Love Project 01 [KyuMin]

posted on 18 Jan 2007 12:10 by kiraz  in Love-Project

Title ::: Love Project

Chapter ::: 01 (ผู้ชายปากแข็ง [Begin])

Character ::: KyuMin x BomDong









บ้านพักหนึ่งในสังกัดเอสเอ็ม (( SUPER JUNIOR ))




เฮ้ยยย ปล่อย!! ไอ้หมี ฉันบอกให้ปล่อยไงเล่า!!

เสียงโหวกเหวกของพี่เยซองเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากคนรอบข้างได้ดีจนพี่ฮีชอลต้องโผล่เข้ามาจุ๊ปากให้เราเบาเสียงลงเหมือนทุกครั้ง พี่เยซองยอมเบาเสียงลงแต่ยังไม่ยอมจำนนแม้ว่าตัวเองจะถูกแบกขึ้นลอยกลางอากาศแล้วก็ตาม ร่างนั้นดิ้นขลุกขลักอยู่บนไหล่กว้างมีพวกเราคอยหัวเราะ คอยเชียร์อย่างชอบอกชอบใจ พี่คังอินเองก็ดูจะพอใจหนักหนาที่ได้เห็นเพื่อนหน้าแดงก่ำ แถมออฟชั่นด้วยการแบกร่างนั้นหมุนติ้วก่อนจะยอมโยนใส่โซฟาแบบไม่เบานัก


โอ๊ย ไอ้หมีบ้าพลัง ทุ่มมาได้ กระดูกฉันไม่แข็งเหมือนนายนะเว้ย

แค่นี้ทำบ่น อุตส่าห์ช่วยให้หายตื่นเต้น


พี่คังอินก็ยังเป็นพี่คังอินคนเดิม สนุกสนานกับการได้แกล้งคนนั้นนิดคนนี้หน่อย พวกเราทุกคนรู้และเข้าใจดีว่าเจ้าตัวไม่มีเจตนาร้ายจึงสามารถหัวเราะสนุกสนานไปด้วยไ
ด้ แม้แต่ผมเองที่เคยตกใจกับนิสัยของพี่หมีใหญ่คนนี้ เจอฤทธิ์พี่แกเข้าบ่อยๆ ตอนนี้ก็พอจะรับได้บ้างแล้ว





คยูฮยอน นายมานี่ซิ





นั่นไงครับ พูดยังไม่ทันขาดคำ
ผมส่ายหน้ายิ้มๆ เป็นสัญญาณว่าไม่เอาล่ะงานนี้



บอกให้มาไงเล่า ไอ้เด็กคนนี้นี่ มายืนตรงนี้หรือต้องให้ไปรับ


ฟังพี่แกพูดเถอะครับ งานนี้ไม่ยอมก็คงต้องยอม ผมลุกจากเก้าอี้แล้วก็เดินลากขาเข้าไปหาพี่แกช้าๆ ในฐานะน้องเล็กสุดของวงที่พี่แกเพิ่งรับเข้าสู่อ้อมอกได้ไม่ถึงครึ่งปีดี ผมเลยได้รับความรักความเอ็นดูจากพี่คังอินบ่อยสักหน่อย เสียงทงแฮร้องเชียร์ผมอย่างออกนอกหน้า เจ้าเปี๊ยกนั่นนั่งเท้าคางกับโซฟา ใกล้กันนั้นมีร่างกลมป๊อกของเพื่อนสนิทนั่งกอดกระต่ายที่ได้มาจากแฟนคลับ โผล่แต่ลูกตามามองผมปริบๆ






และนั่นก็คือเป้าหมายต่อไปของพี่คังอิน





ซองมิน เอากระต่ายฝากทงแฮไว้ก่อน แล้วมานี่




แค่ได้ยินว่าพี่คังอินเรียกอีกฝ่ายเข้ามาหา ผมก็นึกรู้แล้วว่าเค้ากำลังจะเล่นอะไร พวกเราที่เหลือเป่าปากวี๊ดวิ้วอย่างนึกสนุก แม้แต่พี่เยซองที่เพิ่งโดนแกล้งไปแหม่บๆยังหัวเราะเสียงลั่นบ้าน สนุกนักล่ะที่ได้เห็นผมกับซองมินทำอะไร....แปลกๆ.....น่ะ





ผมแอบเบือนหน้าไปถอนหายใจกะแบบว่าไม่ให้ใครเห็นแต่ก็ยังไม่รอดพ้น ดวงตากลมใสที่ปรายมองมามันเร็วพอที่จับภาพสีหน้าลำบากใจของผมได้ในทันที แต่ก็น่าแปลกที่อีกฝ่ายยังคงสีหน้าเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ปกติถ้าเจอแบบนี้เค้าต้องสลดกันบ้างไม่ใช่หรือไง





ซองมินเดินเข้ามาหาพี่คังอินอย่างว่าง่าย ผมไม่เข้าใจเลยว่าเค้าไม่รู้สึกอะไรเลยหรือยังไงที่ถูกบังคับให้ทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ ตอนนี้เค้าถูกจับคู่กับผมแล้วก่อนหน้านั้นล่ะ.......พี่คังอินจับให้เค้าทำแบบนี้กับใคร



ดีมาก ว่าง่ายๆจะได้โตไวๆ



เสียงพี่คังอินชมเจ้าตัวจ้อยอย่างอารมณ์ดี ผมไม่เห็นแล้วล่ะว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้ายังไง จนเมื่อพี่คังอินรับกล่องป๊อกกี้ที่พี่ฮันกยองโยนให้ผมถึงได้ยินเสียงซองมินท้วงเสีย
งสูง




หวา ไม่เอานะ คราวที่แล้วก็เล่นแบบนี้ ผมเกือบเสียจูบไปแล้วนะ



ผมยังสงสัยไม่หายว่าเค้าเคยเล่นแบบนี้กับใคร ชินดงก็หัวเราะร่า



คราวที่แล้วเกือบเสีย คราวนี้ก็เสียซะเลยสิ



ใช่ เสียจูบให้คยูไม่เสียหลายหรอก เจ้านั่นมันเต็มใจ



อย่าตอบแทนผมสิ ผมโดนบังคับนะ



นายไม่ต้องพูดเลยคยู โทษฐานเกือบทำบ้านไหม้ทั้งหลังเพราะน้ำมันงา นายต้องเล่นเกมส์นี้ ห้ามแพ้เด็ดขาดด้วย พี่คังอินขู่เสียงเข้ม เท้าความถึงความผิดในหนหลังให้ผมเถียงไม่ออก


เสียงรุ่นพี่ผู้บ้าพลังทั้งหลายโห่แซวครึกครื้นเสียจนผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มรับดั
งทุกที หรุบตามองอีกฝ่ายก็เห็นลูกแก้วสีดำสนิทตวัดมองมา เป็นครั้งแรกที่ซองมินแสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่สนุกกับเกมนี้ ผมรับแท่งป๊อกกี้เคลือบครีมรสสตรอเบอรี่มาถือไว้ พี่คังอินถอยไปยืนข้างหลัง ยกมือสูงประหนึ่งว่าจะให้สัญญาณออกตัววิ่งของนักกีฬาทีมชาติ ผมขยับมายืนตรงหน้า ซองมินก็ก้าวเข้ามาเหมือนไม่เต็มใจ





มินมินสู้ๆ มินมินสู้ตาย มินมินไว้ลาย อย่าตายก่อนสู้นะ....





ใบหน้ากลมเล็กยิ่งกลมป๊อกเมื่อเจ้าตัวพองลมไว้ทั้งสองแก้ม ตาคู่สวยเขม้นมองไปทางต้นเสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อนสนิท ทงแฮซบหน้าลงกับแขน ใกล้กันนั้นมีพี่ลีทึกนั่งกอดอกยิ้มกริ่มอยู่ด้วย น้องน้อยของบ้านจิ๊ปากไม่ชอบใจแต่ก็ยอมเหนี่ยวคอเสื้อผมลงไปหาเมื่อเห็นว่าผมยืนคาบขนมแท่งนั้นรออยู่นานแล้ว






แก้มขาวเรื่อขึ้นมาในสายตาผม








กรุ่บ!







เสียงฟันกระต่ายกัดแท่งขนมปังแข่งกับผมดังสองสามกรุ่บ ก็เหลือระยะห่างระหว่างเราสองคนแค่ลมหายใจกั้น ผมกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นดวงตากลมช้อนมองมาก็เพิ่งรู้ตัวว่าหัวใจตัวเองกระตุกเป็นเหมือนกัน เสียงเชียร์รอบข้างเงียบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมมองสบตากับคนตัวเล็กกว่าแล้วก็เห็นว่าซองมินกำลังทำท่าจะยอมแพ้





เขากำลังผละออกไป





เรื่องอะไร!






อ่ะ...เฮ่ย....






มือผมมันทำงานไวพอกับความคิด ผมจำได้ว่าตัวเองช้อนฝ่ามือเข้าหลังท้ายทอยเล็กก่อนจะล็อคเรือนผมนิ่มไว้แล้วก็เก็บกลืนชัยชนะในเกมส์นั้นได้หมดภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที แค่สามวินาทีสั้นๆที่ทำให้รสหวานของขนมมันจืดลงไปอย่างหมดความหมาย







ก็รสสตรอเบอรี่ที่ปรุงแต่งขึ้นมามันก็สู้ของจริงได้อย่างไรล่ะ






คยูฮยอนชนะ !!!~~







เสียงพี่คังอินดึงสายตาผมออกจากกลีบปากสีอ่อนได้ในที่สุด ผมมองรอบตัวด้วยรอยยิ้มจางๆเหมือนทุกครั้ง พอพี่คังอินแหกปากร้องเฮนำร่องเป็นคนแรกแถมยังกระแทกไหล่ให้พี่ฮันกยองรับมุขด้วย ทุกคนก็ปรบมือเฮฮาตามจนทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ ซองมินพึมพัมเสียงแผ่ว






ผมจะไปห้องน้ำ





ร่างเล็กเดินแกมวิ่งพ้นจากห้องไป คอเสื้อและแขนของผมก็ถูกกระชากแรงๆจากด้านหลัง ร่างทั้งร่างเซตกไปซุกอยู่ในโซฟา มีเงาทมึนของรุ่นพี่อีเกือบสิบชีวิตล้อมตัวไว้แบบไม่มีทางใดให้หนีได้


โจ คยูฮยอน พร้อมจะรับโทษทัณฑ์จากสวรรค์หรือยัง พี่ฮยอกแจเท้าเอวถามผมเสียงเข้ม


โทษอะไร ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ


ชะ ไอ่นี่ปากแข็ง ขนาดนี้ยังไม่เรียกว่าทำ ต้องให้นายปล้ำเพื่อนฉันก่อนใช่ไหมถึงจะเรียกว่าทำ


ทงแฮ นายพูดเรื่องอะไร ทำไมฉันต้องปล้ำซองมินด้วย


แล้วใครอนุญาตให้นายจูบมินมินเมื่อกี้หา


ก็มันเป็นเกมส์ พวกพี่บังคับให้ผมเล่นเองนะ


บังคับให้เล่นน่ะใช่ แต่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าให้เล่นยังไง


อะไรกันเนี่ย ผมตีหน้าซื่อเข้าสู้ ทุกทีมันเคยได้ผลแต่คราวนี้มันตรงกันข้าม แม้แต่คิบอมที่เงียบและขรึมที่สุดยังยิ้มมองมาอย่างนึกสนุก พี่คังอินตบไหล่ผมหนักๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมขนลุกอีกครั้ง


ยอมรับมาเหอะน่าคยู โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา

จะให้ยอมรับอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรจริงๆนี่นา

ผู้ร้ายปากแข็ง ทงแฮว่าเข้าไปนั่น ใบหน้าน่ารักยื่นเข้ามาใกล้ผมจนคิบอมต้องยอมวางหนังสือแล้วก็ดึงแขนเจ้านั่นถอยออกไป
เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ผมกรอกตามองซ้ายขวา เกิดอะไรขึ้นกับพวกเรานะวันนี้ ทำไมบรรยากาศมันแปลกๆ ทุกคนแลจะจับผิดผมเกินเหตุหรือเกมส์นี้......มันถูกล็อคคนเล่นมาตั้งแต่แรกแล้ว

แผนของใครอีกล่ะครับเนี่ย

ผมถามออกไปในที่สุด คราวนี้ทุกคนยิ้มจนเต็มแก้ม

อย่ารู้เลย คยูฮยอน บอกเรามาเถอะน่า

จะให้ผมบอกอะไรล่ะครับ

ก็บอกมาว่านายชอบซองมินไง






ฉึ่ก!





ผมลุกพรวดขึ้นยืนแต่ก็ถูกดันกลับไปที่เดิมอีกครั้ง สายตาที่ทุกคนมองมามันทำให้ผมรู้สึกว่าเลือดทุกหยดในตัวมันกำลังวิ่งมารวมกันที่แก้ม
ทั้งสองก่อนจะแตกตัวลามไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ




ร้อน ร้อนจนกลัวว่ามันแดงให้คนอื่นๆหัวเราะเอา




.....ผม....ผมเปล่า...


จริงดิ พี่ฮันกยองถาม


อื้ม


เฮ่ย จริงเหรอวะ คราวนี้เป็นพี่เยซอง


จริง

ถามอีกที จริงเหรอคยูฮยอน ผมกระแทกลมหายใจแรง

ครับ

งั้นก็พูดออกมาดังๆว่าไม่ได้ชอบซองมิน

ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วย

ก็ถ้าไม่ชอบจริงต้องพูดได้ ถ้านายพูด พวกฉันจะเลิกกวนใจนาย



ผมกรอกตามองเพดานอย่างอ่อนใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมานั่งไร้ทางสู้ให้พวกพี่ๆบังคับเอาแบบนี้ด้วย แต่จะให้ผมบอกความในใจไปหมดเปลือกทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจอะไรได้สักอย่างแถมยังไม่ใช่กับเจ้าตัวแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำ




เอา พูดก็พูด(วะ) เรื่องจะได้จบๆไป




ผมไม่รู้ว่าพวกพี่พูดถึงเรื่องอะไร แต่ถ้าอยากให้พูดผมก็จะพูด ผมไม่ได้ชอบซองมิน พอใจหรือยังครับ





สิ้นเสียงประกาศของผม ทุกคนก็เงียบกริบราวกับคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินผมพูดแบบนั้น ผมแอบสะใจหน่อยๆที่ทำให้ทุกคนผิดหวังได้ ลำพองใจได้ไม่ถึงสิบวินาที เสียงพี่ฮีชอลก็ทำเอาผมแทบหมดแรงไปตรงนั้น





พวกนายทำอะไรกัน แกล้งซองมินอีกแล้วเหรอ



ไม่ได้แกล้ง ซีวอนเป็นคนแรกที่อุบอิบตอบไป



แล้วทำไมน้องวิ่งตาแดงออกไปแบบนั้น ใครทำอะไร



ซองมินวิ่งออกไปเหรอ




พี่ฮีชอลไม่พูดซ้ำ แต่ใช้สายตาจับจ้องมาที่พวกผมนิ่ง คราวนี้ทุกคนพร้อมใจหันมาทางผม พี่คังอินหรือทงแฮกำลังจะพูดอะไรผมไม่ทันได้ฟัง เพราะขาทั้งสองมันวิ่งพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นตั้งแต่ที่พี่ฮีชอลพูดจบแล้ว ร่างเล็กในเสื้อยืดสีฟ้าสดใสกำลังผลุบเข้าห้องของตัวเอง ผมก็ปราดเข้าไป สมองผมมันร้องสั่งให้หยุดเค้าไว้ให้ได้ ไม่ว่าทางไหนก็ตาม










ผมตั้งใจจะร้องเรียกเค้าไว้ แต่ผมหาเสียงตัวเองไม่เจอ

ผมตั้งใจจะรั้งเค้าไว้ แต่ผมก็ไม่มีแรงพอจะไขว่คว้า




บานประตูสีเข้มปิดเข้าหากัน ตามด้วยเสียงล็อคจากด้านใน




ผมตั้งใจจะรักเค้า แต่.....ผมกลัว.....กลัวว่าเค้าจะไม่รัก





แค่กลัวเท่านั้นเอง











TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet