นได้ ภาพที่เพิ่งได้เห็นมันทำให้ผม.....เจ็บสาหัสเหมือนกันนะ
หรือนี่คือเหตุผลที่นายไม่เคยปฏิเสธเค้า
ถ้าอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกทำไมไม่บอกกัน
ถ้าอยากรักกับคนอื่น..... ทำไมถึงเลือกมาบอกคำนั้นฉัน
นาย......ทำแบบนี้ทำไม?
จบตอนแรก...ฟิกวันเกิดน้องมิ้นท์ฉบับแฟนนิส
เพราะช่วงนี้มี.....อะไรๆ......มาเข้าตาบ่อยๆเลยนึกอยากแต่งฟิกแนวร้าวระทมอุราขึ้นมาสักเรื่อง ขอบอกไว้ก่อนเลยนะจ้ะว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดเพราะมันเป็นเรื่องของความรัก...โฮ่ๆๆ คนแต่งไม่ได้เกลียดน้องหมวย (ตรงข้าม...รักขาดจิตขาดใจ) แต่ฟิกมันต้องมีตัวละครและบทนี้มันใครก็ไม่มีใครเหมาะสมเท่าลูกชายคนเล็กอีกแล้ว เลยกลายเป็นว่าลูกชายสุดที่รักทั้งสองต้องมาไฟท์กันเอง เพราะไอ้หล่อคนหนึ่ง (หงื่อ....แอบปวดใจ) ตามอ่านตอนจบได้ในวันสองวันนี้แหละจ้ะ ^^
ตอนนี้เหตุการณ์วางระเบิดกำลังพีคมากๆ หลังจากกลับมาจากพารากอน แฟนนิสกับเพื่อนยังมีใจฉลองปีใหม่กันแบบไม่เสียดายชีวิตกันสักนิด Happy New Year นะคะทุกคน ขอให้พบเจอแต่ความสุขและเรื่องที่ทำให้ใจเบิกบานนะคะ ตอนนี้ขอกลับไปปาร์ตี้ต่อ ฟิ้วววววววว.......!
Enjoy Reading !!
edit @ 29 Sep 2008 16:38:28 by Kiraz