Sweet revenge 04

posted on 16 Jan 2007 22:50 by kiraz  in Sweet-Revenge

Title ::: Sweet Revenge

Chapter ::: 04

Character ::: KyuMin x BomDong

.

.

.

.

ซองมินจำไม่ได้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนออกไปให้อีกฝ่ายหัวเราะเสียเต็มห้องครัว แต่เพราะเสียงหัวเราะของคยูฮยอนนั่นเองที่ทำให้คังอินโผล่หน้าเข้ามาช่วยเขาได้ทันเวลา แต่มันดันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ซองมินสติแตก ตบเข้าไปเต็มๆซีกแก้มซ้ายของคนตรงหน้า

ฉาด!

โอ๊ย

คยูฮยอนร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงนั่งกุมแก้มของตัวเองไว้แน่น ร่างสูงช้อนตามองซองมินด้วยสีหน้างงงันแกมตระหนก ท่าทางแบบนั้นมันเหมือนเด็กประถมเวลาที่ถูกแกล้งไม่มีผิด!

น่าดีใจแทนซองมินที่คังอินก็เห็นเป็นแบบนั้น

ซองมิน เกิดอะไรขึ้น พวกนายทะเลาะกันงั้นเหรอ

เปล่า เปล่าครับ พี่คังอิน คนที่ระล่ำระลักตอบกลายเป็นคนที่ถูกตบแทน ซองมินมองละครอีกฉากหนึ่งของคยูฮยอนแล้วก็นึกอยากซ้ำลงไปอีกสักสองสามฝ่ามือ ทุเรศ หลอกคนอื่นได้หน้าซื่อๆ

นายเงียบไปก่อนคยูฮยอน พี่จะถามนายทีหลัง ซองมิน เมื่อกี้มันอะไร นายตบหน้าน้องเหรอ

......................

ซองมินกัดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามและไม่ยอมมองหน้าพี่ใหญ่

ซองมิน พี่ถามนายอยู่นะ มันเรื่องอะไรทำไมต้องลงไม้ลงมือกัน

พี่ก็ถามหมอนั่นดูสิ

คังอินแทบสะอึก ปกติซองมินไม่เคยขึ้นเสียงใส่เขาหรือว่าใครในบ้าน แต่น้ำเสียงห้วนจัดบวกสายตาที่ตวัดมองคังอินแล้วก็หันหน้าหนีแบบนั้นมันทำให้เขาใจหายขึ้นมาวูบหนึ่งเหมือนกัน เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากซองมินมาหาเด็กตัวสูงที่ถอยไปยืนก้มหน้าอยู่ห่างๆ ถามเสียงเรียบ

ว่าไงคยูฮยอน ตานายพูดแล้ว

ผม...ผมไม่มีอะไรจะพูดครับ มันไม่มีอะไรจริงๆ

เออ ปากแข็งกันทั้งคู่ จะยอมบอกฉันดีๆ หรือต้องให้เรื่องถึงผู้จัดการ

พี่คังอิน

ซองมินร้องเสียงหลง มันร้ายแรงนะ ถ้าเกิดผู้จัดการรู้เรื่องทำนองนี้เข้า ลุงนั่นต้องรายงานผู้ใหญ่แล้วผลที่ตามมาก็จะเป็นปัญหาใหญ่ตามไปด้วยอาจโดนคาดโทษหรือพักงานด้วยซ้ำ ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดก็เถอะ แต่จะให้ซองมินเชิดหน้าบอกทุกคนไปว่าที่ตบไอ้หมอนี่ไปเพราะว่ามันบังอาจมา.....มา พูดจาไม่ดีกับซองมินก่อนอย่างนั้นเหรอ

ทั้งเสี่ยงกับการล้อเลียนของเพื่อนๆ เสี่ยงกับสีหน้าผิดหวังของเรียวอุค

ยิ่งกว่านั้น เสี่ยงกับสวัสดิภาพของซองมินเอง

ขืนบอกไป ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันคงไม่ปล่อยเขาลอยนวลง่ายๆหรอก

ตกลงจะบอกไม่บอก

ยิ่งถูกคังอินถามด้วยเสียงดุๆ ซองมินก็ยิ่งว้าวุ่น คนตัวเล็กปรายตามองสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมของคู่กรณีเหมือนกับว่าถ้าทำให้คยูฮยอนจมดินได้ตรงนั้น ซองมินก็ทำไปแล้ว

ซองมิน

พี่อย่าบังคับพี่ซองมินเลยครับ ผม.....ผมผิดเองพี่คังอิน เรื่องทั้งหมดนั่นน่ะ

อธิบายมาให้ชัดๆซิ

คังอินกอดอกถาม เห็นคยูฮยอนสูดลมหายใจลึกก็นึกเอ็นดูเจ้าน้องเล็กขึ้นมานิดๆ อาการเอามือไพล่หลังแล้วก็มองแต่ปลายเท้าตัวเองแบบนั้นมันเหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วโดนจับได้เลยนี่นา

ซองมินเองก็ชะงัก ปากบางเผยอน้อยๆ ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ

มารยาเล่มเกวียนที่เท่าไหร่อีกล่ะ

เพราะเมื่อกี้ผมเดินไม่ดูทางเลยไปชนพี่ซองมินเข้า เค้าจะล้มผมเลย....ประคองไว้.....

แล้วทำไมซองมินต้องตบนาย

เพราะ......เพราะตอนที่เรากอดกันอยู่นั้น....

เราไม่ได้กอดกัน ฉันไม่ได้กอดนาย

ซองมินตอกกลับเสียงห้วน คังอินทำเสียงปรามในคอเบาๆ หยุดความไม่พอใจของซองมินไว้แล้วก็พยักหน้าให้คยูฮยอนพูดต่อ กอดกัน เอ๊ย ประคองกันแล้วไงต่อ....

น้องเล็กของวงทำหน้าลำบากใจก่อนจะเผยเสียงต่ำ

แล้ว.......พี่ซองมินเค้า....เค้า....เอ่อ.....เค้าคงตกใจ คิดว่าผมจะแกล้งเลยตบเอาน่ะครับ

...............................

แค่นั้นน่ะนะ

ซองมินอ้าปากค้าง ไปๆมาๆกลายเป็นว่าเขาเป็นคนผิดที่ดันไปตบผู้ประสงค์ดีแบบไอ้เด็กเลวไปซะนี่ แล้วดูตาพี่คังอินนะ มองซองมินแบบนี้......เชื่อมันไปเต็มที่เลยล่ะสิ

จะไปไหนซองมิน

คังอินเรียกเอาไว้ทันทีทีเห็นเด็กหนุ่มผละออกจากวงสนทนา เจ้าของชื่อหันมาส่งสายตาเย็นเฉียบให้เจ้าของรอยยิ้มเป็นต่อที่ยืนอยู่ด้านหลังคังอิน ปากก็ตอบไปว่า

ไปข้างนอก อากาศในนี้มันสกปรกเกินไป ผมรับไม่ไหวหรอก

พูดจาไม่น่ารักเลยเรา ก่อนจะไปก็ขอโทษคยูฮยอนก่อนดีไหม เขาตั้งใจจะช่วยแต่เราก็ไปตบเค้าเสียจนแดงไปเป็นแถบ ดูสิ เป็นรอยครบห้านิ้ว เจ็บใช่เล่นเลยนะเนี่ย คยูฮยอนยิ้มแห้งๆ เมื่อหันหน้าให้คังอินสำรวจผลงานซองมินบนแก้มข้างนั้น

น้องพี่คังอินเค้าเก่ง โดนแค่นี้ไม่สลดหรอก

ซองมิน

ผมไม่ขอโทษ ถ้าทำได้ คราวต่อไปผมจะเอาให้หนักกว่านี้อีก ไม่เชื่อก็คอยดู

ว่าแล้วเจ้าของฉายาฟักทองต้มหวานของเพื่อนๆก็ผลุนผลันออกไปแบบไม่สนใจการตำหนิของรุ่นพี่แม้แต่นิด คังอินส่ายหัวอ่อนใจกับนิสัยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของน้องรักแล้วก็หันไปตบบ่าคยูฮยอนหนักๆ

อย่าคิดมาก ซองมินยังเด็กพอๆกับนาย ก่อนหน้านี้เค้าเคยเป็นน้องเล็กมาก่อนใครต่อใครก็พากันเอาใจ พอมีนายเข้ามาเค้าก็คงยังวางตัวไม่ถูก ให้เวลาเค้าปรับตัวหน่อยละกัน

ครับ ผมเข้าใจ

ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกพวกพี่ได้นะ บอกได้ทุกเรื่องที่นายอยากบอก ทุกคนพร้อมรับฟัง

ครับ

คังอินออกไปจากห้องครัวนานแล้ว เหลือเพียงคยูฮยอนที่ยังนั่งอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มทอดสายตามองโต๊ะตรงหน้านิ่ง โต๊ะทานข้าวตัวยาวขนาดพอดีกับสมาชิกทั้งสิบสามชีวิต ตั้งแต่เข้ามาเขามักจะเลือกที่นั่งไกลจากหัวโต๊ะมากที่สุด ทางขวามือเป็นที่ประจำ นั่งทุกครั้งที่เข้ามาใช้ห้องนี้ จับจองเก้าอี้ตัวนั้นทั้งที่ในใจของเขามันคิดมาตลอดว่า......ควรหรือที่คนอย่างเขาจะมาอยู่ตรงนี้

คยูฮยอนหัวเราะโดยไม่มีเสียง

ควรสิ คยูฮยอน

การได้เข้ามาในบ้านหลังนี้ ได้เป็นนักร้อง ได้เข้าวงการบันเทิง ที่สำคัญ.....การให้คนทั้งประเทศได้รู้จักหน้าตา มันคือสิ่งที่นายต้องการมิใช่หรือ ยิ่งวงนี้ดังมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ถึงแม้มันจะผิดแผนไปบ้างแต่มันก็คงไม่ยากที่จะทำให้มันเป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้

เว้นเสียแต่ว่า

เขาจะถูกขัดความตั้งใจเสียตั้งแต่ตอนเริ่มนี่แหละ

คยูฮยอนหลับตายังนึกออก ดวงตาคู่เล็กที่คอยชำเลืองมองเขาอย่างหวาดระแวง ริมฝีปากสีชมพูเรื่อที่เผยอน้อยๆพร้อมจะขยับตอบเขาทุกครั้งที่คยูฮยอนเฉียดเข้าใกล้ หากครั้งใดที่เถียงไม่ได้ก็จะถูกเจ้าของมันเม้มไว้แน่นอย่างขัดเคือง คยูฮยอนไม่ได้ถือว่าสิ่งนั้นคืออุปสรรคอะไรมากมายแต่ก็ไม่เคยประมาท อนาคตที่เขาวาดไว้มันจะต้องเป็นไปตามนั้น เป็นไปอย่างที่เขาต้องการให้เป็น

ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลาย!

.

.

.

.

การดึงน้องใหม่อย่างคยูฮยอนเข้ามาร่วมทีมจัดว่าเป็นความสำเร็จอีกระดับหนึ่งของวง แม้จะมีการต่อต้านจากกลุ่มแฟนกลุ่มเดิมอย่างรุนแรงในช่วงเดือนแรก แต่บุคลิกที่เรียบร้อยบวกกับท่าทีที่สงบเสงี่ยมไม่อวดตัวแสดงออกเกินหน้ารุ่นพี่ รวมถึงพลังเสียงที่หาใครเหมือนยากและหน้าตาที่ดูดีขึ้นทุกวันคืน ทำให้ไม่นานนัก โจคยูฮยอนก็ได้รับการยอมรับจากแฟนคลับของซุปเปอร์จูเนียร์ในที่สุด

และหลังจากที่ซิงเกิ้ลยูถูกปล่อยไปไม่นาน พวกเขาก็ได้รับรางวัลใหญ่ที่รอคอยมาถึงห้าปีตั้งแต่เดบิ้วท์ ผลโหวตจากรายการเพลงทางทีวีที่มีคนดูมากที่สุดในแต่ละเดือน ซุปเปอร์จูเนียร์เอาชนะคู่แข่งได้หลายรายการซ้อน งานนี้หลายคนถึงกับร้องไห้เพราะความดีใจ ซึ่งไม่เว้นแม้แต่โจคยูฮยอนน้องเล็กของวงนั่นเอง

จบบรรทัดสุดท้ายนิตยสารในมือก็เป็นอันต้องปลิวไปตกอยู่แทบเท้าคนอ่านแบบไม่มีการเสียดาย นี่ถ้าไม่กลัวว่าทำรุนแรงกับหนังสือแล้วมันจะเป็นบาปนะ ซองมินจะเอาเท้าเหยียบแล้วก็เตะส่งมันออกไปนอกบ้านเลยเชียว คอลัมน์ห่วยๆ บทความสั่วๆ

ซึ่งไม่เว้นแม้แต่โจคยูฮยอนน้องเล็กของวงนั่นเอง ร้องไห้เพราะความดีใจอย่างนั้นเหรอ หึ ตีสองหน้าละไม่ว่า ก็หรือมันไม่จริงเล่า วันที่รับรางวัลนั่นน่ะ ทุกคนเค้าน้ำตาซึมกันทั่วหน้า อึนฮยอกกับพี่อีทึกถึงกับสะอื้นอย่างไม่อายใคร มีแต่ไอ้หมอนี่เท่านั้นที่ยืนถอนใจด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายสุดๆ พอหันมาเห็นว่าซองมินกำลังมองอยู่เท่านั้น ไอ้เด็กคนนั้นมันก็กระพริบตาปริบๆแต่สองสามครั้งน้ำตามันก็ไหลได้ราวกับสั่ง

ซองมินยังจำริมฝีปากที่กระตุกยิ้มใส่เขาติดตา

คยูฮยอนทำแบบนี้เพื่ออะไร

ต้องการอะไรกันแน่ !

ซองมิน เป็นอะไรน่ะ แล้วนั่นอะไร

เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี ตาดำจัดมองซองมินที่กำลังยืนกอดอกจ้องหนังสือบนพื้นราวกับจะเผามันทิ้งด้วยสายตา ซองมินสะดุ้ง หันมายิ้มแห้งๆให้เพื่อนรุ่นน้องไปทีหนึ่ง คนตัวเล็กก้มลงหยิบนิตยสารขึ้นมาปัดๆแล้วก็ซุกไว้บนชั้นหนังสือข้างทีวีเหมือนเดิม

เหอะ ถ้าไม่ติดว่าคิบอมมองอยู่ละก็ซองมินจะเอาไปยัดใส่ถังขยะในครัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

คนอื่นๆไปไหนกันหมดล่ะ

ออกไปข้างนอกน่ะ บางคนก็กลับบ้าน ส่วนที่เหลือก็คงจะนอนอยู่ในห้องมั้ง

แล้วซองมินไม่ไปไหนเหรอ ได้หยุดยาวทั้งที

สองวันนี่นะยาว อยากได้สักอาทิตย์ด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากไปไหนหรอกกลับบ้านก็ไม่มีใครอยู่ พ่อกับแม่พาน้องๆไปเที่ยวบ้านคุณยายน่ะ คิบอมล่ะ.....ไม่ออกไปไหนเหรอ

คิบอมตอบประโยคยืดยาวนั้นด้วยการชูของในมือให้ดู กระดาษปึกย่อมนั้นทำให้ซองมินเข้าใจได้ในทันที นี่ล่ะนะ เวรกรรมของคนหล่อ คิบอมหน้าตาดี หุ่นดีแถมยังมีเสน่ห์ ไม่แปลกเลยที่ผู้จัดละครหลายค่ายแทบจะตีกันตายเพราะแย่งพระเอกหน้าคมอย่างหมอนี่

ข่าวน่าสนใจดีนะ

คิบอมเอ่ยขึ้นยิ้มๆ พอซองมินทำท่าไม่เข้าใจ คนตัวสูงก็หยิบนิตยสารเล่มเดิมมาเปิดบ้าง หน้าที่คิบอมเปิดแล้วยิ้มดูทำให้ซองมินต้องยื่นหน้าเข้าไปมองอย่างอดไม่ได้ เหอะ ก็ข่าวที่เขาเพิ่งอ่านไปนั่นแหละ แต่ที่คิบอมจับตาดูเป็นพิเศษก็คงจะเป็นรูปประกอบขนาดใหญ่นั่นกระมัง รูปบนเวทีที่มีพวกเรายืนน้ำตาคลอกันอยู่

นี่ก็น่าสนใจ คิบอมพูดยิ้มๆ ชายตามองคนข้างตัวแล้วก็หัวเราะเสียงก้อง ซองมินจิ๊เสียงในคอ ผละมานั่งที่โซฟาอย่างไม่ชอบใจ

ไปแอบสบตากันยังไงถึงได้ให้นักข่าวถ่ายรูปออกมาแบบนี้

ไม่ได้แอบ แล้วก็ไม่ได้สบตาด้วย

จ้องกันขนาดนี้เนี่ยนะ ไม่อยากจะบอกว่าถ้าเป็นปลากัดนายคงท้องไปแล้ว

คิบอม ไม่ขำนะ ทำไมฉันต้องเป็นคนท้องด้วย คิบอมยิ้มจนตาเป็นขีด ท่าทางใสซื่อแต่คำพูดร้ายกาจจนซองมินอยากจะพ่นไฟใส่สักยกสองยก ก็ฉันคิดว่าคยูฮยอนมันคงไม่ใช่ฝ่ายที่จะท้องนี่นา

เว้ย พอแล้ว อย่าพูดถึงหมอนั่นได้ไหมขนลุก รูปนั่นมันบังเอิญหรอก

โอเค แต่นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกมั้ง

เจ้าเด็กนักเรียนนอกพึมพัมต่อด้วยภาษาที่ซองมินไม่เข้าใจ ดึงสายตาซองมินให้กลับไปมาหน้านั้นอีกครั้ง แม้จะเป็นจุดเล็กๆ ถ้าไม่ทันสังเกตดีๆอาจจะมองไม่เห็นแต่ลองถ้าได้มองอย่างที่ซองมินมองตอนนี้มันก็ไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นไปได้

ขณะที่หมอนั่นกำลังสบตากับเขานิ่ง มือข้างหนึ่งของคยูฮยอนก็กำลังจับกับใครอีกคนในวง

ทงเฮ

เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเราจะแสดงความรักกันอย่างเปิดเผย แค่นี้ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับที่พี่ฮีชอลหรือซีวอนชอบนัวเนียคนอื่น และคงจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ช่างภาพดันกดติดชอตนี้มา แต่อาการประสานมือกันแน่นแบบที่เห็นในรูปมันให้ความรู้สึกต่างกันออกไป

ทั้งที่อีกด้านคือคิบอม คิบอมที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงคนเดียวแต่ทงเฮก็ยังละเลยที่จะสนใจ มืออีกข้างของเพื่อนเขาจับอยู่ที่ท่อนแขนของตัวเอง ดวงตาคู่เล็กหรุบมองต่ำ แม้จะยืนอยู่ด้านหลังพิธีกรแต่เมื่อลองมองดูในหลายๆภาพ ก็ยิ่งเห็นชัด ตลอดงานนั้นทงเฮจับมือกับหมอนั่นไม่ปล่อย!

สิ่งที่ได้เห็น.....มันชวนให้ซองมินรู้สึกวูบโหวงในใจแปลกๆอีกแล้ว

เด็กหนุ่มภาวนาว่าอย่าให้ใครสังเกตเห็นอย่างที่คิบอมเห็นเลย

สงสัย จะมีลัทธิใหม่ให้บูชาซะแล้วล่ะซองมิน

ไม่....ไม่หรอกมั้ง ทงเฮก็แบบนี้แหละ ชอบคลอเคลียคนอื่นไปทั่ว นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ

นั่นสินะ ฉันน่าจะรู้ดีเพราะฉันยืนอยู่ใกล้สองคนนี้ที่สุดในวันนั้น

หมายความว่าไง

คิบอมยิ้มตาหยี ล้มตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน ชายหนุ่มจบความสนใจในข่าวลงเพียงแค่นั้น ทิ้งให้ซองมินต้องตามเข้ามาเขย่าไหล่ถามอย่างสงสัย

อย่าเพิ่งนอนสิ บอกมาก่อนว่านายเห็นอะไร

ก็เห็นซองมินเอาแต่จ้องคยูฮยอนตลอดเวลาไง....อ๊ะๆๆ อย่าปฏิเสธนะ รูปมันฟ้องอยู่

ซองมินขมวดคิ้วฉับ วกมาเรื่องเดิมอีกละ!

คิบอม นายอย่านอกเรื่องนะ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่านายแกล้งฉันน่ะ

คนตัวเล็กคลานขึ้นไปเบียดอีกร่างบนโซฟา ไปๆมาๆก็กลายเป็นว่าซองมินกำลังคร่อมคิบอมที่กำลังนอนยิ้มโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเล็กก้มต่ำกะจะมองตาจับผิดเพื่อนรุ่นน้องให้ได้ คิบอมเองก็นอนยิ้มเฉย เลยกลายเป็นภาพที่ถ้าเกิดมีใครมาเห็นคงจะชวนให้นึกไปไกลไม่น้อย

ไม่เว้นแม้แต่สองร่างที่กำลังเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นนั้น

ซองมิน พวกนายกำลังทำอะไรกันน่ะ

เสียงหนึ่งในสองทักขึ้นทันที ซองมินหันไปมองอย่างตกใจ เจ้าของเสียงกำลังมองตรงมาด้านหลังมีร่างสูงของคนที่เพิ่งเป็นประเด็นของซองมินและคิบอมยืนประกบอยู่ไม่ห่าง

ทงเฮ

คนตัวเล็กร้องทัก ตั้งใจว่าจะลุกไปช่วยถือของแต่แขนแข็งแรงของคนข้างใต้กลับตวัดทีเดียว รั้งซองมินซุกเข้ากับอกตรงหน้าแบบเต็มๆ เสียงทุ้มยิ่งก้องเมื่อคิบอมกดศีรษะเล็กแนบกับแผ่นอกตัวเองอย่างจงใจ

ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ เรากำลัง.....คุย....กันอยู่

คิบอมตอบเสียงเรียบ ซองมินไม่เห็นว่าคนพูดทำสีหน้ายังไง เห็นแค่ว่าทงเฮพยักหน้ารับงงๆ แล้วก็เดินเลี่ยงเข้าไปในครัวแทน ตามหลังด้วยร่างสูงที่ยืนเงียบมาตั้งแต่แรก

แต่ซองมินก็ยังทันได้เห็น

ดวงตาดำจัดที่ปรายมองมาในช่วงวินาทีสั้นๆ ก่อนที่เจ้าของมันจะลับหายไปจากประตูบานยาว

ซองมินไม่เข้าใจว่าคยูฮยอนต้องการสื่ออะไรหรือไม่ อย่างไร สิ่งเดียวที่ซองมินสัมผัสได้คือ....ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างน่ากลัว

.

.

.

TBC . ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet