Love Project 02 [KyuMin]

posted on 18 Jan 2007 12:15 by kiraz  in Love-Project

Title::: LOVE PROJECT

Chapter ::: 02 (ผู้ชายปากแข็ง ตอนที่สอง [END] )

Character::: KyuMin










ผมรวบรวมกำลังใจอยู่หน้าห้องเป็นครู่ รอ และรอจนอาการเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจมันแผ่วลงมากแล้วจึงสั่งให้ตัวเองเคาะประตูตรงหน้า คุณจะขำไหมถ้าผมบอกว่าตัวเองมือสั่นจนต้องใช้กำปั้นทุบประตูแทน เสียงซองมินร้องถามแว่วๆว่าใคร




คยู ผมตอบไปสั้นๆ ข้างในเงียบเสียงลงไปอีกครั้ง


มีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ด่วนคุยกันตอนเย็นได้ไหม


ผมถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่ชอบเลยที่ต้องมาตะโกนคุยกันหน้าประตูแบบนี้ แต่ก็ต้องทำเพราะไม่รู้ว่าจะมีทางไหนดีไปกว่านี้แล้ว พี่ฮีชอลบอกว่าเค้าวิ่งออกมาจากตรงนั้นตาแดงก่ำ นี่เค้าเสียใจกับเรื่องที่พวกผมทำมากจนไม่อยากจะพบหน้าผมเลยหรือว่ายังไงกัน



ซองมิน เปิดประตูหน่อยได้ไหม ขอให้ฉันได้อธิบายทุกอย่างแล้วต่อจากนั้นนายจะโกรธจนไม่มองหน้ากัน ฉัน....ฉันก็จะไม่กวนใจนายอีกแล้ว





แกร่ก!





โกรธเรื่องอะไร



เสียงอ่อนถามกลับมาพร้อมดวงตากลมใสที่มองผมเหมือนไม่เข้าใจ ซองมินเอียงหัวแนบใบหน้ากับบานประตู รอคอยคำตอบจากผมด้วยท่าทางนิ่งและเฉยจนผมอยากจะหันหลังไปตั้งหลักข้างล่างใหม่



แต่ถ้ากลับลงไปตอนนี้มีหวังโดนถีบส่งขึ้นมาอีกแน่


ฉัน...ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะ....


ไม่เป็นไร มันเป็นเกมส์นี่ ฉันเข้าใจ แค่นี้ใช่ไหม



เค้าบอก ยิ้มให้อย่างอย่างใจกว้าง แต่มันไม่ใช่ประเด็นที่ผมกำลังพูดถึงนะ ทำไมเค้าต้องทำหน้าซื่อเหมือนไม่อยากรับรู้แบบนี้ด้วย ซองมินยิ้มให้ผมแล้วก็ทำท่าจะปิดประตูไปอีกครั้ง ไม่เอาแล้ว ผมไม่ยอมแล้ว





อีกครั้งที่ร่างกายมันทำงานเร็วกว่าสมอง แค่หัวใจสั่งยังไม่ทันได้คิดทบทวนผลดีผลเสีย ผมก็รั้งแขนเค้าไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างดันบานประตูให้เปิดกว้างจนสุด ซองมินดูจะตกใจไม่น้อย แววตระหนกในหน่วยตาสวยบอกผมได้ดี





คยูฮยอน นายจะทำอะไร!



ฉันขอโทษที่.....ที่พูดออกไปแบบนั้น ขอโทษที่โกหก แต่อย่าทำแบบนี้ได้ไหม ถึงจะโกรธมากแค่ไหนแต่อย่าทำเป็นไม่สนใจกันแบบนี้ ฉัน.....ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น




