[Fiction] พิษรักซาตาน บทที่เจ็ด : WonHyuk + KyuMin(?)
posted on 08 May 2012 13:09 by kiraz

เสียงคลื่นซัดสาดทำให้อากาศหนาวเหน็บได้ไหม?
มันเป็นไปได้หรือเขาแค่อุปทานไปเอง แท้จริงแล้วไม่เกี่ยวกับเสียงเป็นเพียงแค่ลมทะเลพัดเลยทำให้เนื้อตัวเย็นเฉียบเพราะต้านทานความเย็นไม่ไหว ร่างผอมบางห่อตัวเข้าหากัน รอบข้างเงียบเกินไปบรรยากาศเลยเกือบจะเข้าใกล้คำว่าวังเวงเข้าไปทุกที เด็กหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนขณะที่คนที่เดินนำข้างหน้าสวมเชิ้ตพับแขนกับกางเกงสีเข้มยาวเลยเข่าลงมาเล็กน้อย...แต่ดูซีวอนไม่สะทกสะท้านเลย เพื่อนร่วมทางของฮยอกแจยังสอดสองมือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วก็เหยียบทรายไปก้าวต่อก้าว ซีวอนก็ทำเหมือนเขา มองตรงไปข้างหน้าเพียงแต่ฮยอกแจนั้นมองแผ่นหลังกว้างแทนความสลัวหรือริ้วคลื่นสีขาว
เชวซีวอนยืนรออยู่หน้าบ้านพัก พอฮยอกแจตามออกมาคนตัวโตก็เดินนำมาถึงชายหาด ไม่มีคำพูดระหว่างกัน เหมือนต่างคนต่างรู้ พออีกคนเริ่มเดินเลียบแนวหาดฮยอกแจก็ก้าวตามช้าๆ เด็กหนุ่มแค่นยิ้มกับความมืด อึดอัดซะไม่มีล่ะ ถ้าต้องทนเดินชมวิวทั้งที่ในอกมันตันไปหมดแบบนี้สู้กลับไปนอนแช่บนเตียงไม่ดีกว่าหรือ ดีกว่าทนหนาวให้ลมโกรกผิวเล่นสิบเท่าร้อยเท่า ผิวเสียแล้วยังมาใจเสียอีก งี่เง่าจริง พออารมณ์กรุ่นได้ที่ช่างภาพตัวบางก็หยุดเดิน หันหน้าออกทะเล ไม่สนใจว่าอีกคนจะเดินดุ่มๆ ไปข้างหน้าเหมือนเดิมหรือหยุดรอ
ดี ไม่รอก็ดี ไปให้ไกลเลยยิ่งดี เอาให้ไกลจนพ้นตาฮยอกแจจะได้หนีอีกสักรอบ เด็กหนุ่มพยายามสงบใจด้วยการมองหาดวงดาวที่รู้จักแต่มองยังไงความทรงจำก็สับสนจับความรู้มาผูกกับดวงดาวที่กระจายเต็มผืนฟ้าไม่ได้ ฮยอกแจปล่อยลมออกจากปากชำเลืองมองทางขวามือก็เห็นว่าใครอีกคนก็หยุดยืนอยู่ไม่ห่างกัน พอฮยอกแจทิ้งแขนลงข้างตัวเดินกลับทางเดิมซีวอนก็เดินตามมาเงียบๆ อีก ให้ตายเถอะ ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขาก็อยู่ในฐานะภรรยาที่สามีต้องรักต้องเอาใจใส่ปกป้องดูแล แต่ต้องกลายเป็นนักโทษกึ่งๆ เชลย ถูกกีดขวางหนทางในอาชีพที่รัก โดนกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาแต่ใจสารพัดเขาจะไม่พอใจจนเหวี่ยงใส่บ้างมันก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไง ทำไมเชวซีวอนต้องวางมาดเข้ม ทำโกรธเหมือนเขาทำผิดร้ายแรงด้วย ฮยอกแจกดฟันกับริมฝีปากด้านในขณะที่รอให้อีกฝ่ายเปิดประตูบ้านพัก ร่างเพรียวบางยืนนิ่งสองแขนกอดอกสองตามองเข้าไปด้านในแต่สองเท้าไม่ขยับจวบจนมีมือมาแตะแผ่นหลังนั่นแหละฮยอกแจถึงรู้ตัวว่ากำลังยืนเหม่อให้อีกคนเห็น
ร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบสาวเท้าเข้าไปด้านใน ที่อยู่ของเขามีไม่มากนัก ห้องน้ำก็คงอยู่นานไม่ได้ เตียงก็ยังไม่อยากกรายใกล้ สุดท้ายก็เลือกเก้าอี้หวายตัวยาวบุเบาะริมหน้าต่าง ฮยอกแจหยิบหมอนมากอดแล้วก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของอีกคนเป็นระยะ เชวซีวอนยืนรอจนแน่ใจว่าฮยอกแจไม่ต้องการอะไรแล้วก็เดินไปหยิบไอแพดจากกระเป๋า คงเปิดเช็คข่าวสารจากทางบริษัทกระมังถึงได้ตั้งใจอ่านจนไม่เงยหน้ามองมาทางนี้เลยสักครั้ง เกือบยี่สิบนาทีอันนานแสนนานร่างสูงก็ลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ ฮยอกแจรอจนมีเสียงปิดประตูก็ค่อยมุดหน้าลงกับหมอน หลับตาลงแล้วก็ต้องรีบลืมขึ้นมาใหม่ ยิ่งปิดกั้นสายตาจากการสองเห็นความหม่นหมองในใจมันยิ่งชัดเจน เด็กหนุ่มกดริมฝีปากกับท่อนแขน ไม่เคยเลย ไม่เคยเลยสักครั้งที่เชวซีวอนจะผลักไสเขาเช่นนั้น อีกฝ่ายมีแต่เรียกร้องหา ไขว่คว้าให้เข้าใกล้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ซีวอนจะทำให้ฮยอกแจรู้สึกว่าตัวเองน่ารำคาญไร้ค่าไม่เป็นที่ต้องการ ไม่เคยเลยสักครั้ง
ไอเย็นโอบเข้ามาห่อร่าง ฮยอกแจไม่ขยับหากยิ่งก้มหน้าต่ำ ไม่ปริปากพูดแม้จะถูกรัดเข้าหาอกกว้าง เนื้อตัวอีกฝ่ายเย็นจัดคงเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นหอมของน้ำยาโกนหนวดยิ่งส่งผลให้หัวใจดวงน้อยบีบรัดหนักหน่วง ลมหายใจขาดเป็นห้วงๆ แต่ก็ยังฝืนนั่งนิ่ง
“ขอโทษที่ทำแบบนั้น ผม...ไม่ได้ตั้งใจ” ซีวอนไม่ใช่คนผิดคนเดียว ฮยอกแจเองก็ผิดที่ปล่อยปากตามอารมณ์แต่ฮยอกแจไม่มีความกล้าจะพูดว่าขอโทษเหมือนเชวซีวอน เขามีหลายเรื่องค้างคาในใจ ทุกขณะจิตฮยอกแจคิดว่าอีกฝ่ายกักขังเขา เมื่อยังคิดหนีให้เชวซีวอนรู้เสียบ้างว่าจะเอาแต่ใจบังคับคนอื่นไม่ได้ตลอดไป ฮยอกแจก็ต้องยึดมั่นในความตั้งใจนั้น เขาจะรู้สึกผิด น้อยใจ เสียใจหรือแม้แต่อาวรณ์ความอ่อนโยนของซีวอนไม่ได้เด็ดขาด
“ผมทำเรื่องที่ไม่น่าทำกับคุณ ผมเสียใจฮยอกแจ” เสียงนุ่มเอ่ยข้างขมับ อ้อมกอดเย็นเยียบเริ่มอุ่นขึ้นเมื่อผิวแนบผิว ซีวอนกระชับให้แผ่นหลังบางแนบกับอกราวกับจะย้ำว่าเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ “...แต่คุณเองก็รู้ใช่ไหมว่าตัวเองก็พูดในสิ่งที่ไม่ควรเหมือนกัน”
ฮยอกแจสูดลมหายใจเข้า
รอยสะอื้นเจือเข้าไปพร้อมอากาศเย็นฉ่ำ
เด็กหนุ่มไม่ตอบก้มหน้านิ่งเหมือนเดิม
“นอนพักเถอะ คุณตัวอุ่นๆ นะ ปวดหัวหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มส่ายหน้า พอถูกดึงให้ลุกขึ้นยืนก็ลุกตามอย่างว่าง่าย ฮยอกแจยอมรับว่าตัวเองเศร้าและก็รู้ว่าเป็นเพราะผู้ชายตรงหน้า สามีของเขา ผู้ชายที่เขารักอย่างที่ไม่เคยรักใคร ทำไมนะ ทำไมช่วงหนึ่งของชีวิตเชวซีวอนจะต้องกลายเป็นคนโหดเหี้ยมเลือดเย็นด้วย ทำไมไม่เป็นซีวอนที่อบอุ่นอ่อนโยนคนเดิมคนเดียวนั้น คนที่กำลังห่มผ้าให้แล้วก็จูบหน้าผากฮยอกแจแผ่วเบา ทำไมต้องมีผู้ชายใจร้ายคนนั้นมาทำลายชีวิตคู่ของเรา
เพราะฮยอกแจอยากไปทำงานที่อเมริกาอย่างนั้นหรือ?
แล้วถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ ถ้าเขาบอกว่าจะอยู่กับซีวอนไปจนชั่วชีวิต จะไม่ไปไหน เชวซีวอนที่โหดร้ายคนนั้นจะหายไปตลอดกาลหรือเปล่า ลมหายใจร้อนผะผ่าวถูกทอดถอน เด็กหนุ่มคิดย้อนไปมาจนดำดิ่งสู่นิทราอันแสนสับสน
.
.
ฮยอกแจลืมตาตื่นตลอดคืนนั้น เขาฝันถึงเชวซีวอนพอตื่นมาก็เจอคนเดียวกันกกกอดหรือไม่ก็นั่งอยู่ไม่ห่าง มือหนาถ้าไม่ถือแก้วน้ำจรดปากเขาก็บิดผ้าขนหนูผืนเล็กในอ่าง ฮยอกแจได้ยินเสียงน้ำแข็งกระทบกันกรุกกริก รู้สึกถึงความเย็นจัดที่ไล้ไปตามใบหน้าเนื้อตัวแขนขาสุดท้ายเหนือหน้าผาก เขาปวดร้าวทั่วทั้งศีรษะ เมื่อยระบมไปทั้งร่าง คราวใดที่พยายามขยับก็ต้องเปล่งเสียงครางออกมาเสมอและทุกครั้งกรอบร่างคุ้นตาก็จะเคลื่อนไหวตาม ใบหน้าคมคายดวงตาเรียวคมลอยเข้ามาในคลองจักษุ ฮยอกแจทำเสียงพึมพำที่หาความหมายไม่ได้ออกไปและซีวอนก็เข้าใจทุกครั้ง บางคราวเขาอึดอัดผลักไส ร่างนั้นก็ถอยห่างรับคำอย่างเอาใจ ฮยอกแจเริ่มมั่นใจว่าตัวเองคงโดนพิษไข้เล่นงานตอนเชวซีวอนป้อนยาให้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ หากแสงสว่างที่จับทั่วห้องพักบอกให้รู้ว่าผ่านช่วงกลางคืนหรือยามเช้ามานานแล้ว
เด็กหนุ่มครางอย่างเหนื่อยอ่อนพอซีวอนลดศีรษะให้นอนลงคนป่วยก็หลับยาว
ฮยอกแจลืมตาตื่นอีกครั้งเมื่อแสงแดดด้านนอกเริ่มอ่อนลงแล้ว รู้สึกคอแห้งจนต้องกระแอมออกมา ประตูห้องน้ำเปิดผางออกทันทีที่เขาตลบผ้าห่มออกจากร่าง เชวซีวอนสาวเท้ามาทรุดนั่งบนเตียงจูบแนบหน้าผากพร้อมแตะฝ่ามือเข้ากับซอกคอเล็กก่อนจะครางคล้ายพอใจ
“ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว ขอบคุณพระเจ้า”
“ขอน้ำ...” ซีวอนหันไปรินน้ำก่อนจะช่วยจัดหมอนให้คนป่วยพิงร่างไว้กับหัวเตียง ประคองแก้วน้ำจรดกลีบปากบางเสียงทุ้มกำกับใกล้ชิด
“ค่อยๆ ดื่ม” คนร้องขอจิบได้นิดเดียวก็หยุด
“ขอบคุณครับ”
“รู้สึกปวดหัวอยู่หรือเปล่า?” ฮยอกแจทำท่าจะส่ายหน้าแต่ก็เปลี่ยนใจ
“นิดหน่อยครับ มึนมากกว่า”
“แล้วเนื้อตัวล่ะ ยังปวดอยู่ไหม?”
“เหมือนกันครับ เพลียๆ สงสัยจะนอนนานเกินไป” มือหนาจับมือเล็กคลึงไม่หยุด ฮยอกแจมองแล้วก็เลิกคิ้วถาม “เมื่อคืนคุณโอดว่าปวดเนื้อตัว ปวดจนน้ำตาไหล โดนเฉพาะแขนกับมือ ผมต้องนวดเบาๆ ...แบบนี้ คุณถึงจะยอมหลับ” คนป่วยจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจริงจึงไม่เถียง เด็กหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ เพลียทั้งร่างกายและจิตใจ เรื่องค้างคาในใจยังไม่ทันได้สะสางก็มาป่วยไข้อีก เชวซีวอนทำให้ชีวิตฮยอกแจยิ่งยากขึ้นหลังจากที่ยอมอดนอนทั้งคืนเพื่ออยู่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ดวงตาเรียวช้อนมองใบหน้าอดีตสามีแล้วก็ต้องรีบหรุบต่ำ
สภาพคนเฝ้าไข้ก็ไม่ได้ดีกว่าคนไข้เลยเถอะ ขอบตาคล้ำ ดวงตาโรย หนวดเคราเขียวครึ้ม ถ้าคนแข็งแรงอย่างซีวอนจะล้มป่วยต่อจากเขา ฮยอกแจก็คงไม่แปลกใจสักเท่าไหร่นัก
“หิวไหม นอนไปเกือบยี่สิบชั่วโมง”
“ไม่ครับ ตื้อๆ”
“ไม่หิวก็ทานซุปรองท้องหน่อยนะ จะได้มีแรง เดี๋ยวคุณต้องทานยาด้วย ผมจะสั่งให้” คนตัวโตเสนอแล้วก็สรุปในคราวเดียว ร่างสูงเดินไปยังโทรศัพท์ติดต่อภายในสั่งความอย่างที่ต้องการทันที ฮยอกแจจับใบหน้าแล้วก็เผลอครางออกมา สภาพเขาคงโทรมเต็มที ฮยอกแจอยากอาบน้ำ...ถ้าเชวซีวอนจะยอมน่ะนะ
“อาบได้แต่ต้องเป็นน้ำธรรมดานะ ห้ามแช่น้ำด้วย” ก็ยังดี ช่างภาพคนเก่งยิ้มแทนคำขอบคุณ พออีกฝ่ายโน้มตัวลงมาอุ้มก็ยอมทำตัวอ่อนให้ซีวอนพามาส่งถึงในห้องน้ำ “อย่าล็อคประตูนะ คุณยังไม่หายดีเกิดหน้ามืดเป็นลมไปจะแย่เอา ถ้าผมเรียกก็ตอบด้วยนะเพราะถ้าเงียบ...” ซีวอนไม่เฉลยแต่ฮยอกแจก็รู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง เด็กหนุ่มขยับปากรับคำโดยไม่มีเสียง เสหลบตาไปมองฝักบัว เชวซีวอนพาดชุดคลุมกับผ้าขนหนูไว้ที่ราวแล้วก็เดินผ่านออกไปพร้อมรอยยิ้มจางๆ เหนือริมฝีปากได้รูป
“เฮ้อ มันจะอะไรกันนักหนานะชีวิต” หวั่นไหวกับสามีตัวเองทั้งที่กำลังคิดจะหนีไปให้ไกลสุดไกล นายเป็นบ้าไปแล้วหรือฮยอกแจถึงได้สับสนไม่เลิกแบบนี้
เชวซีวอนยังไม่เลิกทำให้คนตัวบางสับสน เมื่อออกมาจากห้องน้ำเจ้าของสำนักงานบอดี้การ์ดก็ละมือจากสำรับอาหารเดินเข้ามาช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มหน้าตาเฉย ฮยอกแจอยากจะบอกว่าโดนจับลอยๆ แบบนี้เขาเวียนหัวเสียยิ่งกว่าฝืนค่อยย่างไปหาเตียงทีละก้าวเสียอีกแต่เห็นแนวกรามคุ้นตาในระยะประชิดแล้วก็เลือกที่จะเก็บเสียงไว้เสีย ซีวอนวางภรรยาลงบนเตียงดึงผ้าขนหนูออกจากมือเล็กแล้วก็ติงหน้าเคร่ง
“ทำไมรีบสระผม ยังไม่หายดี ไข้จะขึ้นอีก”
“เหนียวครับ โดนลมทะเลทั้งวันทั้งคืนไม่สระคงไม่ไหว”
“ทั้งวันทั้งคืนที่ไหน เราอยู่ในห้องมากกว่าข้างนอกเสียอีก ผมอยากให้คุณรีบทานซุปตอนร้อนๆ แต่ลงแบบนี้ต้องเป่าผมให้แห้งก่อนล่ะ” ชายหนุ่มถอนใจให้ฮยอกแจสำนึกถึงความคิดน้อยของตัวเองแล้วก็เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า ไดร์เป่าผมสีขาวทำงานได้ดีเยี่ยม ซุปยังไม่ทันหายร้อนเสียด้วยซ้ำตอนที่ฮยอกแจเดินผมพริ้วมานั่งหน้าผ่องริมหน้าต่าง ข้างกายยังคงเป็นสามีที่ขยันดูแลคนป่วยเสียเหลือเกิน
“ผมป้อนดีกว่า ดูคุณยังไม่หายดีเดี๋ยวจะทำหก”
“ผมทานเองได้ ไม่ใช่เด็กแล้วนะ” คนหล่อกระตุกยิ้ม กวาดตามองขึ้นลงทำเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด ถือช้อนกับถ้วยซุปหนีห่างจากมือเล็ก
“ผมจะป้อน” ท้องไส้ร้องประท้วงฮยอกแจเลยจำเป็นต้องอ้าปากรับอาหารมื้อแรกนับตั้งแต่คืนก่อน ซีวอนป้อนคำแรกแล้วเผลอทำปลายช้อนแตะเหนือกลีบปากบาง ทิ้งรอยเปื้อนไว้บนหน้าฮยอกแจแล้วก็หัวเราะเสียเอง คนเป็นเมียตวัดตาค้อนพร้อมกับที่ซีวอนมองหากระดาษซับพอมันอยู่ไกลเกินเอื้อมก็เลย...
“ไหนบอกอาบน้ำแล้ว ทำไมเค็ม”
“ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย ซุปโน่นสิเค็ม ผมอาบสะอาดดีแล้ว” คนชิมซุปจากปากภรรยาหัวเราะลงคอ มองดวงตาคู่ใสแล้วก็ทำงานต่อ ซีวอนตักป้อนตักป้อนจนซุปพร่องไปเกือบหมดก็เลื่อนถาดผลไม้เข้ามาใกล้ “ทานผลไม้นิดนะ ล้างปาก”
“คุณไม่หิวหรือครับ”
“ก่อนคุณตื่น ผมดื่มกาแฟไปแล้ว”
“ทำไมไม่ทานข้าว”
“ผมไม่ค่อยหิว” ฮยอกแจเอนกายเข้ากับพนักพิงแต่ไม่ได้ทำอย่างที่ต้องการ เขาถูกจับให้เอนซบลงกับอกสามีแทน เสียงทุ้มสั่นสะเทือนอยู่ชิดผิวแก้มเนียน ซีวอนทำให้ฮยอกแจแปลกใจด้วยการเอ่ยถึงเรื่องอ่อนไหวขณะที่มือกำลังเด็ดองุ่นเพื่อป้อนคนป่วย
“คุณยังอยากไปทำงานที่อเมริกาอยู่หรือเปล่า?” ฮยอกแจฝืนนั่งตัวตรง เหลียวมองใบหน้าคมคายด้วยความสงสัยอย่างที่สุด
“ถามทำไม ถ้าผมบอกว่ายังอยากไปคุณจะองค์ลงเหมือนครั้งก่อนอีกอย่างนั้นหรือ” ซีวอนวางมือจากพวงองุ่นสีแดงช้ำ ชายหนุ่มจับไหล่เล็กให้หันกลับมาต่อตาตรงๆ
“ถ้าคุณยังอยากไป ผมจะไม่ห้ามอีก”
“...หมายความว่ายังไง” นานนะ ฮยอกแจมองหน้าอีกฝ่ายอยู่นานกว่าจะย้อนถามกลับไปได้ มันแน่อยู่แล้วว่าเขาต้องประหลาดใจ ไม่เคยคิดเลยว่าซีวอนจะมาไม้นี้ เชวซีวอนที่เหนี่ยวรั้งฮยอกแจไว้ราวกับคนบ้าน่ะหรือจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เพราะอะไร เพราะเบื่อ ไม่อยากเหนื่อยกับการควบคุม หรือเพราะฮยอกแจไม่สำคัญกับคนตรงหน้าแล้ว
“หมายความตามที่พูด ถ้าคุณยังยืนยันจะไปให้ได้”
ใจหาย ความรู้สึกหวิววับในอกมันเด่นชัดกว่าความยินดี
“คุณ...ทำไมถึง...จู่ๆ ก็มาพูดแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าผมจะอธิบายยังไงคุณก็ยังไม่ยอมรับ...” งงงันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจนแทบเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ฮยอกแจหายใจแผ่ว ไม่กล้าขยับร่างกายเพราะกลัวว่าบางความรู้สึกจะปะทุออกมา เขาหมดความสำคัญต่อซีวอนจริงๆ แล้วใช่ไหม
“เพราะผมเห็นแล้วว่าคุณต้องการไปจริงๆ คุณอยากไปเพราะงานที่คุณรัก ไม่ใช่ต้องการเอาชนะหรือต้องการประชดผม ขอโทษนะฮยอกแจ ผมทำให้คุณลำบากหลายอย่างแค่คำว่าขอโทษมันคงไม่พอ” ฮยอกแจไม่แคร์ว่ามันพอหรือไม่พอ นาทีนี้ฮยอกแจอยากรู้แค่ว่าทำไม ทำไมเชวซีวอนถึงยกเหตุผลนี้มาอ้าง!
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยากไปเพราะงานจริงๆ”
“ตอนไข้ขึ้นคุณเอาแต่เพ้อถึงเรื่องนี้” เด็กหนุ่มหลุดเสียงครางออกมาในทันที สิ่งที่ปลดปล่อยเขาจากเชวซีวอนคือความเจ็บป่วยอย่างนั้นหรือ
“ผมเลว ผมทำร้ายคุณ บังคับเพื่อให้คุณอยู่ด้วยกัน ผมบอกตัวเองว่าไม่ว่ายังไงผมก็ปล่อยคุณไปไม่ได้ ต่อให้คุณเกลียดคุณไม่รักคุณก็ต้องอยู่ตรงนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมามันให้คำตอบว่าผมคิดผิด ถึงคุณจะอยู่ด้วยกันแต่ในเมื่อมันคือการฝืนใจ ให้ยังไง เราก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ นาทีหนึ่งผมภูมิใจที่เอาชนะคุณได้ แต่มันก็แค่สันดานเห็นแก่ตัวของผู้ชาย” เสียงทุ้มเริ่มด้วยความนุ่มลึกเนิบช้า ยามนี้เริ่มแหบต่ำสั่นพร่า ไม่ต่างจากจังหวะการเต้นของหัวใจคนฟัง
“ตอนนี้ ผมต้องยอมรับว่าผมแพ้ คุณอยากไป...แม้แต่ยามเจ็บไข้ จิตใต้สำนึกยังสั่งให้คุณทุรายทุราย เห็นคุณเจ็บป่วยผมถึงได้คิด ชีวิตคนเราไม่มีใครรู้ว่ามันจะสั้นยาวแค่ไหน ทำไมผมถึงใจร้ายฉุดรั้งคุณเอาไว้ทั้งที่คุณควรมีชีวิตที่เป็นสุข ได้ไปทุกที่อยากไป ได้ทำในสิ่งที่รัก ถึงจะต้องสำนึกว่าตัวเองมีความสำคัญน้อยกว่างานช่างภาพของคุณแต่ก็คงต้องยอมรับ”
“ผมไม่เคยเปรียบเทียบ ไม่เคยคิดว่าอะไรสำคัญกว่า”
“แต่คุณก็ยอมหย่าเพราะอยากไปเลยนะ” เชวซีวอนเพิ่มเสียงหัวเราะฝืดเฝื่อน แสร้งทำเป็นล้อเล่นทั้งที่แววตาเจ็บปวด ฮยอกแจส่ายหน้าไปมา จะบอกยังไงดี ฮยอกแจทำแบบนั้นเพราะทิฐิ เพราะอยากเอาชนะเหมือนกับอีกฝ่าย เรื่องมันบานปลายเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันต่างหาก
“การได้อยู่กับคนรักมันคือความสุข แต่มันทุกข์ยิ่งกว่าเวลาเห็นคนรักทุรนทุรายอยากไปจากเรา ผมทรมาน ผมคงทนไม่ไหวอีกแล้วฮยอกแจ” ยอมแล้วนี่ เชวซีวอนยอมแล้ว ฮยอกแจควรจะทำยังไงต่อไป
“ขอโทษสำหรับทุกความเจ็บปวด ความหวาดกลัว ผมสาบาน...และสัญญา จากนี้ไปผมจะไม่บังคับคุณอีก จะไม่มีการใช้กำลัง ถ้ามันยังไม่พอผมพร้อมจะรับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไป”
“คุณจะทำอะไร?”
“ทุกอย่างที่คุณต้องการ”
“อะไรกัน...” ใบหน้าคมซุกซบลงกับเรือนผมนุ่มหอม ซีวอนย้ำจูบ กอดแน่นเพื่อให้เสียงกระซิบถามนั้นดังลึกไปถึงใจคนฟัง “บอกผมมาสิฮยอกแจ ผมอยากทำอะไรเพื่อคุณเป็นการรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด แค่คุณบอก ต่อให้ต้องเสี่ยงตายทำ ผมก็จะไม่รอช้า”
“ผม...ผมไม่รู้...” ฮยอกแจบอกได้หรือความรู้สึกที่อยู่ในใจนี้ พอถึงจุดที่คิดว่าไม่มีกำแพงใดกวางกั้นเส้นทางชีวิตหรือความต้องการอีกแล้ว ฮยอกแจก็ลืมคิดถึงหลักเหตุผล ลืมคิดถึงอดีต คิดอะไรไม่ออกนอกจากความหมายในคำพูดซีวอน ทำยังไงดี ฮยอกแจเข้าใจว่าซีวอนกำลังปล่อยมือจากเขา ฮยอกแจคิดอะไรไม่ออกเลยนอกจากความเสียใจ ทั้งที่รอเวลานี้ทุกลมหายใจเข้าออกทำไมเขาไม่ดีใจเลยสักนิด นี่มันไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรือฮยอกแจ
“ถ้ายังคิดไม่ออกก็ยังไม่ต้องคิดก็ได้ ผมยังอยู่ตรงนี้ รอฟังความต้องการของคุณเสมอ” คนนี้แหละเชวซีวอน ผู้ชายที่ฮยอกแจเคยคุ้นและมอบความรักให้โดยไม่เสียดายอิสระใดๆ เขายอมพันธนาการตัวเองด้วยการแต่งงาน ผูกมัดตัวเองกับคนตรงหน้าเพียงเพราะเชื่อในสิ่งที่หัวใจเชื่อ เพราะอีกฝ่ายคือผู้ชายแสนดีที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่นเสมอ แต่ตอนนี้ ความดีของซีวอนกำลังทำให้หัวใจฮยอกแจปวดร้าวทรมานอย่างที่สุด
มีไม่กี่ครั้งที่ฮยอกแจต้องตัดสินใจ เมื่อมีอีกฝ่าย เชวซีวอนมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ พอจะเลือกหนทางอาชีพที่รัก มุ่งมั่นกับมันโดยยอมแตกหักกับสามีก็กลับกลายเป็นว่าเขาเลือกผิดอย่างนั้นหรือ? เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าอก ได้แต่มองใบหน้าอีกฝ่ายโดยไม่มีคำพูดใด ยิ่งเห็นซีวอนยิ้มอ่อนโยน น้ำตาก็เอ่อขอบตา
ฮยอกแจคงเป็นบ้าไปแล้ว
ความต้องการที่แสนสับสน สลับกันไปมาให้วุ่น เขาไม่รู้จะรับมือกับมันยังไงแล้ว
“ฮยอกแจ คุณเป็นอะไรไป คุณร้องไห้ทำไม ฮยอกแจ...” เรือนผมนุ่มสั่นไปมา เขาไม่อยากให้ซีวอนถามเลย ฮยอกแจไม่มีคำตอบให้ใครทั้งนั้น แม้แต่กับตัวเองเขายังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เด็กหนุ่มถูกแรงสะอื้นครอบงำ ได้แต่กดใบหน้ากับซอกไหล่หนาให้คนตัวโตโอบกอดปลอบโยนจนแสงสุดท้ายของวันหมดไป
.
.
“คืนนี้ลมแรง เข้าไปข้างในกันเถอะ”
ลมทะเลหอบเสียงนั้นมาทักทาย ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมองต้นตอเสียงที่มาพร้อมผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่ง ซีวอนวางมันลงบนไหล่เล็กก่อนจะสวมกอดซ้อน ทั้งสองนั่งตรงระเบียงมองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า ฮยอกแจอยากออกไปเดินเล่นแต่ติดขัดเรื่องสุขภาพเชวซีวอนจึงสัญญาว่าจะพาไปวันพรุ่งนี้แทน
“คิดอะไรอยู่”
“คิดหลายเรื่องครับ”
“มีผมอยู่ในความคิดนั้นด้วยไหม” ฮยอกแจยิ้มหม่น ซื่อตรงด้วยการเชิดปลายคางขึ้นครั้งหนึ่ง เชวซีวอนเอียงหน้ามาหา ถามเสียงนุ่มกว่าเคย “เรื่องดีหรือเรื่องร้าย”
“บอกแล้วไงว่าหลายเรื่อง”
“รวมถึงเรื่องที่เราจะไปอเมริกาด้วยหรือเปล่า?”
“เรื่องนั้น...คุณว่าอะไรนะ!?” เชวซีวอนเลิกคิ้วนิดๆ ยิ้มบางประกอบความคิดอันซับซ้อนในสมอง
หลังจากปล่อยให้คนตัวเล็กจมอยู่ในความเงียบอันแสนสับสนมาได้พักใหญ่ ชายหนุ่มก็กระชากหัวใจดวงน้อยให้เต้นกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง ซีวอนรู้และมั่นใจว่าฮยอกแจยังมีเยื่อใยกับเขาอยู่มาก การเสี่ยงหยิบยื่นอิสรภาพให้คือหนึ่งในหลักจิตวิทยาง่ายๆ ดิ้นรนหามันมานานพอได้รับอย่างไม่คาดฝันจึงสับสน ยิ่งคิดว่าต้องเลือกสิ่งนั้นแล้วทิ้งคนรักฮยอกแจยิ่งสับสนหนัก ความดี...ทำไมจะไม่ประทับใจคน ซีวอนคนดี อ่อนโยน ซีวอนที่คอยแต่ยิ้มหม่น สำนึกผิดและขอโทษ ทำไมจะไม่สั่นคลอนหัวใจใครสักคนล่ะ
ทิ้งคนใจอ่อนให้อยู่กับความหมองหม่นพักใหญ่แล้วค่อยเสนอทางเลือกที่ดียิ่งกว่าเดิมให้ ฮยอกแจเป็นผู้ชนะแล้ว ในเมื่อต่อต้านซีวอนมาตลอด ฮยอกแจไม่มีทางขอร้องให้เขาเหนี่ยวรั้งไว้อีกแน่นอน สิ่งที่เรียกว่าทิฐิมันทำให้มนุษย์เราปากแข็งและทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้น เมื่อปล่อยให้ซึมซับความเศร้าจนถึงเวลาสมควร ซีวอนจึงหยิบยื่นหนทางสว่างให้ตามที่คาดไว้
“ไปอเมริกาไง ไปทำงานที่คุณรัก เราคุยกันแล้วนี่” ดวงตาเรียวเบิกกว้างหนักกว่าเก่า เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่เคยเข้าใจตรงกับซีวอนเลยตั้งแต่ต้น...ซึ่งมันก็ตรงกับที่เขาต้องการ
“แต่คุณ คุณจะไปด้วยหรือครับ?”
“แล้วกัน ภรรยาอยู่ที่ไหนสามีก็ต้องอยู่ที่นั่นสิครับคุณ ผมยอมให้คุณไปทำงานแล้วคุณก็ต้องยอมให้ผมไปด้วยสิ อย่ากลับคำเปลี่ยนใจทีหลังนะ ผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
“คุณไม่ได้บอกว่าจะไปด้วย” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว กรอกตามองไปทางอื่นเหมือนฉุกใจคิดตาม ซีวอนทำได้สมจริงเสียด้วยสิ ฮยอกแจเชื่อว่าสามีบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงเข้าไปเต็มๆ เด็กหนุ่มกลับตัวเข้าหาร่างหนา วางมือยึดท่อนแขนแข็งไว้อย่างตื่นเต้น “จริงๆ นะครับ คุณไม่ได้พูดเลยสักคำ”
“ผมไม่ได้บอกหรือ? เป็นไปได้ยังไง ผมไม่เคยมีความคิดจะให้คุณไปคนเดียวนะ ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไปเป็นบอดี้การ์ดให้คุณ ไม่ว่าที่ไหนของโลกผมก็จะไปด้วย”
“แต่ แต่มันนานนะครับ ไม่ใช่แค่วันสองวัน คุณไม่ต้องดูแลบริษัทหรือครับ”
“บริษัทมีคิมฮีชอลกับผู้ช่วยดูแลอยู่แล้ว ส่วนคุณผมไม่ไว้ใจให้ใครดูแล” ฮยอกแจร้องอื้อเมื่อถูกคนตัวโตดุนปลายจมูกกับแก้มซ้ำกันหลายครั้ง จะบอกอะไรให้ก็ได้ ตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรง แรงมากแล้วก็เป็นจังหวะระทึกแปลกๆ ด้วย ความยินดีปรีดามันเอาชนะความหม่นหมองได้แล้ว เพียงแค่เชวซีวอนเฉลยทุกอย่างแล้วก็ยิ้มให้เท่านั้น
เฮ้อ ก็แล้วทำไมเชวซีวอนไม่ยิ้มละมุนเสียตั้งแต่แรกนะ มาตีหน้าเศร้าให้ฮยอกแจเข้าใจผิดอยู่ได้ เกือบทำให้คนอื่นนอนไม่หลับทั้งคืนแล้วไหมล่ะ
“ตกลงให้ผมไปด้วยนะ”
“ผมไม่แน่ใจครับ งานนี้ไปเพราะบริษัทส่งไป มันอาจมีเงื่อนไขอย่างอื่น”
“ผมมีเงิน มีเส้นสาย แล้วก็มีทะเบียนสมรสอยู่ในมือ เงื่อนไขข้อไหนก็ห้ามสามีคุณไม่ได้หรอกฮยอกแจ” กลีบปากบางยื่นง้ำ เชวซีวอนน่าจะคิดได้ก่อนที่จะเอาใบหย่ามาส่งให้เขานะ “ว่ายังไง จะให้ไปด้วยกันหรือให้แอบสะกดรอยตามไป”
“คุณนี่ คิดแผลงๆ ถึงอยากไปด้วยก็ไปไม่ได้หรอก”
“ทำไม?”
“ก็มันใกล้ถึงกำหนดการเดินทางแล้ว ถึงจะกลับไปวันนี้พรุ่งนี้ยังไงก็คงไม่ทัน งานนี้คงต้องสละสิทธิ์ ปล่อยให้คยูฮยอนฉายเดี่ยวไปก่อน”
“อา ผมขอโทษฮยอกแจ ผมไม่ทันคิดเรื่องนี้” ฮยอกแจพร่างพรูลมหายใจด้วยความเสียดาย จะบอกว่าไม่เป็นไรมันก็โกหกเกินไป เขาคาดหวังกับงานนี้มากแต่พอมีหลายเรื่องเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาความสำคัญของเรื่องการไปร่วมงานกับตากล้องมืออาชีพที่อเมริกาก็ลดความสำคัญลงไปเยอะ ยิ่งพอได้สามีคนดีกลับคืนมาก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เจ้าของดวงตาเรียวสวยแนบแก้มกับไหล่หนา เปรยเสียงอ่อน
“งานหน้าค่อยแก้ตัวนะครับ” ฮยอกแจปิดเปลือกตาลงจึงไม่เห็น... คนที่กำลังลูบหลังให้กำลังยิ้มด้วยความความสาสมใจมากเพียงใด
เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่กลางสนามหญ้าหลังตัวบ้าน เด็กหนุ่มคนนั้นประสานแขนไว้ใต้อกมองบ้านหลังขนาดกลางด้วยสีหน้าเรียบเฉยค่อนไปทางกังวล บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเขาแล้วก็คิดว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ...ยืนนิ่งปล่อยน้ำให้ไหลออกจากสายยางจนมันเจิ่งนองทั่วบริเวณ เสียงรถยนต์คันหนึ่งดังใกล้เข้ามาก่อนจะดับลง เด็กหนุ่มกะจังหวะที่ได้ยินเสียงปิดประตูรถแล้วจึงหยิบสายยางขึ้นมาถือ เท้าขาวในรองเท้าแตะคู่เล็กเตะแรงๆ ตรงท่อเหล็กก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด
หนึ่ง
สอง
สาม
“ซองมิน เกิดอะไรขึ้น!”
“คยูฮยอน...”
“ทำอะไรน่ะ? ซองมินยังไม่หายดีนะ”
“ฉัน...จะรดน้ำต้นไม้ให้น่ะ แล้วจู่ๆ ไอ้ตัวน้ำพุพวกนี้มันก็...” เจ้าของบ้านมองข้ามไหล่เล็กไปแล้วก็หัวเราะอย่างอดไม่อยู่ เขาได้ยินเสียงเสียงร้องโหวกเหวกดังมาจากหลังบ้านก็ตกใจจนเผลอทิ้งของทุกอย่างไว้ในรถ วิ่งเต็มฝีเท้ามาก็เจอลูกกระต่ายตัวขาวยืนหน้าตื่นราวกับเพิ่งทำความผิดมหันต์ลงไป
“เค้าเรียกสปริงเกอร์ เอาไว้รดน้ำสนาม ซองมินคงไปกดปลดล็อคมันเลยทำงาน ดูสิ เปียกไปทั้งตัว...” ซองมินเปียกไปทั้งตัวจริงๆ เปียกโชกจนเสื้อยืดแนบไปกับเรือนร่าง คยูฮยอนมองตามแผ่นหลังเล็กที่เคลื่อนห่างออกไป เด็กบ้านนอกของเขาดูจะไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง ถ้าไม่อาสาช่วยทำกับข้าวก็ทำความสะอาดบ้าน วันนี้นึกอยากลองรดน้ำต้นไม้
“โอ๊ะ ซองมิน อย่าเล่นแบบนี้สิ” เสียงหัวเราะสดใสดังพอได้ยิน อีซองมินฉีดน้ำใส่คนตัวโตแล้วก็ตั้งท่าจะวิ่งเข้าบ้านแต่คยูฮยอนเป็นมนุษย์ที่ไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว ช่วงขายาวก้าวตาม คว้าเอาคนเริ่มเรื่องลากกลับเข้ามาใกล้กับจุดที่ซองมินทิ้งสายยางไว้ ท่อนแขนแกร่งรวบรัดร่างกลมไว้กับอก ยิ่งซองมินดิ้นรนคยูฮยอนก็ยิ่งสนุก
“แกล้งกันใช่ไหม”
“เปล่านะ ฉันไม่ได้แกล้ง อื้อ ปล่อยสิ”
“ไม่แกล้งแล้วเมื่อกี้ใครฉีดน้ำใส่ผม”
“ก็ ก็เห็นนายมองเหมือนอยากได้น้ำ คิดว่าคงร้อนเลยจะช่วย...คลายร้อน...” คยูฮยอนกดยิ้มลึก เห็นหน้าตาซื่อๆ ที่แท้ก็เอาเรื่องไม่เบาแต่คิดจะแกล้งคนอย่างเขาแล้วชิ่งก็คิดผิดเสียแล้วล่ะ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำปลายจมูกโด่งแทบจะเคลียกับเนื้ออ่อนตรงแก้ม ซองมินผิวใสแก้มแดงและมีกลิ่นหอม
“ผมร้อนจริงๆ แหละ อยากอาบน้ำทั้งชุดเลย”
“ก็อาบไปสิใครจะว่าอะไร แต่นายต้องปล่อยฉันนะ อย่าลืมว่าฉันกำลัง...ไม่สบาย ไม่ควรเปียกน้ำมาก” อ้างอิงตามที่บอกอีกฝ่ายไปตั้งแต่ยังอยู่ทะเลด้วยกัน ข้อจำกัดทางร่างกายของผู้ชายด้วยกันทำให้คยูฮยอนหงุดหงิดใจไม่น้อย เขากำลังเห่อแฟนหมาดๆ อยากรักคนตัวขาววันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยถ้าทำได้ แต่ก็ต้องมาเจออุปสรรคในจังหวะที่ความลุ่มหลงกำลังอยู่ในขั้นพีค ชายหนุ่มมองกลีบปากสีระเรื่อแล้วก็ต้องข่มใจ ไอ้การที่เคยได้ลิ้มลองไปเพียงแค่คืนเดียวแล้วต้องอดใจรออีกเกือบอาทิตย์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ!
“ยังไม่หายเจ็บหรือครับ?” ซองมินกลืนริมฝีปากเข้าหากัน เสมองสีเขียวของพื้นหญ้าแทน
“ว่าไงครับ” คนที่ถูกเสียงทุ้มบังคับให้ต้องตอบส่ายหน้าดิก อุบอิบแทบไม่พ้นริมฝีปาก
“ยัง...”
“ความทรมานของผมก็ยังไม่จบสินะ” ชายหนุ่มครางแล้วก็เปลี่ยนน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว “...เข้าบ้านกันเถอะครับ ซองมินต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล่ะ ผมอ่านข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เค้าว่าช่วงนี้ซองมินจะอ่อนแอกว่าปกติ ต้องดูแลตัวเองให้ดีทั้งเรื่องอาหารการกินและความสะอาด พักผ่อนให้มากแล้วก็ทานยาแก้อักเสบเข้าไปด้วย ผมซื้ออาหารเสริมแบบสำเร็จรูปมาให้คุณแล้วแต่วันนี้เราต้องทานอาหารอ่อนๆ กันอยู่ อ้อ ห้ามออกมารดน้ำต้นไม้อีกแล้วนะครับ เดี๋ยวหน้ามืดล้มไปล่ะผมแย่เลย”
“ฉันล้ม ทำไมนายต้องแย่ละ”
“ต้องให้บอกหรือว่าทำไม?” อีซองมินเมินมอง กำลังนึกชมที่รู้จักเป็นห่วงสุขภาพร่างกายคู่นอน ชมในใจยังไม่ทันจบก็ออกแววเจ้าชู้อีกแล้ว ก็ดี เขาจะได้เจ็บแผลสักสิบวัน เอาให้เต็มโควต้า จะได้ไม่เปลืองตัวให้คนแถวนี้กอดจูบเอาตามใจชอบอีก
“หนาวแล้วล่ะ”
“รีบอาบน้ำนะครับ แช่น้ำอุ่นด้วยจะได้สบายตัว เอ๊ะ หรือว่าไม่ได้” มันเรื่องอะไรมาทำหน้าสงสัยเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเค้า ซองมินเหวี่ยงหางตาให้เสียทีหนึ่งแล้วก็ปิดประตูใส่หน้าเจ้าของบ้านอย่างไม่นึกกลัว แว่วเสียงห้าวร้องบอกว่าขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะมาเตรียมอาหารเย็นให้ ซองมินโขกศีรษะกับบานประตูเบาๆ
เมื่อไหร่ภารกิจนี้จะจบ เชวซีวอนอยากให้เขาเฝ้าดูคนๆ นี้ไปถึงเมื่อไหร่ ซองมินไม่อยากยอมรับความบกพร่องของตัวเอง เขาไม่ชินกับมัน ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเห็นตัวตนของโจคยูฮยอนในหลายด้าน ทั้งด้านที่น่าชิงชังและน่าชื่นชม สิ่งที่วนเวียนอยู่ในความคิดซองมินตอนนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมายหากเป็นวันที่ต้องจากบ้านหลังนี้ไปเงียบๆ อย่างที่ตั้งใจและ...ความรู้สึกของโจคยูฮยอนในวันนั้น
รูปหน้าคมคาย รอยกดลึกมุมปาก ช่วงไหล่กว้างเหยียดตรง ลักษณะของนิ้วมือ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำ ถ้อยคำหยอกเย้า แววตาพราวระยับ ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กริยากึ่งเล่นกึ่งจริง น้ำใจและความเอาใจใส่ที่มีต่อคนแปลกหน้า ทุกอย่างที่รวมเป็นโจคยูฮยอนกำลังรุกแย่งพื้นที่ในใจซองมิน
หากทุกอย่างที่เอ่ยมายังไม่น่ากลัวเท่า แรงเสน่หา
เจ้าของดวงตากลมโตพรูลมหายใจทิ้งอย่างอ่อนล้า สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คืออาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสียใหม่แล้วก็สั่งตัวเองให้ใจแข็งยามต้องเผชิญหน้ากับโจคยูฮยอน
โปรดติดตามตอนต่อไป
Fanismz : ฝากมิตรรักคนอ่านทุกท่านช่วยกันโปรโมตฟิกโรมานซ์เรื่องนี้ด้วยนะคะ ยกลิ้งค์ไปแปะ ไปทวิตๆ ได้ตามใจชอบเลยค่า ^^