นายพูดเรื่องอะไร




คนตัวเล็กไม่ยอมมองสบตาผม มือเล็กๆพยายามแกะมือผมออก ผมเห็นนะว่าแก้มทั้งสองข้างนั้นเริ่มกลายเป็นสีจัดชัดยิ่งขึ้น ซองมินกำลังหน้าแดง ผมคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่า...เค้าก็รู้สึกเหมือนกัน ปากอิ่มสีอ่อนกำลังสั่นระริกเหมือนผิวเนื้อที่อยู่ใต้ฝ่ามือผม ปฏิกริยาน่ารักจนห้ามใจนั้นทำเอาความอดทนของผมแตกระจายไปในอากาศพร้อมความกลัวในใจ







ผมกอดเค้าแน่น






รักนายนะซองมิน ฉันรักนาย




คยู




ที่บอกว่าไม่ได้ชอบฉันโกหก แค่อยากบอกกับนายเป็นคนแรก ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายร้องไห้เลย




คยู เดี๋ยวอย่าเพิ่ง!...... เสียงเล็กยังร้องกับซอกไหล่ของผม มือเล็กทุบไหล่ผมแบบไม่เบานัก ผมตีความเอาว่าเค้ายังโกรธเรื่องเมื่อกี้เลยยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดแน่นขึ้นไปอีก ซุกหน้ากับซอกคอหอมกลิ่นแป้งเด็กนิ่ง





อย่าโกรธกันเลยนะ ถ้านายไม่ยอมยกโทษให้ ฉันคงตาย




คยูฮยอน





ฉันรักนาย จะให้พูดกี่ครั้งก็คือรักนาย




โจ คยูฮยอน!




รักนายจริงๆนะ




เออ ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว!!





เหรอ ดีจังที่นายรู้..........








ฮะ เฮ้ย เค้าพูดว่ายังไงนะ!








ผมดึงตัวเองออกจากไหล่เล็ก มองใบหน้าน่ารักที่แดงก่ำจนน่ากลัวว่าซองมินจะไม่สบายไปหรือเปล่า คนตัวเล็กเม้มปากแน่น มองผมตาคว่ำ ผมกำลังจะถามเรื่องรู้ไม่รู้ต่อ เค้าก็บุ้ยใบ้ไปทางบันได ผมเลยหันไปมองงงๆ เว้ย มาตั้งแต่เมื่อไหร่(วะ)




คุณคิดว่าเอสเจมีทั้งหมดกี่คน หักลบผมกับซองมินออกแล้วที่เหลือก็กำลังโผล่หน้ายิ้มเผล่ขึ้นมาจากบันไดขั้นสุดท้ายกันหมด พี่คังอินกับพี่ฮีชอลนั่นน่ะตัวดี หัวเราะจนแทบจะกลิ้งบนพื้นอยู่แล้ว ผมเห็นสีหน้าของทุกคนแล้วก็เดาได้ไม่ยาก



งานนี้....ผมถูกอำแน่ ร้อยเปอร์เซ็นต์!







พวกพี่มาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่





ผมถามออกไป พี่คังอินยักไหล่ตอบแบบไม่สะทกสะท้านสักนิด ก็ตั้งแต่แกเริ่มฉลาดนั่นแหละ ไปเว้ยพวกเรา หมดหน้าที่เราแล้ว ต่อจากนี้ก็ให้เคลียร์กันเอง หิวแล้วเว้ย






จากนั้นทั้งกองทัพก็ยกพลกันลงไปชั้นล่าง รั้งท้ายด้วยทงเฮที่หันมายิ้มกวนๆใส่ตาผมทีหนึ่งแล้วก็กระโดดเกาะหลังคิบอมลงไป เชื่อขนมกินได้เลยว่า เจ้าเปี๊ยกนี่ต้องอยู่ในกลุ่มแกนนำคิดแผนนี้ขึ้นมาแน่ๆ





ผมหัวเราะกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ ได้ยินเสียงคนข้างตัวบ่นพึม





ก็บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งๆ ไม่ฟังกันเลย




เค้าว่าแล้วก็ไม่ยอมรอฟังคำขอโทษของผม เดินกลับเข้าไปในห้องแต่คราวนี้ประตูบานนั้นมันไม่ได้ถูกปิดลง ผมก็โมเมเอาว่ามันเป็นการอนุญาตให้ผมล่วงล้ำเข้าไปได้









เราสองคนเดินไปหยุดที่เตียงของเค้า ซองมินคว้าตุ๊กตาตัวโปรดมากอดแล้วก็ซุกหน้าลงไปโผล่แต่ลูกตาใสปิ๊งมามองผมเหมือนทุกครั้ง หัวใจผมกระตุกอีกแล้ว เป็นแบบนี้บ่อยๆมันจะอันตรายไหมนะ




เกิดอะไรขึ้นกับโจ คยูฮยอนกันนะ




กลัวกับเรื่องเล็กน้อย ทั้งที่ที่ผ่านมาใช่ว่าผมจะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ผมเคยรัก เคยชอบ เคยเกลียด ชีวิตผมพบเจออะไรมามาก กว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ผมต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาไม่ใช่น้อย แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมต้องมาหวั่นเกรงเอากับแค่โดนอีกฝ่ายปรายตามองมาแบบนี้

แค่คิดว่าเค้าไม่รัก เรี่ยวแรงที่เคยมีมันหดหายราวกับถูกสูบ

แค่คิดว่าเค้าไม่สนใจ โลกทั้งใบของผมมันก็เหมือนจะไร้ที่เหยียบยืน

และแค่คิดว่าเค้าจะเสียใจเพราะคำพูดของผม ใจผมมันก็ร้าวจนน่ากลัวว่าจะทนไม่ได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง รักเค้ามากขนาดนี้ ผมจะตายไหมครับ





ขอโทษนะ



ผมบอกไปอย่างนั้น ซองมินก็แค่หรุบตามองพื้นห้องแล้วก็พยักหน้ารับ






ที่รักครับ ผมไม่ใช่คนช่างพูดอะไรมากมายหรอกนะ ไม่ใช่เลย คุณก็น่าจะรู้ แล้วคุณเล่นนั่งเงียบไม่ยอมส่งเสียงแจ๋วๆมาต่อความให้ผมเลยแบบนี้ กะจะให้ผมพูดทุกอย่างอยู่คนเดียวแบบไม่เหลือฟอร์มเลยใช่ไหม





ความเงียบกำลังรุกรานเราสองคนพร้อมความอึดอัดแกมเก้อเขินแปลกๆที่ผมบอกไม่ถูก มันไม่ได้รู้สึกแย่นะที่เป็นแบบนี้ ดีด้วยซ้ำ ดีมากๆเลยล่ะ ยิ่งได้มานั่งมองแก้มแดงๆของคนที่ชอบไปด้วยแบบนี้ จะเงียบไปจนค่ำผมก็ไม่เดือดร้อนแล้วล่ะ
แต่คนถูกมองเค้าเดือดร้อนครับ



ซองมินหันไปหยิบหมอนมาขว้างใส่ผมเสียเต็มแรง แหม เขินแล้วใช้กำลังแบบนี้ เดี๋ยวผมทำบ้างเลยนี่ ผมขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น เมื่อย่นระยะห่างระหว่างเราลงแล้วเค้าไม่ได้ว่าอะไร แถมยังไม่ได้ลุกหนีผมก็รุกฆาตทีเดียว กอดซะเลย


ทำอะไร คนตัวเล็กของผมปรายตามองดุๆ ไม่ได้ผลหรอกครับ เด็กผู้ชายน่ารักอย่างซองมิน ทำให้ผมกลัวทั้งที่แก้มยังแดงก่ำแบบนี้ไม่ได้หรอก


ก็กอด


ไอ้เด็กหน้าด้าน


อื้อ เพิ่งรู้เหรอ


จะฟ้องพวกพี่ๆ


ข้อหาอะไร


ข้อหานี้แหละ นิ้วเล็กจิ้มลงบนแขนผม ปากอิ่มยื่นง้ำน่ารัก เฮ้อ มีความสุขชะมัด


งั้นอย่าเพิ่งฟ้องเลย รอหลายๆข้อหาก่อนแล้วค่อยฟ้องทีเดียว


เถียงไม่ออกครับคราวนี้ สงสัยกลัวเข้าเนื้อ ซองมินจิ๊ปากไม่ชอบใจแล้วก็เอี้ยวตัวมาบิดแก้มผมแรงๆ เจ็บครับ แต่ก็ทนเอา ถ้าเป็นซองมินทำจะเจ็บกว่านี้ผมก็จะไม่บ่นสักคำ (เริ่มเป็นเอามาก.....คนแต่ง)


เรากอดกันอยู่อย่างนั้น เอ่อ ความจริงจะพูดว่าเราก็ไม่ถูกหรอกครับ เพราะเป็นผมคนเดียวที่กอด เค้าน่ะแค่นั่งเอนหลังพิงอกผมเท่านั้น ตัวซองมินนิ่มชะมัด ผิวก็นุ่มๆหอมๆแตะไปลูบไปผมก็ชักจะเพลินมือเลยถูกเสียงกระต่ายขู่เตือนเอาบ่อยๆ



เรากอดกัน นั่งร้องเพลงไปด้วยกันเบาๆ จนผมมานึกได้ว่าลืมถามเรื่องสำคัญไปเสียสนิท



ไม่ใช่เรื่องรักไม่รักหรอกครับ



แค่ที่เค้านั่งหน้าแดง ยิ้มน้อยๆ แล้วยอมให้ผมกอดเนี่ยก็บอกได้แล้วว่าเค้าก็ใจตรงกันกับผม แต่ที่ผมสงสัยคือ เค้าบอกว่า....ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว.....ซองมินรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ได้ยังไง แล้วก็รู้มาจากใคร




ซองมิน



คนตัวเล็กของผมครางรับในลำคอ



รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมถามไปแค่นั้น เค้าเองก็เหมือนจะรู้ว่าเรากำลังคุยกันเรื่องอะไร ร่างเล็กส่ายหน้าไม่ยอมตอบแถมยังกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย น่ารักแบบนี้มันน่า.......นัก




ตอบหน่อยสิ อยากรู้นะ





ไม่ ผมบังคับให้เค้าหันหน้ามาหา ซองมินครางประท้วงแต่ก็ยังยิ้มอย่างเป็นต่อ คนน่ารักของผมผุดลุกขึ้นทำท่าว่าจะหนีไปเสียดื้อๆ แต่เรื่องอะไรจะยอม ผมยึดข้อมือเค้าไว้ ขู่ทั้งที่ยิ้มไม่จาง





ไม่บอก..........จูบนะ



เฮ่ย




ตุ่บ!




คุณเดาออกไหมว่าเสียงอะไร ใช่แล้วครับเสียงคนสองคนหล่นลงไปนอนบนเตียงนุ่มๆยังไงล่ะครับ คงไม่ต้องบอกว่าตอนนี้ซองมินกำลังนอนตัวแข็งทื่อ ทำตาปริบๆ อยู่ใต้ร่างผม น่ารักแบบนี้ ขอไม่ห้ามใจได้ไหมครับ ผมเกลี่ยข้อนิ้วกับกลีบปากสีสด มองตาเค้าเหมือนเวลาที่เราเห็นเค้กสตรอเบอรี่ครีมสดมาตั้งรออยู่ตรงหน้า เมื่อถามดีๆแล้วไม่ยอมตอบก็ต้องใช้วิธีนี้แหละครับ





จะบอกไหม


บอกแล้ว ง่ายๆเลยนะ....กลัวล่ะสิ


แต่จะว่าไป ตอนนี้ฉันชักไม่อยากรู้แล้วสิ อย่างอื่น...มันน่าสนใจกว่า


อื้อ.....ไอ้บ้าคยู! ถอยไปนะ นายจะปล้ำฉันเหรอ


ไม่ยอมดีๆก็ต้องปล้ำเอา


ก็ยอมแล้วไง บอกแล้วว่าจะเล่า!


ก็ได้ เห็นว่าอยากเล่านะ งั้นฉันจะยอมฟังให้



ซองมินฮึดฮัด คงอยากลงไม้ลงมือกับผมเต็มแก่แต่ก็กลัวอะไรอย่างอื่นมากกว่าเลยหันหน้าหนี เปิดโอกาสให้ผมจูบเบาๆตรงแก้มใสซะอย่างนั้น เฮ้อ ชื่นใจ



บอกมาเถอะซองมิน ฉันอยากรู้ อยากรู้มากๆด้วย ผมเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น ขยับตัวลงนอนข้างคนตัวเล็ก แต่ก็ยังไม่รามือจากผิวแก้มนุ่ม เราสองคนนอนหันหน้าเข้ามากัน แล้วซองมินก็เริ่มเล่าช้าๆ




ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่ทงเฮ.... นั่นไง มีชื่อเจ้าเปี๊ยกนั่นมาเกี่ยวด้วยจนได้ ทงเฮบอกว่าให้ฉันลองสังเกตนายดู เพราะว่านาย.....นาย....




ฉันทำไม




ก็นายชอบแอบมองฉัน แล้ว....แล้วก็ชอบทำหน้าบึ้งเวลาฉันคลอเคลียหรือเล่นเกมส์แบบนั้นกับคนอื่นๆด้วย ปกตินายเป็นคนสบายๆ ยิ้มง่าย เฮฮากับพี่ๆได้ตลอดแต่พอ....พอเป็นเรื่องของฉันนายจะชอบทำหน้านิ่ง ตอนแรกฉันนึกว่านายเกลียดฉันด้วยซ้ำ




ผมอึ้งไปเลยครับงานนี้ นี่ผมแสดงออกจนมีคนจับได้เลยหรือนี่




ตอนนั้นก็ไม่เชื่อหรอก แต่พอทงเฮบอกบ่อยๆ ฉันก็อยากรู้....เลยลองสังเกตดู แล้วนายเองก็ชอบเข้ามาช่วยฉันทำนั่นทำนี่ ทงเฮบอกว่าตอนที่เราเล่นเกมส์ไพ่กันนั่นน่ะ นายเป็นคนขอยืนติดกับชินดงเพราะ....เพราะไม่อยากให้ฉันจูบทับรอยคนอื่น.....ใช่หรือเปล่า

ไม่ใช่หรอก

เหรอ เค้าทำหน้าผิดหวังนิดๆ ผมเลยยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ

ฉันกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่อยู่ เผลอทำไพ่หลุดให้เราได้จูบกันบ่อยๆเอาน่ะ




ซองมินอายจนพูดไม่เป็นคำเลยครับ เราต่างคนต่างเขินกันจนพลอยหัวเราะออกมาด้วยกัน คราวนี้เมื่อผมกดจูบหนักๆบนแก้มเขา ซองมินก็ไม่ว่าอะไร เค้ายิ้มตาหยีแล้วก็ซุกๆหน้ากับอกผมอย่างน่ารัก






พระเจ้าจะว่าอะไรไหมนะ ถ้ารู้ว่าผมกำลังโลภมากๆเลยตอนนี้ ก็คิดดูสิครับ ริมฝีปากสีเชอรี่สดกำลังลอยยั่วใจอยู่ตรงหน้า เป็นใครจะอดใจไหว






ผมอยากจูบ





ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำเราอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นแข่งกันด้วยจังหวะอ่อนหวานเหลือเกินในความคิดของผม ในยามที่ปลายนิ้วของผมแตะปลายคางเล็กเบาๆแล้วเค้าก็ช้อนตามองมาแบบกึ่งกล้ากึ่งกลัว ริมฝีปากของเราทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ





ฟักทองน้อยของผมจะหวานแค่ไหนกันนะ









กินข้าววววววววววววว







ผมสบถคำหยาบออกมาโดยไม่รู้ตัว ให้ตาย ทำไมต้องมาเรียกเอาตอนนี้ด้วย(วะ) !!





สายตาของผมคงส่งรังสีความอาฆาตไปไม่มากก็น้อย ห้าชีวิตที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องถึงได้ฉีกยิ้มจนปากแทบจรดหู ทงเฮเจ้าตัวแสบกำลังยืนกอดอก ยิ้มแป้น เหมือนเรียวอุคและพี่เยซอง ข้างหลังมีพี่ลีทึกและซีวอน เจ้าหล่อตัวแสบอีกรายกำลังนั่งตบไหล่หัวเราะงอหงายกันอยู่





มันน่านัก


ผมรั้งซองมินให้ลุกขึ้นนั่ง มองกลีบปากนิ่มอย่างอาวรณ์



พี่ฮีชอลให้มาตาม ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว



ขอบใจ แต่ปกติพวกนายขนกันมาตามแบบนี้เสมอเหรอทงเฮ



ใช่ ปกติน่ะพอตะโกนออกไป ใครช้าก็อด ใครเร็วก็ได้ ไม่มีการเตือนซ้ำสอง ถ้าวันไหนใจดีหน่อยก็ส่งใครคนหนึ่งขึ้นมาตาม แล้วนี่อะไร ขนกันมาตั้งห้าชีวิตแล้วประตูก็บานแค่นั้นเบียดกันเข้าไปได้




เปล่าหรอก แต่วันนี้อยากดูของดี แล้วก็เกือบได้เห็นแล้วด้วย




ใครว่าผู้ชายค้อนไม่ได้ ผมคนหนึ่งล่ะจะเถียงก็ตอนนี้น่ะผมเขวี้ยงค้อนใส่เจ้าพวกนั้นไปเต็มๆ หึ เกือบได้เห็น ที่จริงน่ะเห็นมาตั้งแต่ต้นแล้วก็แกล้งขัดจังหวะผมล่ะมากกว่า ผมถอนใจเฮือกใหญ่แล้วก็มาใจเย็นลงหน่อยที่กระต่ายน้อยของผมยิ้มหวานให้ราวกับจะปลอบใจ มือนุ่มรั้งข้อมือผมให้ลุกขึ้นแล้วก็เดินตามเสียงฝีเท้าตึงตังของพวกที่ล่วงหน้าลงไปก่อน




ผมนึกเดาได้เลยว่า อีกเดี๋ยวจะต้องเกิดการแซวแบบไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ๆ



คยู



คนน่ารักของผมเรียกเอาไว้ เมื่อตอนที่เราเดินมาถึงบันไดขั้นล่างสุด ผมเลิกคิ้วมองเค้ายิ้มๆ



อะไร



ยังไม่ได้บอกเลย







ร่างเล็กโน้มตัวเองมาใกล้ มือบางเสยผมด้านหน้าของผมให้พ้นทาง กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนโอบล้อมผมเมื่อคราวที่ริมฝีปากนิ่มกดเบาๆตรงกลางหน้าผากผม





รักเหมือนกัน








หวาน......จับใจ







ผมกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ ข่มใจอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ฉุดคนตรงหน้าให้กลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง หางตาของผมแอบเห็นลูกตาวิบๆของเจ้าตัวแสบทงเฮอยู่หลังประตูห้องทานข้าว แต่วินาทีนี้ ผมไม่สนใจแล้ว เจ้านั่นจะเอาภาพที่เห็นต่อจากนี้ไปประกาศซ้ำทั้งสิบรอบ สิบคนผมก็ไม่แคร์






ซองมิน





อะไร





ทานของหวานก่อนข้าว พี่ฮีชอลคงไม่ว่าเนาะ





กระต่ายน้อยของผมเงียบ และผมก็ถือเอาความเงียบนั้นเป็นคำตอบ




ไม่ปฏิเสธ แปลว่า ตกลง




ใช่ไหมครับ ^^










Razz
THE END ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet